ปมมรณะ

ตอนที่ 17 — ฝันร้ายกลายเป็นจริง หลักฐานในมืออารยา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

20 ตอน · 1,782 คำ

แสงสีฟ้าแดงฉานของไซเรนรถพยาบาลและรถตำรวจยังคงฉายวูบวาบสลับกันไปทั่วบริเวณ ราวกับภาพหลอนในฝันร้ายที่กำลังก่อตัวเป็นจริง. เสียงหวีดหวิวของไซเรนดังระงม ปะปนกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่นับสิบชีวิตที่กรูกันเข้ามาในพื้นที่ เสียงวิทยุสื่อสารแตกระแหง บ่งบอกถึงความโกลาหลที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ อารยายังคงทรุดตัวกอดฮาร์ดดิสก์ไว้แน่นราวกับเป็นชีวิตของเธอ ‌ดวงตาเบิกโพลงจับจ้องไปที่ชัชวาล ซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหญ้า เลือดสีแดงฉานยังคงแผ่เป็นวงกว้างบนเสื้อสีขาวของเขา มันไม่ใช่เพียงเลือด แต่มันคือรอยร้าวของทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเคยเชื่อมั่น คือเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความจริงกับความตายที่เพิ่งจะปรากฏขึ้นตรงหน้าเธออย่างชัดเจน

หูของอารยาอื้ออึงไปหมด ไม่ได้ยินเสียงใดๆ ​นอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นรัวจนเจ็บหน้าอก ภาพตรงหน้าพร่าเลือนจนแยกไม่ออกว่าส่วนไหนคือแสงไฟ ส่วนไหนคือน้ำตาที่เอ่อคลอ มันเป็นความรู้สึกที่ว่างเปล่า ทว่าหนักอึ้งจนแทบจะหายใจไม่ออก ชัชวาล… ชายหนุ่มผู้ที่เพิ่งจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อน บัดนี้กลับนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นหญ้าที่เคยเขียวขจี ‍อารยายื่นมือที่สั่นเทิ้มออกไปสัมผัสแก้มของเขา ผิวของเขายังอุ่น แต่ความนิ่งงันนั้นเย็นยะเยือกจับใจ เธอเขย่าร่างเขาเบาๆ ราวกับจะปลุกให้ตื่นจากฝันร้ายนี้ “ชัชวาล… ชัชวาล! ไม่นะ… ‌ไม่!”

เสียงของเธอแหบพร่าแทบไม่ได้ยิน ท่ามกลางเสียงเอะอะโวยวายรอบข้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าชุด รีบวิ่งเข้ามาหาเธอพร้อมกับทีมแพทย์ฉุกเฉิน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียด แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่เธอและร่างของชัชวาล

“เกิดอะไรขึ้นที่นี่! คุณครับ! ‍คุณเป็นใคร! คุณเห็นอะไรบ้าง?” เสียงทุ้มดุดันของตำรวจนายนั้นดังขึ้นข้างหูอารยา แต่เธอก็ยังคงไม่ได้ยินถนัดนัก มัวแต่จ้องมองใบหน้าที่ซีดเผือดของชัชวาล

ทีมแพทย์ฉุกเฉินรีบปรี่เข้ามา สองคนก้มลงตรวจชีพจรและอาการของชัชวาลอย่างเร่งด่วน อีกคนหนึ่งพยายามดึงเธอออกห่าง “คุณผู้หญิงครับ ​ถอยก่อนครับ เราต้องช่วยคนเจ็บ”

อารยาถูกดึงออกห่างจากชัชวาลอย่างอ่อนโยนแต่หนักแน่น เธอถูกแยกออกจากเขา ความรู้สึกราวกับถูกฉีกกระชาก ฮาร์ดดิสก์ยังคงถูกกอดไว้แน่นกับอกราวกับเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวในโลกที่กำลังจะพังทลาย เธอเงยหน้ามองเจ้าหน้าที่ตำรวจนายนั้น ดวงตาเบิกโพลงสับสนและหวาดระแวง “เขา… ​เขาถูกยิง… มีคนยิงเขา…”

“ใครยิง? คุณเห็นหน้าไหม? พวกเขาไปทางไหน?” ตำรวจนายนั้นซักถามอย่างรวดเร็ว แต่คำถามเหล่านั้นก็ยิ่งตอกย้ำความจริงอันเจ็บปวด “เราต้องรีบแจ้งรายละเอียดให้เร็วที่สุดครับ คุณรู้ไหมว่าคนเจ็บเป็นใคร?”

“ชัชวาล… ​เขาชื่อชัชวาล” อารยาตอบเสียงสั่นเครือ พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย “เขาเป็นเพื่อน… เขาช่วยฉัน…”

พยาบาลคนหนึ่งหันมาถามอาการเธอ เห็นเธออยู่ในสภาพอิดโรย ตัวสั่นเทิ้ม “คุณผู้หญิงไม่เป็นอะไรนะคะ ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

“ไม่… ฉันไม่เป็นอะไร” เธอส่ายหน้าปฏิเสธ ในใจมีแต่ความกังวลถึงชัชวาล “เขาเป็นยังไงบ้างคะ? เขาจะปลอดภัยใช่ไหม?”

เสียงวิทยุสื่อสารในมือของตำรวจนายนั้นดังขึ้นอีกครั้ง รายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่อีกหลายคนกรูเข้ามาล้อมรอบบริเวณเกิดเหตุ พวกเขาเริ่มกั้นพื้นที่ ตรวจสอบพยานหลักฐาน และสอบปากคำพยานที่อาจจะอยู่ในบริเวณใกล้เคียง

“ชีพจรแผ่วมากครับ! เสียเลือดเยอะ!” เสียงทีมแพทย์ตะโกนขึ้น ทำให้หัวใจอารยาหล่นวูบ “ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลด่วนที่สุด!”

ภาพที่ทีมแพทย์พยายามปฐมพยาบาลชัชวาลอย่างเร่งรีบ วางเปล เข็นร่างไร้สติของเขาขึ้นรถพยาบาล คือภาพสุดท้ายที่อารยาเห็นก่อนที่ประตูรถจะปิดลงพร้อมกับเสียงไซเรนที่ดังบาดแก้วหูอีกครั้ง เธอยืนมองรถพยาบาลที่เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็วราวกับวิญญาณหลุดจากร่าง

“คุณครับ เราต้องขอเชิญคุณไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจนะครับ” เสียงตำรวจนายนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ดึงเธอจากห้วงความคิด “คุณเป็นพยานสำคัญในคดีนี้ และดูเหมือนว่าคุณจะอยู่ในที่เกิดเหตุตั้งแต่ต้น”

อารยาหันกลับมามองเขา ใบหน้าของเธอยังคงซีดเผือด แต่แววตาเริ่มกลับมามีความมุ่งมั่นบางอย่าง เธอพยักหน้าช้าๆ แต่เมื่อตำรวจพยายามจะเข้ามาใกล้เพื่อพยุง เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว กอดฮาร์ดดิสก์แน่นขึ้น

“ฉันไปได้ค่ะ แต่ฉันขอเอาสิ่งนี้ไปด้วย” เธอกล่าวเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น “มันเป็นของสำคัญของฉัน”

ตำรวจนายนั้นจ้องมองฮาร์ดดิสก์ในมือเธออย่างพิจารณา ก่อนจะพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก “ก็ได้ครับ แต่เมื่อไปถึงสถานี เราอาจจะต้องขอตรวจสอบบ้างนะครับ เพื่อประกอบสำนวน”

เธอไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เดินตามเขาไปอย่างเงียบๆ ท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้าง กลิ่นดินเปียก กลิ่นคาวเลือดจางๆ และกลิ่นฉุนของน้ำยาฆ่าเชื้อจากรถพยาบาลยังคงคละคลุ้งในอากาศ ทุกย่างก้าวของอารยาเต็มไปด้วยความระแวง ทุกสายตาที่เธอสัมผัสได้ราวกับกำลังจับจ้องและประเมินค่า เธอรู้ดีว่าไม่ใช่แค่ตำรวจเท่านั้นที่สนใจเธอ แต่ยังมีอีกฝ่าย... องค์กรลึกลับนั้น พวกมันคงรู้แล้วว่าเธอรอดชีวิต และรู้ว่าข้อมูลสำคัญยังอยู่กับเธอ

ภายในรถตำรวจที่มุ่งหน้าสู่สถานี อารยานั่งนิ่งราวกับรูปปั้น ใบหน้าปราศจากอารมณ์ใดๆ แต่ภายในใจกลับปั่นป่วนวุ่นวายเหมือนพายุโหมกระหน่ำ ภาพชัชวาลที่ล้มลงยังคงฉายซ้ำในหัว เธอรู้สึกผิดอย่างมหันต์ นี่เป็นเพราะเธอ เขาไม่สมควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เขาเป็นเพียงชายหนุ่มผู้ปรารถนาชีวิตที่เรียบง่าย แต่กลับต้องมาพัวพันกับเงามืดที่เธอเผชิญอยู่

“คุณอารยาครับ” เสียงของตำรวจหนุ่มอีกนายที่นั่งอยู่ข้างคนขับเอ่ยขึ้น เขาหันมามองเธอผ่านกระจกมองหลัง “ผมชื่อร้อยตำรวจเอกธีรพัฒน์ เป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีนี้ครับ”

อารยาพยักหน้ารับเล็กน้อย

“ผมเข้าใจว่าตอนนี้คุณคงตกใจและเสียใจ” ธีรพัฒน์พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าหัวหน้าของเขา “แต่เราต้องการข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากที่สุดครับ เพื่อตามหาตัวคนร้ายที่ทำเรื่องนี้”

อารยาสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมความคิด เธอจะบอกความจริงทั้งหมดได้ไหม? องค์กรนี้ทรงอิทธิพลมากจนสามารถแทรกซึมได้ทุกระดับชั้นของสังคม เธอจะมั่นใจได้อย่างไรว่าตำรวจเหล่านี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา? ความสงสัยและความหวาดระแวงกัดกินเธออย่างรุนแรง

“ฉัน… ฉันไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดีค่ะ” เธอเลือกที่จะตอบอย่างระมัดระวัง “มันซับซ้อนกว่าที่คุณคิดมาก”

“เรามีเวลาครับ คุณค่อยๆ เล่าได้” ธีรพัฒน์พยายามสร้างความไว้วางใจ “แต่ฮาร์ดดิสก์ที่คุณถืออยู่… ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดใช่ไหมครับ”

คำพูดของธีรพัฒน์ทำให้อารยาใจหายวาบ เขาเดาได้รวดเร็วเกินไป หรือว่าเขาจะรู้อะไรบางอย่างแล้ว? เธอรีบกอดฮาร์ดดิสก์แน่นขึ้นอีกครั้ง

“นี่เป็นแค่ฮาร์ดดิสก์ส่วนตัวค่ะ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคดี” เธอพยายามโกหก แต่เสียงของเธอก็ยังสั่นเล็กน้อยจนเธอเองก็สัมผัสได้

ธีรพัฒน์ยิ้มเล็กน้อย แต่แววตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ฮาร์ดดิสก์นั้น “ผมเข้าใจครับ แต่มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เราจะต้องตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในที่เกิดเหตุโดยละเอียด คุณคงเข้าใจนะครับ”

อารยาเม้มปาก เธอรู้ดีว่าเธอไม่สามารถปฏิเสธได้ตลอดไป แต่ก็ไม่สามารถยอมให้ฮาร์ดดิสก์นี้ตกไปอยู่ในมือใครก็ตามที่ไม่ใช่เธอ มันคือหัวใจสำคัญของเรื่องทั้งหมด ข้อมูลในนั้นคือหลักฐานเดียวที่จะเปิดโปงความจริง และมันก็เป็นเหตุผลที่ชัชวาลต้องมาบาดเจ็บสาหัส… หรืออาจจะถึงแก่ชีวิต

เมื่อรถตำรวจมาถึงสถานี บรรยากาศก็แตกต่างจากที่เกิดเหตุอย่างสิ้นเชิง ที่นี่ดูเป็นระเบียบและเป็นทางการมากกว่า อารยาถูกนำไปยังห้องสอบสวน ซึ่งเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่มีโต๊ะและเก้าอี้สองตัว กล้องวงจรปิดมุมห้องจ้องมองเธออย่างไม่กระพริบ

“นั่งก่อนครับคุณอารยา” ธีรพัฒน์ผายมือเชิญ เมื่อเห็นอารยานั่งลง เขาก็หยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมา “ผมเข้าใจว่าคุณคงเหนื่อยและสับสน แต่เราต้องดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนนะครับ”

การสอบปากคำกินเวลานานหลายชั่วโมง อารยาเล่าเรื่องราวเท่าที่เธอคิดว่าปลอดภัยที่จะเปิดเผย เธอพยายามหลีกเลี่ยงรายละเอียดเกี่ยวกับ “องค์กรลึกลับ” และ “แผนการระดับชาติ” เธอเล่าถึงการที่เธอถูกไล่ล่ามาตลอดสัปดาห์ การที่เธอต้องหนี การที่ชัชวาลเข้ามาช่วย และการที่เขาถูกยิงอย่างไม่คาดคิด

ธีรพัฒน์จดบันทึกอย่างละเอียดเป็นระยะๆ เขามีคำถามมากมาย แต่ก็ดูเหมือนจะเข้าใจว่ามีบางอย่างที่อารยาไม่สามารถเปิดเผยได้ เขาไม่ได้กดดันมากเกินไป แต่ก็ไม่ได้ละความพยายามที่จะเชื่อมโยงเรื่องราวให้ได้มากที่สุด

“คุณอารยาครับ ผมจำเป็นต้องขอดูฮาร์ดดิสก์ของคุณนะครับ” หลังจากที่การสอบปากคำขั้นต้นจบลง ธีรพัฒน์ก็กลับมาที่ประเด็นเดิมอีกครั้ง “เราต้องมั่นใจว่าไม่มีสิ่งผิดกฎหมาย หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีอยู่ในนั้น”

อารยาสบตาเขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความลังเลและความหวาดระแวง เธอเชื่อใจเขาได้จริงหรือ? หรือนี่เป็นเพียงกลยุทธ์ที่จะแย่งชิงข้อมูลไปจากเธอ? หากเธอส่งมันให้ แล้วมันไปตกอยู่ในมือคนขององค์กร เธอจะไม่มีโอกาสเปิดโปงความจริงอีกเลย

“ฉันขอเวลาอีกหน่อยได้ไหมคะ” เธอพยายามต่อรอง “ฉันรู้สึกไม่สบายใจที่จะให้ใครดูมันในตอนนี้”

ธีรพัฒน์พยักหน้าช้าๆ “ผมเข้าใจครับ แต่ผมก็มีหน้าที่ต้องทำเหมือนกัน” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น “คุณอารยาครับ… คุณเคยได้ยินคำว่า ‘นักฆ่าเงียบ’ ไหมครับ”

คำถามที่ไม่คาดฝันทำให้อารยาตัวเกร็ง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เธอจ้องมองธีรพัฒน์ด้วยความตกใจ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยจนยากจะคาดเดาว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“นักฆ่าเงียบ… คือคนที่ถูกฝึกมาให้ทำงานอย่างลับๆ ฆ่าเป้าหมายโดยไม่ทิ้งร่องรอย และมักจะปรากฏตัวในสถานการณ์ที่คนคิดว่าปลอดภัยที่สุด” ธีรพัฒน์อธิบายต่อช้าๆ แต่ทุกคำพูดราวกับมีดที่กรีดลึกลงไปในจิตใจของเธอ “และผมคิดว่า… คนที่ยิงคุณชัชวาล… อาจจะเป็นหนึ่งในนั้น”

อารยารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เธอเริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่ธีรพัฒน์กำลังจะสื่อ เธอหันไปมองรอบห้องสอบสวน กล้องวงจรปิด สภาพห้องที่ดูปลอดภัย… แต่ความรู้สึกปลอดภัยเหล่านั้นกลับพังทลายลงในพริบตา

“คุณกำลังจะบอกว่า…” เธอพูดเสียงแผ่ว “ฉันไม่ปลอดภัยแม้แต่อยู่ที่นี่?”

ธีรพัฒน์ถอนหายใจ “ผมไม่ได้บอกว่าคุณไม่ปลอดภัย แต่ผมบอกว่าคุณต้องระมัดระวังให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ องค์กรที่คุณกำลังเผชิญหน้าอยู่… ไม่ใช่แค่องค์กรอาชญากรรมธรรมดา มันมีอำนาจและอิทธิพลที่ใหญ่โตเกินกว่าที่คนทั่วไปจะจินตนาการได้”

เขากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “และถ้าผมเดาไม่ผิด คนที่ยิงคุณชัชวาล… อาจจะไม่ได้มีเป้าหมายแค่คุณชัชวาลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณด้วย”

คำพูดของธีรพัฒน์ดังก้องในหัวของอารยา เธอเข้าใจทันทีว่านี่คือคำเตือนที่จริงใจที่สุด และเขาก็รู้เรื่องบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าที่เธอคิด ความหวาดระแวงของเธอพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง ไม่ใช่แค่คนนอกสถานีเท่านั้นที่อาจเป็นศัตรู แต่ใครบางคนในสถานีนี้ก็อาจจะเป็นได้เช่นกัน

“แล้วทำไมคุณถึงบอกฉันเรื่องนี้คะ?” อารยาถามกลับอย่างระมัดระวัง “คุณเป็นใครกันแน่?”

ธีรพัฒน์ยิ้มบางๆ แต่แววตาของเขากลับดูเหนื่อยล้า “ผมก็แค่ตำรวจคนหนึ่งที่อยากเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้น และไม่อยากเห็นใครต้องตกเป็นเหยื่ออีก” เขากล่าวพลางเลื่อนแก้วน้ำมาให้เธอ “ตอนนี้คุณพักก่อนนะครับ ผมจะให้เจ้าหน้าที่พาคุณไปห้องพักรับรองชั่วคราว มีอาหารให้ทานด้วย”

อารยาพยักหน้าช้าๆ เธอรู้สึกอ่อนเพลียอย่างถึงที่สุดทั้งทางกายและใจ แต่ในขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้น ความรู้สึกบางอย่างก็ทำให้เธอชะงัก สายตาของเธอไปสะดุดกับป้ายชื่อของธีรพัฒน์ที่ติดอยู่บนอกเสื้อตำรวจของเขา ป้ายชื่อนั้นเป็นสีเงินวาว มีตัวอักษรสลักไว้อย่างชัดเจนว่า ‘ร.ต.อ. ธีรพัฒน์ แสงจันทร์’

แสงจันทร์… นามสกุลนี้… มันคุ้นเคยอย่างประหลาด คุ้นเคยจนน่าขนลุก เธอพยายามขุดคุ้ยความทรงจำในห้วงความคิดที่ปั่นป่วน จนกระทั่งภาพบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว

ภาพของเอกสารลับที่เธอเคยเห็นในฮาร์ดดิสก์ของชัชวาล เอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการลับสุดยอดของรัฐบาล ‘โปรเจกต์จันทรา’ และชื่อของหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงที่ปรากฏอยู่ในเอกสารนั้นคือ… พล.อ. ไพโรจน์ แสงจันทร์

หัวใจของอารยาเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความหวาดระแวงที่เธอพยายามจะเก็บกดไว้ตลอดทั้งวันปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง เลือดในกายเย็นวาบไปหมด นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน

ธีรพัฒน์มองมาที่เธอด้วยรอยยิ้มบางๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สำหรับอารยา รอยยิ้มนั้นกลับดูเย็นยะเยือกเหมือนรอยยิ้มของพญามัจจุราช

“คุณอารยาครับ” ธีรพัฒน์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาฟังดูราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อารยาไม่อาจจะระบุได้ “คุณแน่ใจนะครับว่าคุณไม่ได้เก็บอะไรที่สำคัญไปมากกว่าฮาร์ดดิสก์ในมือคุณ?”

อารยาจ้องมองเขา เขากำลังเล่นเกมอะไรกันแน่? คำถามนี้ไม่ใช่แค่การสอบสวนธรรมดา มันคือการข่มขู่ คือการบอกเป็นนัยว่าเขารู้ทุกอย่าง หรืออย่างน้อยที่สุดก็รู้มากกว่าที่เธอคิด และในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกเหมือนมีสายตาอีกคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเธออยู่จากภายนอกห้อง… จากใครบางคนที่ไม่ใช่ตำรวจธรรมดา

“ฉัน… ฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงอะไร” เธอพยายามตอบกลับด้วยเสียงที่มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้

ธีรพัฒน์หัวเราะเบาๆ “อย่าเพิ่งกังวลไปเลยครับคุณอารยา คืนนี้คุณพักผ่อนให้เต็มที่นะครับ เพราะพรุ่งนี้… การผจญภัยที่แท้จริงของคุณอาจจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นก็ได้”

คำพูดของเขาเป็นเหมือนปริศนาที่ยิ่งเพิ่มความสับสนและหวาดกลัวให้กับอารยา เธอรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในกับดักที่มองไม่เห็น เธอไม่รู้ว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรู แม้แต่คนตรงหน้าเธอที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ช่วย ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของ 'ปมมรณะ' ที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ

ในจังหวะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นเดินตามเจ้าหน้าที่อีกคนออกไปจากห้องสอบสวน เสียงกุกกักเบาๆ ก็ดังขึ้นจากใต้โต๊ะสอบสวน เสียงนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่ด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบคมของอารยา เธอรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

เธอก้มลงมองอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่เห็นทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจสุดขีด

ใต้โต๊ะนั้น มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กเท่าฝ่ามือติดอยู่ มันเป็นอุปกรณ์ดักฟัง! และไม่ใช่แค่อุปกรณ์ดักฟังธรรมดา แต่มันคือรุ่นที่ทันสมัยที่สุด… รุ่นเดียวกับที่เธอเคยเห็นในห้องทำงานของชัชวาล… และเป็นรุ่นเดียวกับที่องค์กรลึกลับใช้

ใครเป็นคนติดมัน? ติดตั้งแต่เมื่อไหร่? และใครคือคนที่กำลังฟังการสนทนาของเธออยู่?

อารยาเงยหน้าขึ้นมองธีรพัฒน์ เขากำลังยืนยิ้มบางๆ ให้เธออยู่ ปราศจากความประหลาดใจใดๆ ในดวงตา ราวกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องพบมัน

และในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องสอบสวนก็เปิดออกอีกครั้ง เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายฉกรรจ์สองคนในชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าของพวกเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่อารยาโดยตรง โดยไม่สนใจธีรพัฒน์ที่ยืนอยู่ข้างๆ

หัวใจของอารยาหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม ความหวาดกลัวเข้าจู่โจมเธออย่างรุนแรงที่สุด เธอกำลังถูกล้อม เธอไม่มีที่ไป และเธอก็รู้ทันทีว่า ‘การผจญภัยที่แท้จริง’ ที่ธีรพัฒน์พูดถึง… ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในตอนนี้… และมันอาจจะจบลงในคืนนี้เสียด้วยซ้ำ…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ปมมรณะ

ปมมรณะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!