วันเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งเดือนเต็มแล้วที่ลดาเริ่มต้นชีวิตใหม่บนเส้นทางสายอาหารริมถนน ทุกวันเธอจะตื่นแต่เช้าตรู่ เตรียมวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน เคี่ยวซอสผัดไทยสูตรคุณยายด้วยความตั้งใจ และเข็นรถเข็นคู่ใจพร้อมกับน้องพิมไปตั้งร้านที่หน้าร้านป้าสมใจเหมือนเดิม กลิ่นหอมของผัดไทยยายดาเริ่มเป็นที่คุ้นเคยของผู้คนในละแวกนั้น มีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ลดามีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป
แต่ชีวิตริมถนนก็ไม่เคยง่ายดายอย่างที่คิด หลังจากความสุขในช่วงแรก ทุกอย่างก็เริ่มเผชิญกับบททดสอบที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน
“วันนี้คนน้อยจังเลยค่ะคุณแม่” น้องพิมเอ่ยขึ้นขณะมองลูกค้าที่เดินผ่านไปมาอย่างบางตา วันนี้เป็นอีกวันที่ยอดขายตกฮวบฮาบ ลดาถอนหายใจออกมาเบาๆ พยายามไม่ให้ลูกสาวเห็นความกังวลในแววตาของเธอ
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะลูก บางวันก็เป็นแบบนี้แหละเนอะ” เธอพูดปลอบใจตัวเองและลูก
สภาพอากาศที่แปรปรวนเป็นอุปสรรคสำคัญ แดดที่แผดเผาในยามเที่ยงทำให้ลูกค้าไม่อยากหยุดซื้ออาหารริมทางนานๆ บางวันฝนก็ตกกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้ลดาต้องรีบเก็บของหนีฝนอย่างทุลักทุเล ร้านที่ตั้งเป็นรถเข็นเล็กๆ ไม่ได้มีกันสาดหรือร่มขนาดใหญ่พอที่จะรับมือกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนัก วันที่ฝนตกหนักเป็นวันที่ลดารู้สึกท้อแท้ที่สุด เพราะแทบจะไม่มีรายได้เลยในวันนั้น กลับถึงบ้านด้วยเสื้อผ้าที่เปียกปอนและหัวใจที่ห่อเหี่ยว
“คุณแม่คะ...หนาวไหมคะ?” น้องพิมตัวสั่นด้วยความหนาว ลดาถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาห่มให้ลูกสาวก่อนที่จะพยุงรถเข็นที่เปียกปอนกลับบ้าน น้ำตาอุ่นๆ ไหลรินลงมาบนแก้มของลดา เธอเกลียดความอ่อนแอของตัวเอง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ในสภาพการณ์แบบนี้
นอกจากสภาพอากาศแล้ว คู่แข่งก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในเส้นทางสายนี้มากขึ้น ร้านผัดไทยเปิดใหม่ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ บางร้านมีราคาที่ถูกกว่า หรือมีโปรโมชั่นดึงดูดใจ ลูกค้าบางส่วนเริ่มเปลี่ยนใจไปลองร้านอื่น ทำให้ยอดขายของลดาลดลงไปอีก
“ผัดไทยร้านนู้นน่าลองกว่าเยอะเลยนะป้า ราคาถูกกว่าตั้งหลายบาท” ลดาได้ยินเสียงลูกค้าสองคนเดินผ่านหน้าร้านของเธอแล้วพูดคุยกัน เธอแอบมองเห็นแผงผัดไทยอีกเจ้าที่ตั้งอยู่ไม่ไกล มีป้ายราคาที่เขียนตัวใหญ่ชัดเจนว่าถูกกว่าของเธอถึงสิบบาท ลดาได้แต่กัดฟัน สัญญาในใจว่าจะไม่ลดคุณภาพอาหารของตัวเอง เพื่อให้ได้ราคาที่ถูกลง
ความกดดันเริ่มถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ รายได้ที่ได้มาแต่ละวันก็แทบจะไม่พอใช้หนี้สินที่ยังคงค้างอยู่ บางครั้งก็ไม่พอกินพอใช้ ลดาเริ่มคิดถึงคำดูถูกของญาติบางคน ที่เคยบอกว่าเธอไม่มีทางทำอะไรได้สำเร็จ เพราะเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียวที่ต้องเลี้ยงลูก และไม่มีความรู้อะไรมากมาย
“คิดจะมาขายของริมถนน มันจะไปได้สักแค่ไหนเชียว” เสียงของญาติที่เคยพูดดูถูกลอยเข้ามาในหัวของลดา ทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลบในใจ
ในคืนหนึ่ง น้องพิมตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยอาการตัวร้อน ลดาตกใจมาก เธอไม่มีเงินพอที่จะพาไปหาหมอในทันที เธอต้องรีบควักเงินเก็บเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากการขายผัดไทยเพื่อเป็นค่ารถไปโรงพยาบาล น้องพิมได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แต่เหตุการณ์ในคืนนั้นทำให้ลดาตระหนักว่าเงินเก็บของเธอร่อยหรอลงไปมาก และความไม่มั่นคงในชีวิตก็ยังคงตามหลอกหลอนเธออยู่เสมอ
หลังจากกลับจากโรงพยาบาล น้องพิมต้องพักฟื้นอยู่บ้านหลายวัน ลดาจึงต้องหยุดขายผัดไทยไปด้วย ทำให้เธอไม่มีรายได้เลยในช่วงนั้น ความกังวลและความท้อแท้เริ่มกัดกินหัวใจลดาอย่างช้าๆ เธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในอุโมงค์ที่มืดมิด มองไม่เห็นปลายทาง
“เราจะสู้ต่อไปได้จริงๆ เหรอ” ลดาถามตัวเองในความมืดมิด ขณะที่เฝ้ามองน้องพิมที่หลับใหลอยู่ข้างกาย ความเหนื่อยล้าทางร่างกายและจิตใจเริ่มเข้าครอบงำ เธอแทบจะไม่มีแรงลุกขึ้นไปทำอาหารในวันรุ่งขึ้นแล้ว
เช้าวันหนึ่ง ลดาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในใจ เธอแทบจะไม่มีแรงลุกจากที่นอน ความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานวันทำให้เธออยากจะนอนอยู่อย่างนั้นตลอดไป อยากจะหลับตาลงแล้วลืมเรื่องราวความทุกข์ยากทั้งหมด แต่เสียงเล็กๆ ของน้องพิมที่นอนอยู่ข้างกายก็ปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาเผชิญกับความจริงอีกครั้ง
“คุณแม่ขา หิวแล้วค่ะ” น้องพิมพูดพร้อมกับลูบท้องเบาๆ ลดาฝืนยิ้มให้ลูกสาว พยายามรวบรวมกำลังใจที่เหลืออยู่ทั้งหมด
“เดี๋ยวแม่ทำให้กินนะจ๊ะ”
เธอเดินไปในครัวด้วยความรู้สึกเหมือนไร้วิญญาณ กวาดสายตามองวัตถุดิบที่เหลืออยู่ไม่มากนัก ความรู้สึกท้อแท้เข้าครอบงำจนอยากจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะยอมแพ้แล้วจริงๆ
ขณะที่ลดากำลังจะยอมแพ้ เสียงเล็กๆ ที่สดใสของน้องพิมก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“คุณแม่ขา วันนี้หนูอยากกินผัดไทยฝีมือคุณแม่จังเลยค่ะ” น้องพิมพูดพร้อมกับยื่นสมุดจดสูตรของคุณยายมาให้ ลดาหันไปมองลูกสาว ดวงตาของเธอพร่ามัวไปด้วยน้ำตา
ภาพของคุณยายที่กำลังสอนเธอทำอาหาร ภาพของชัชที่เคยยืนอยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจ และใบหน้าของน้องพิมที่เต็มไปด้วยความหวัง... ภาพเหล่านี้ฉายวนอยู่ในหัวของลดา
“ไม่ได้สิ... เราจะยอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้” ลดาพูดกับตัวเองเสียงแผ่ว “เราจะยอมแพ้ไม่ได้ เพื่อพิม...”
เธอพยายามปาดน้ำตาออกจากใบหน้า หายใจเข้าลึกๆ และรวบรวมกำลังใจที่เหลืออยู่ทั้งหมด เธอหยิบสมุดจดสูตรของคุณยายขึ้นมาเปิดดูอีกครั้ง สูดกลิ่นของกระดาษเก่าๆ ที่ยังคงมีกลิ่นอายของคุณยายติดอยู่ ราวกับกำลังรับพลังจากท่าน
“คุณยายคงไม่อยากให้เรายอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้หรอก” ลดาพึมพำกับตัวเอง
แม้ในใจจะยังคงมีความกลัวและความกังวล แต่ในส่วนลึกของหัวใจ ลดาเชื่อมั่นว่าเธอจะต้องผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ เพื่ออนาคตของน้องพิม เพื่อความฝันของคุณยาย และเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอไม่ได้อ่อนแออย่างที่คิด
เธอเริ่มลงมือเตรียมวัตถุดิบอีกครั้ง แม้จะเหนื่อยล้า แต่ในแววตาของเธอนั้นกลับฉายแววแห่งความมุ่งมั่นที่กลับมาลุกโชนอีกครั้ง นี่คือบททดสอบที่เธอจะต้องก้าวผ่านไปให้ได้

ปลายจวักหวัง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก