ปลายจวักหวัง

ตอนที่ 12 — อรุณเบิกฟ้า พิรุณเติบใหญ่

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,276 คำ

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความอบอุ่นละมุนของแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้องนอน ลดาตื่นขึ้นมาด้วยรอยยิ้มอย่างเคยชิน เธอทอดสายตาไปยังเตียงเล็กข้างๆ ที่มีร่างของลูกชายตัวน้อย ‘น้องพิ’ กำลังนอนหลับปุ๋ย ใบหน้าอิ่มเอิบของน้องพิที่ตอนนี้โตขึ้นมากแล้ว ทำให้หัวใจของลดาพองโต ‌เด็กชายอายุเจ็ดขวบกำลังอยู่ในวัยเรียนรู้และช่างสงสัย แต่ทุกครั้งที่มองใบหน้าใสซื่อนี้ ลดาก็อดคิดถึงวันที่เธอยังเป็นเพียงแม่ค้าผัดไทยริมถนนไม่ได้ วันที่ทุกอย่างดูมืดมนและสิ้นหวังเหลือเกิน

“น้องพิ ตื่นได้แล้วครับ สายแล้วนะ” เสียงหวานของลดาเอ่ยปลุกเบาๆ พร้อมกับสัมผัสอ่อนโยนบนศีรษะเล็ก ​น้องพิขยับตัวเล็กน้อย ครางอื้ออึงในลำคอ ก่อนจะลืมตาปรือๆ ขึ้นมามองมารดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความงัวเงีย “หม่าม้า…” เสียงเล็กๆ เรียก เธออดไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงไปหอมแก้มยุ้ยๆ ‍อย่างเต็มรัก “ตื่นได้แล้วคนเก่ง วันนี้มีเรียนว่ายน้ำตอนบ่ายไม่ใช่เหรอครับ”

น้องพิยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเรื่องว่ายน้ำ เขามักจะตื่นเต้นกับกิจกรรมใหม่ๆ เสมอ ลดาช่วยลูกชายลุกขึ้นจากเตียง จัดการที่นอนให้เรียบร้อย ก่อนจะพากันเดินออกไปยังห้องครัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของแพนเค้กกล้วยหอมที่ลดาเตรียมไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ ‌“วันนี้หม่าม้าทำแพนเค้กกล้วยหอมของโปรดน้องพิเลยนะ” เธอบอกพลางตักแพนเค้กสองชิ้นวางลงบนจานใบเล็กๆ ลวดลายการ์ตูนที่น้องพิชอบ พร้อมราดด้วยน้ำผึ้งฉ่ำๆ และผลไม้สดสีสันสวยงาม น้องพิยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย “เย้! ‍หม่าม้าเก่งที่สุดเลย”

ลดาหัวเราะเบาๆ พลางลูบผมลูกชาย เธอนั่งลงตรงข้ามกับน้องพิ มองดูลูกชายทานอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย ในช่วงเวลาแบบนี้เองที่ลดารู้สึกเติมเต็มและมีความสุขที่สุด แม้ว่าชีวิตของเธอในวันนี้จะแตกต่างจากเมื่อหลายปีก่อนราวฟ้ากับเหว จากแม่ค้าผัดไทยข้างถนน สู่การเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยโบราณ ​“ปลายจวักฝัน: By ยายดา” ที่มีหลายสาขา มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือความรักที่เธอมีต่อลูกชาย และความมุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขา

“วันนี้มีสอบย่อยวิชาภาษาไทยนะครับน้องพิ” ลดาเตือนเบาๆ ​ขณะที่เธอกำลังจิบกาแฟอุ่นๆ “ตั้งใจทำข้อสอบนะครับ” น้องพิพยักหน้าหงึกหงัก “ครับหม่าม้า น้องพิจะตั้งใจครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยรอยยิ้มซุกซน “แต่หม่าม้าต้องสัญญานะครับว่าวันนี้จะกลับบ้านเร็วๆ” คำขอของลูกชายทำให้ลดารู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย ช่วงนี้เธองานยุ่งเป็นพิเศษ การประชุม ​การเดินทางไปตรวจสาขา และการคิดค้นเมนูใหม่ๆ ทำให้เธอแทบจะไม่มีเวลาว่างเลย “หม่าม้าจะพยายามนะครับคนเก่ง” เธอตอบ พร้อมกับบีบมือเล็กๆ ของลูกชายอย่างให้กำลังใจ “วันนี้หม่าม้ามีประชุมสำคัญที่สาขาใหญ่ตอนเช้า แล้วก็มีนัดคุยเรื่องวัตถุดิบกับคุณนภัทรอีก”

เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จ ลดาช่วยน้องพิเตรียมตัวไปโรงเรียน จัดกระเป๋า ตรวจสอบสมุดการบ้าน และสุดท้ายคือการแต่งชุดนักเรียนที่สะอาดเรียบร้อย ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความรักและความเอาใจใส่ของคนเป็นแม่ “ไปโรงเรียนดีๆ นะครับน้องพิ ตั้งใจเรียนนะครับ” ลดากอดลูกชายแน่นก่อนจะส่งเขาขึ้นรถโรงเรียน เธอยืนโบกมือจนกระทั่งรถเลี้ยวลับสายตาไป

หลังจากส่งลูกชายขึ้นรถ ลดาขับรถมายังสาขาหลักของ “ปลายจวักฝัน” ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง ร้านอาหารแห่งนี้เป็นดั่งหัวใจของอาณาจักร “ปลายจวักฝัน” ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรและเครื่องเทศไทย ผสมผสานกับการตกแต่งที่ผสมผสานความร่วมสมัยเข้ากับกลิ่นอายของความเป็นไทยโบราณได้อย่างลงตัว พนักงานทุกคนทำงานอย่างขยันขันแข็งและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม เธอเดินเข้าไปในครัวที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายแต่เป็นระเบียบ เสียงฉ่าของกระทะ กลิ่นหอมของอาหารที่กำลังปรุง และเสียงพูดคุยสั่งงานของเชฟแต่ละคน เป็นดั่งดนตรีที่เธอคุ้นเคย

“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณลดา” เสียงของเชฟป้อม หัวหน้าเชฟใหญ่ของร้านทักทายขึ้น “วันนี้คุณลดาจะลองชิมเมนูใหม่สำหรับเทศกาลอาหารไทยของเราไหมคะ?” ลดาพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนค่ะ เชฟป้อม เตรียมไว้ได้เลยนะคะ” เธอเดินตรวจดูความเรียบร้อยของครัว ตรวจสอบวัตถุดิบที่จัดเตรียมไว้ ดูความสะอาด และให้คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ แก่ทีมงาน ทุกวันนี้เธอไม่ได้ลงมือผัดไทยอยู่หน้าเตาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่เธอยังคงเป็นผู้ควบคุมมาตรฐานและเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของทีมเชฟทุกคน

หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ตรงไปยังห้องประชุม ที่คุณนภัทรนั่งรออยู่แล้ว คุณนภัทรในชุดสูทสีเข้มดูสุขุมและภูมิฐานเช่นเคย เขามักจะปรากฏตัวพร้อมกับแววตาที่ฉายแววความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลอยู่เสมอ การทำงานร่วมกับเขาทำให้ลดาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากมาย จากแม่ค้าธรรมดาๆ เธอกลายเป็นนักธุรกิจที่เข้าใจกลไกของตลาดมากขึ้น

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณลดา” คุณนภัทรทักทายด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “เช้านี้มีเรื่องสำคัญที่เราต้องคุยกันครับ” “ค่ะคุณนภัทร” ลดานั่งลงตรงข้ามเขาบนโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ “มีอะไรให้ลดาช่วยดูเป็นพิเศษคะ”

คุณนภัทรเลื่อนแท็บเล็ตที่เปิดหน้าจอแผนการตลาดมาให้ลดาดู “ตามที่คุณลดาได้ทราบข่าว เราได้รับเชิญให้เข้าร่วมงาน ‘Taste of Asia’ ที่สิงคโปร์ครับ” ลดายิ้มบางๆ “ค่ะ ลดาดีใจมากเลยค่ะที่เราได้รับโอกาสนี้” งาน Taste of Asia เป็นเทศกาลอาหารระดับนานาชาติที่รวบรวมเชฟและร้านอาหารชื่อดังจากทั่วเอเชียมารวมกัน เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะทำให้ “ปลายจวักฝัน” ก้าวไกลไปอีกขั้น “แต่ครั้งนี้มีอะไรที่พิเศษกว่านั้นครับคุณลดา” คุณนภัทรพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง “คณะกรรมการจัดงานได้ยื่นข้อเสนอพิเศษให้เราครับ พวกเขาต้องการให้ ‘ปลายจวักฝัน’ เป็นหนึ่งในสามร้านอาหารที่ได้จัดแสดงเมนูพิเศษในฐานะ ‘Master Chef of Thai Cuisine’ และจะมีการถ่ายทำสารคดีสั้นเพื่อเผยแพร่เรื่องราวของเชฟและแรงบันดาลใจในการทำอาหาร”

ลดารู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจเต้นแรง ข้อเสนอนี้ไม่ใช่แค่โอกาส แต่เป็นเกียรติยศสูงสุดที่เชฟคนหนึ่งจะได้รับ การถูกยกย่องว่าเป็น Master Chef และมีสารคดีเป็นของตัวเอง มันเกินกว่าความฝันของแม่ค้าผัดไทยคนหนึ่งจะจินตนาการได้ เธอเคยคิดว่าแค่ร้านของเธอประสบความสำเร็จก็พอแล้ว แต่ตอนนี้โอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่ากำลังมาถึง “จริงหรือคะคุณนภัทร… ลดาไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้” “จริงครับคุณลดา และผมเชื่อมั่นว่าคุณคู่ควรกับตำแหน่งนี้ที่สุด” คุณนภัทรเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่ข้อเสนอนี้มีเงื่อนไขสำคัญคือ คุณลดาต้องเป็นผู้ลงมือทำอาหารและให้สัมภาษณ์ด้วยตัวเองตลอดการจัดงานที่สิงคโปร์ ซึ่งจะกินเวลาประมาณสองสัปดาห์ และสารคดีจะใช้เวลาถ่ายทำเพิ่มเติมอีกประมาณหนึ่งเดือน ซึ่งหมายความว่าคุณลดาจะต้องเดินทางบ่อยขึ้น และใช้เวลาอยู่ที่สิงคโปร์นานกว่าปกติ”

ลดานิ่งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของน้องพิผุดขึ้นมาในความคิดทันที สองสัปดาห์ที่สิงคโปร์… หนึ่งเดือนกับการถ่ายทำสารคดี… นั่นหมายความว่าเธอจะต้องห่างจากลูกชายเป็นเวลานานกว่าที่เคย เธอไม่เคยห่างน้องพินานขนาดนี้มาก่อนเลย ตั้งแต่วันที่สามีจากไป น้องพิคือโลกทั้งใบของเธอ และเธอไม่เคยปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียวเลยแม้แต่วันเดียว “สองสัปดาห์… แล้วน้องพิ…?” เธอเอ่ยถามอย่างลังเล คุณนภัทรรู้ดีถึงความผูกพันระหว่างลดาและลูกชาย “ผมเข้าใจครับคุณลดา เรื่องน้องพิเป็นสิ่งที่คุณต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ในแง่ของธุรกิจ นี่คือโอกาสทองที่เราไม่ควรพลาดเลยครับ คิดดูสิครับ ‘ปลายจวักฝัน’ จะก้าวสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง”

ลดาก้มหน้าลงครุ่นคิดอย่างหนัก เสียงหัวใจของเธอกำลังสั่นไหวระหว่างความฝันอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า กับความผูกพันและหน้าที่ของคนเป็นแม่ เธอเงยหน้าขึ้นมองคุณนภัทรเพื่อหาคำตอบ หรืออาจจะหาทางออกให้ตัวเอง “คุณนภัทร… ลดาขอเวลาคิดสักหน่อยได้ไหมคะ” คุณนภัทรพยักหน้า “แน่นอนครับคุณลดา ผมจะให้เวลาคุณพิจารณาถึงวันศุกร์นี้ แต่ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณจะตอบตกลง เพราะนี่คือความฝันของเชฟทุกคน”

การประชุมดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ในเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยของงานเทศกาล และแผนการตลาดในไตรมาสถัดไป ลดาพยายามมีสมาธิกับการทำงาน แต่ความคิดเรื่องน้องพิและข้อเสนอจากงาน Taste of Asia ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่หยุด จนกระทั่งช่วงบ่าย ลดาปลีกตัวออกมาจากห้องประชุมเพื่อเดินตรวจดูความเรียบร้อยของร้านอีกครั้ง พนักงานยังคงยุ่งอยู่กับการให้บริการลูกค้าที่แน่นขนัด เธอเดินผ่านโต๊ะตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้หน้าต่าง และสายตาของเธอก็พลันเหลือบไปเห็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังนั่งหันหลังให้เธอ

หญิงคนนั้นสวมชุดเดรสสีเข้ม ใบหน้าส่วนหนึ่งถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้าง แต่สิ่งที่ทำให้ลดาชะงักฝีเท้าคือ ‘สร้อยคอ’ ที่ห้อยอยู่ที่คอของหญิงคนนั้น มันคือสร้อยคอจี้รูปหัวใจเงินรมดำ ที่สลักชื่อ ‘ปิยะวัฒน์’ ซึ่งเป็นชื่อสามีของเธอเอาไว้ สร้อยคอเส้นนี้เป็นของที่ระลึกที่เธอสั่งทำพิเศษเพื่อให้สามีสวมใส่ตั้งแต่วันแต่งงาน และเขาไม่เคยถอดมันเลยจนกระทั่งวันที่เขาจากไป สร้อยคอเส้นนี้ได้หายไปพร้อมกับเขาในวันเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งนั้น…

หัวใจของลดากระตุกวูบ ความทรงจำอันเลวร้ายของเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อเจ็ดปีก่อนผุดขึ้นมาในห้วงความคิดอย่างรวดเร็ว เธอจ้องมองสร้อยเส้นนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา มือของเธอเย็นเฉียบ ใบหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี ก่อนที่จะมีเสียงพนักงานเสิร์ฟเดินมาถามอะไรบางอย่างกับหญิงคนนั้น หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและหันหน้ามาทางลดาเพียงเสี้ยววินาที

เพียงเสี้ยววินาทีนั้นเองที่ใบหน้าของหญิงคนนั้นปรากฏชัดต่อสายตาของลดา และดวงตาของลดาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด เพราะใบหน้าของหญิงสาวที่สวมสร้อยคอของสามีเธอคนนั้น…คือ ‘เดือน’ น้องสาวของสามีเธอ ผู้ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่พรากสามีและทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเธอ… เธอที่ควรจะเสียชีวิตไปพร้อมกับเหตุการณ์ครั้งนั้น…

ลดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เลือดในกายเย็นวาบไปถึงกระดูก เธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วปรากฏอยู่ตรงหน้าพร้อมกับสร้อยคอของสามีเธอ ในหัวของเธอเต็มไปด้วยคำถามนับร้อยนับพัน เดือนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ทำไมเธอถึงไม่ตายในกองเพลิง? และทำไมเธอถึงเพิ่งมาปรากฏตัวในวันนี้? หรือว่าเหตุการณ์ในคืนนั้น…มันจะไม่ใช่แค่อุบัติเหตุอย่างที่เธอเคยเข้าใจมาตลอด…

เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ในร้านยังคงดำเนินต่อไป แต่ในหูของลดาพลันได้ยินแต่เสียงก้องในหัวของตัวเองที่ตะโกนก้อง สลับกับภาพเปลวเพลิงที่โหมกระหน่ำ และภาพของสามีที่นอนนิ่งไปตลอดกาล เธออยากจะเดินเข้าไปหาเดือนตรงนั้นทันที อยากจะถาม อยากจะรู้ความจริงทั้งหมด แต่ในชั่ววินาทีนั้น เดือนก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปจากร้านอย่างรวดเร็วราวกับรู้ตัวว่าถูกจับจ้อง ทิ้งให้ลดายืนนิ่งอยู่กลางร้าน ท่ามกลางลูกค้าที่ยังคงเพลิดเพลินกับอาหาร และความจริงอันน่าตกใจที่กำลังจะเปิดเผยในไม่ช้า

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ปลายจวักหวัง

ปลายจวักหวัง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!