พยัคฆ์เงาพยศ

ตอนที่ 34 — คัมภีร์ธาตุดินและกำแพงเงาโลหิต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,042 คำ

หลังจากเหตุการณ์ในหมู่บ้านร้าง เหลียงฟงและไป๋อี้เฟิงก็ตระหนักถึงความร้ายกาจของ ‘วิชาจันทร์ทมิฬ’ และความมุ่งมั่นของสำนักมังกรทมิฬที่จะรวบรวม ‘คัมภีร์ห้าธาตุพิภพ’ เหลียงฟงรู้สึกว่าพลังที่ได้จากแผนที่แห่งธาตุยังไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามา เขาจึงเร่งฝึกฝนการผสานพลังธาตุทั้งห้าเข้ากับเพลงกระบี่พยัคฆ์ทมิฬอย่างหนักหน่วงในระหว่างเดินทาง

ถ้ำหินยักษ์ตั้งอยู่กลางที่ราบสูงที่แห้งแล้งและกว้างใหญ่ไพศาล มันเป็นภูเขาหินขนาดมหึมาที่ถูกกัดเซาะด้วยลมและน้ำจนกลายเป็นถ้ำขนาดใหญ่จำนวนมาก ‌มีทางเข้าออกหลายแห่ง ดูเหมือนเขาวงกตธรรมชาติที่ซับซ้อน

“ที่นี่คือถ้ำหินยักษ์ ชิ้นส่วนคัมภีร์ธาตุดินน่าจะถูกซ่อนอยู่ที่นี่” เหลียงฟงกล่าว พลางกางแผนที่แห่งธาตุออก เขาชี้ไปยังจุดหนึ่งบนแผนที่ที่ระบุว่าเป็นที่ตั้งของคัมภีร์ธาตุดิน

“บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยพลังงานธาตุดินที่เข้มข้น” ไป๋อี้เฟิงกล่าว เขาสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งของอากาศรอบกาย

ทั้งสองคนเดินเข้าไปในถ้ำหินยักษ์อย่างระมัดระวัง ​ภายในถ้ำมืดมิดและเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของพวกเขาที่สะท้อนก้องไปมา ผนังถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา ยิ่งลึกเข้าไป อุณหภูมิก็ยิ่งลดต่ำลง และรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้ามาในกระดูก

เหลียงฟงใช้เคล็ดวิชาพยัคฆ์มายาในการตรวจจับพลังงานรอบกาย เขาสัมผัสได้ถึงร่องรอยของคนจำนวนมากที่เพิ่งผ่านไป และพลังงานที่มืดมิดของวิชาจันทร์ทมิฬที่ยังคงอบอวลอยู่

“ระวัง! ‍พวกมันมาถึงก่อนเราแล้ว” เหลียงฟงเตือน

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังมาจากเบื้องหน้า เงาร่างจำนวนมากพุ่งออกมาจากความมืด พวกเขาคือสมุนของสำนักมังกรทมิฬ และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ หนึ่งในนั้นคือ ‘เฮยหลง’ ‌รองเจ้าสำนักมังกรทมิฬนั่นเอง

ใบหน้าของเฮยหลงยังคงมีรอยบาดแผลจากการต่อสู้ครั้งก่อน แต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมืดมิดและชั่วร้ายกว่าเดิมมาก ร่างกายของเขาดูเหมือนจะแข็งแกร่งและใหญ่โตขึ้นเล็กน้อย

“ฮ่าๆๆ! เจ้าหนู! เราได้พบกันอีกแล้ว! เจ้าคิดว่าจะหนีข้าพ้นรึ!” เฮยหลงหัวเราะอย่างสะใจ พลังงานสีดำมืดมิดแผ่ออกมาจากร่างของเขา

“เฮยหลง! ‍เจ้ายังไม่ยอมแพ้อีกรึ!” เหลียงฟงกล่าวด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว

“จนกว่าข้าจะได้ครอบครองคัมภีร์ห้าธาตุพิภพ ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้!” เฮยหลงคำราม เขาก้าวเดินออกมาจากกลุ่มสมุนของตนเอง และพุ่งเข้าใส่เหลียงฟงอย่างรวดเร็ว

การต่อสู้เริ่มขึ้นทันที เฮยหลงใช้เพลงหมัดที่ดุดันและรวดเร็ว พลังหมัดของเขาเต็มไปด้วยไอสังหารที่รุนแรงกว่าเดิมมาก ​เหลียงฟงต้องใช้เพลงกระบี่พยัคฆ์ทมิฬผสานกับพลังธาตุทั้งห้าในการรับมือ กระบี่ของเขาเปล่งประกายสีทองผสานกับสีแดงเพลิง และบางครั้งก็มีประกายสีเขียว น้ำเงิน หรือเหลืองอ่อนปรากฏขึ้นมา สร้างเป็นกระบวนท่าที่แปลกใหม่และทรงพลัง

ไป๋อี้เฟิงเองก็ไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่สมุนของสำนักมังกรทมิฬที่เหลือ เพลงกระบี่มายาของเขาพลิกแพลงและงดงามราวกับเงา ​สร้างภาพลวงตาขึ้นมาสับสนศัตรู

เฮยหลงดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นมาก เขาใช้เพลงหมัดที่เต็มไปด้วยพลังงานสีดำมืดมิด โจมตีใส่เหลียงฟงอย่างต่อเนื่อง เหลียงฟงรู้สึกได้ถึงพลังที่มืดมิดของวิชาจันทร์ทมิฬที่แทรกซึมเข้ามาในการโจมตีของเฮยหลง มันพยายามกัดกินพลังลมปราณของเขา

“เจ้ากำลังใช้พลังของวิชาจันทร์ทมิฬ!” เหลียงฟงตะโกน

“ถูกต้อง! และมันจะทำให้ข้าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุทธภพ!” เฮยหลงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

เหลียงฟงรู้ดีว่าเขาไม่สามารถสู้กับเฮยหลงได้นาน ​เพราะพลังของวิชาจันทร์ทมิฬจะทำให้เฮยหลงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เขาต้องหาทางจัดการเฮยหลงให้ได้โดยเร็วที่สุด

เขาตัดสินใจใช้กระบวนท่าใหม่ที่เพิ่งคิดค้นขึ้นมาจากการผสานพลังธาตุทั้งห้า เขาใช้เพลงกระบี่พยัคฆ์ทมิฬผสานกับธาตุดินและธาตุไฟ สร้างเป็นกระบี่เพลิงภูผาที่แข็งแกร่งและร้อนแรงราวกับภูเขาไฟที่กำลังปะทุ

กระบี่ของเหลียงฟงเปล่งประกายสีแดงเพลิงผสานกับสีเหลืองทอง พุ่งเข้าใส่เฮยหลงอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เฮยหลงตกใจ ไม่คิดว่าเหลียงฟงจะมีกระบวนท่าที่ทรงพลังเช่นนี้ เขาพยายามปัดป้อง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานได้

ตูม!

กระบี่เพลิงภูผาพุ่งเข้าใส่ร่างของเฮยหลงอย่างจัง ทำให้เขากระเด็นไปชนกับผนังถ้ำจนกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

“อ๊ากกกก!” เฮยหลงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเขาถูกไฟเผาไหม้และถูกแรงกระแทกอย่างรุนแรง

“เจ้า...เจ้าแข็งแกร่งขึ้นมาก!” เฮยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

เหลียงฟงไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่เฮยหลงอีกครั้ง หวังจะจัดการเขาให้สิ้นซาก แต่ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“หยุดนะ! เจ้าหนู!”

บุรุษผู้หนึ่งเดินออกมาจากความมืด เขามีรูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดคลุมสีดำสนิทที่บ่งบอกถึงตำแหน่งที่สูงส่ง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น แต่แววตาของเขาคมกริบและเต็มไปด้วยพลังอำนาจ นี่คือ ‘มู่เทียนหลง’ เจ้าสำนักมังกรทมิฬนั่นเอง

“เจ้าสำนัก!” เฮยหลงกล่าวด้วยความตกใจ

เหลียงฟงจ้องมองมู่เทียนหลงด้วยความไม่เชื่อสายตา นี่คือชายผู้ที่อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของสำนักพยัคฆ์ทมิฬ และเป็นผู้ที่เขาตามหามาตลอด

“มู่เทียนหลง!” เหลียงฟงกล่าวด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว มือที่กำกระบี่แน่นจนข้อกระดูกขาวโพลน

มู่เทียนหลงยิ้มบางๆ “หึ! ดูเหมือนว่าจะมีเศษเสี้ยวของสำนักพยัคฆ์ทมิฬหลงเหลืออยู่จริงๆ”

พลังลมปราณอันมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างของมู่เทียนหลง ทำให้บรรยากาศในถ้ำหนักอึ้ง เหลียงฟงรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กระแทกเข้ามาจนแทบจะหายใจไม่ออก

“เจ้ายังอ่อนหัดเกินไปที่จะต่อกรกับข้า” มู่เทียนหลงกล่าว พลางยกมือขึ้นช้าๆ

ทันใดนั้น ผนังถ้ำรอบๆ ตัวเหลียงฟงก็เริ่มส่องประกายสีดำมืดมิด หินงอกหินย้อยเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และกลายเป็นกำแพงเหล็กกล้าที่แข็งแกร่ง ราวกับว่ามู่เทียนหลงสามารถควบคุมธาตุดินได้อย่างสมบูรณ์

“นี่คือ ‘กำแพงเงาโลหิต’ วิชาธาตุดินที่แท้จริง!” มู่เทียนหลงกล่าว “เจ้าจะไม่มีวันหนีพ้นจากที่นี่ได้!”

เหลียงฟงพยายามจะพุ่งทะลุกำแพงเหล็กกล้านั้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ กำแพงเหล่านั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้

ไป๋อี้เฟิงเองก็พยายามจะเข้ามาช่วย แต่ก็ถูกสมุนของสำนักมังกรทมิฬที่เหลือรุมโจมตี

“ฮ่าๆๆ! เจ้าหนู! วันนี้เจ้าจะต้องตายที่นี่!” มู่เทียนหลงหัวเราะอย่างสะใจ

เหลียงฟงรู้สึกได้ถึงอันตรายที่แท้จริง มู่เทียนหลงแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ในตอนนี้

เขาพยายามจะใช้เพลงกระบี่พยัคฆ์ทมิฬผสานกับธาตุทั้งห้าในการโจมตีมู่เทียนหลง แต่พลังของมู่เทียนหลงนั้นเหนือกว่ามาก

มู่เทียนหลงเพียงแค่โบกมือเบาๆ กำแพงเงาโลหิตก็เริ่มบีบอัดเข้าหาเหลียงฟงอย่างช้าๆ เหลียงฟงรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังจะบดขยี้เขา

“อาจารย์...ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้!” เหลียงฟงคำราม เขารวบรวมพลังลมปราณทั้งหมดที่มี พุ่งทะยานเข้าใส่กำแพงเงาโลหิตนั้นอย่างบ้าคลั่ง

ตูม!

กำแพงเงาโลหิตสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่แตกสลาย เหลียงฟงถูกแรงกระแทกซัดกระเด็นกลับมาอย่างรุนแรง จนกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

“เจ้ายังอ่อนหัดเกินไป” มู่เทียนหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูก “วันนี้ข้าจะสังหารเจ้า และครอบครองแผนที่แห่งธาตุ”

มู่เทียนหลงก้าวเข้ามาหาเหลียงฟงอย่างช้าๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา

เหลียงฟงรู้สึกได้ถึงความสิ้นหวัง แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เขากัดฟันอดทน พยายามจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

“อาจารย์...ข้าจะไม่มีวันยอมให้สำนักมังกรทมิฬทำลายยุทธภพ!” เหลียงฟงคิด

ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอกถ้ำ

“มู่เทียนหลง! เจ้าบังอาจทำร้ายศิษย์ของข้า!”

บุรุษผู้หนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาในถ้ำอย่างรวดเร็ว เขามีรูปร่างสูงโปร่ง สวมชุดสีฟ้าอ่อน ใบหน้าของเขาหล่อเหลา แต่แววตาของเขาคมกริบและเต็มไปด้วยพลังอำนาจ นี่คือ ‘หลงเทียน’ เจ้าสำนักสวรรค์เมฆา ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่สำนักใหญ่แห่งยุทธภพ

“หลงเทียน!” มู่เทียนหลงอุทานด้วยความตกใจ

“เจ้าสำนักหลงเทียน!” เหลียงฟงและไป๋อี้เฟิงกล่าวด้วยความประหลาดใจ

หลงเทียนพุ่งเข้าใส่กำแพงเงาโลหิตนั้นอย่างรวดเร็ว เพลงกระบี่ของเขาเปล่งประกายสีฟ้าอ่อนราวกับสายฟ้า พุ่งทะลุกำแพงเงาโลหิตนั้นอย่างง่ายดาย

ตูม!

กำแพงเงาโลหิตแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้เหลียงฟงเป็นอิสระ

“เจ้าสำนักมังกรทมิฬ! เจ้าบังอาจทำเรื่องชั่วช้าถึงเพียงนี้!” หลงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว

มู่เทียนหลงจ้องมองหลงเทียนด้วยความโกรธแค้น เขาไม่คิดว่าหลงเทียนจะมาปรากฏตัวที่นี่

“หลงเทียน! เจ้ามาที่นี่ทำไม!” มู่เทียนหลงคำราม

“ข้ามาที่นี่เพื่อหยุดยั้งแผนการชั่วร้ายของเจ้า!” หลงเทียนตอบ “และเพื่อปกป้องยุทธภพ!”

การปรากฏตัวของหลงเทียนทำให้สถานการณ์พลิกผัน มู่เทียนหลงต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าที่เขาคาดคิดไว้

เหลียงฟงรู้สึกโล่งใจที่หลงเทียนมาช่วยไว้ทัน แต่เขาก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริงระหว่างสำนักธรรมะและสำนักอธรรม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พยัคฆ์เงาพยศ

พยัคฆ์เงาพยศ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!