พันธะปรารถนา ภาค ๒

ตอนที่ 19 — ปรารถนาที่เฝ้ารอคอยมานาน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,779 คำ

“ผมเรียนรู้มานานแล้วครับ... เพื่อรอคอยใครสักคนมาลิ้มรสแบบนี้” ภามกล่าวต่อจนจบประโยค เสียงทุ้มแหบพร่าเต็มไปด้วยความจริงใจ ดวงตาคู่คมทอดมองนาราด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาเปรียบ สื่อถึงความปรารถนาอันยาวนานที่เขาเฝ้ารอคอยมาตลอดชีวิต เขายื่นมือไปลูบผมปอยหนึ่งของเธออีกครั้งอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้หัวใจของนาราเต้นระรัวในอกอย่างควบคุมไม่ได้

นาราถึงกับพูดไม่ออก ‌ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความเขินอายปนกับความรู้สึกประหลาดที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ เธอไม่เคยถูกใครปฏิบัติด้วยความอ่อนโยนและใส่ใจถึงเพียงนี้มาก่อน ในโลกที่เธอเคยรู้จัก ทุกคนล้วนแต่เข้ามาพร้อมกับผลประโยชน์ หรือไม่ก็ความคาดหวังที่หนักอึ้ง แต่ภาม... เขาแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ​ความจริงใจที่ฉายชัดจากแววตาและคำพูดของเขา ทำให้กำแพงที่เธอก่อขึ้นมาตลอดชีวิตเริ่มสั่นคลอน ไข่คนในจานที่เคยดูน่าสนใจ กลับไร้ซึ่งรสชาติไปเสียอย่างนั้นเมื่อเทียบกับความรู้สึกหลากหลายที่ถาโถมเข้ามาในตอนนี้

“คุณภาม...” เธอเอ่ยชื่อเขาออกมาแผ่วเบา ราวกับต้องการตรวจสอบว่าสิ่งที่เธอรู้สึกอยู่นี้เป็นความจริงหรือไม่

ภามยิ้มบางๆ มือใหญ่เลื่อนลงจากเส้นผมมายังแก้มเนียนใสของเธอ สัมผัสแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายไปเสียก่อน ‍“เรียกภามเฉยๆ สิครับ นารา... เราอยู่กันสองคน”

เสียงทุ้มที่กระซิบชิดข้างหูทำให้ขนอ่อนของนาราพากันลุกชันขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ เธอหลุบตาลงมองจานอาหารอีกครั้ง พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายไปกับสัมผัสอันอ่อนโยนและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัยนั้น ภามค่อยๆ เลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้ ‌พลางรินกาแฟหอมกรุ่นเติมลงในแก้วของเธออย่างเอาใจใส่ กลิ่นกาแฟคั่วบดชั้นดีอบอวลไปทั่วห้อง กลิ่นหอมที่ปลุกประสาทสัมผัสให้ตื่นตัวนั้นช่วยดึงเธอกลับมาสู่ความเป็นจริงได้เล็กน้อย

“ทานต่อเถอะครับ เดี๋ยวจะเย็นหมด” ภามเอ่ยซ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้เสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เขาไม่ได้เร่งเร้า แต่เป็นการเชื้อเชิญให้เธอผ่อนคลายและดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสุขเล็กๆ ‍นี้

นาราค่อยๆ หยิบส้อมขึ้นมาอีกครั้ง เธอตักขนมปังปิ้งที่ปาดเนยบางๆ ส่งเข้าปากอย่างเชื่องช้า รสชาติกรุบกรอบของขนมปังผสมผสานกับความเค็มมันของเนย และกลิ่นหอมของไข่คนเมื่อทานคู่กัน ทำให้เธอพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการบอกว่ารสชาติยังคงยอดเยี่ยมเหมือนเดิม แต่ที่ยอดเยี่ยมกว่านั้นคือความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ​มันเป็นความอบอุ่นที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสอีกครั้งหลังผ่านเรื่องราวเลวร้ายในอดีตมามากมาย

ภามมองนาราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความชื่นชม เขารู้สึกเหมือนหัวใจของเขาได้ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบในเช้าวันนี้ ความโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจมานานหลายปีได้เลือนหายไปแล้ว เหลือเพียงความสุขที่เอ่อล้น เขาไม่เคยคิดว่าการได้นั่งมองใครสักคนทานอาหารเช้าที่เขาตั้งใจทำ จะสามารถทำให้เขามีความสุขได้ถึงเพียงนี้

“ผมมีความสุขมากเลยครับนารา” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบา ราวกับกลัวว่าเสียงของเขาจะไปทำลายบรรยากาศอันแสนวิเศษนี้ ​นาราเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยคำถาม เธอไม่เคยได้ยินคำพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้จากใครมาก่อน ไม่เคยมีใครกล้าแสดงความรู้สึกออกมาอย่างเปิดเผยและบริสุทธิ์ใจเท่าภาม

“มีความสุขเรื่องอะไรคะ” เธอถามออกไปอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงของเธอเองก็แผ่วเบาลงเช่นกัน

ภามยื่นมือไปกุมมือเรียวเล็กของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะเอาไว้ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นทำให้หัวใจของนาราเต้นระรัวอีกครั้ง เขาบีบมือเธอเบาๆ ​ก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบของนาราสว่างไสว

“ก็มีความสุขที่ได้เห็นคุณทานอาหารที่ผมทำ มีความสุขที่ได้เห็นคุณยิ้ม มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆ คุณแบบนี้ไงครับ” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ “ผมเฝ้ารอวันนี้มานานแล้วนารา... วันที่จะได้ดูแลใครสักคน ได้ตื่นมาเห็นรอยยิ้มแรกของเขา ได้ทำอาหารให้เขาทาน... ผมรอคอยมาทั้งชีวิต”

คำพูดของภามแทงทะลุเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของหัวใจนารา เธอรู้สึกเหมือนมีมวลน้ำอุ่นๆ ไหลเอ่อขึ้นมาในดวงตา ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ เธอเคยคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งพอที่จะอยู่คนเดียวได้ เธอเคยคิดว่าความรักเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นและมีแต่จะนำมาซึ่งความเจ็บปวด แต่ภาม... เขากำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าความรักที่แท้จริงนั้นมีอยู่จริง และมันงดงามเพียงใด

“คุณทำให้ฉันรู้สึก...” นาราเริ่มพูด แต่ก็หยุดไปกลางคัน เธอไม่รู้จะใช้คำพูดใดมาอธิบายความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในใจได้ครบถ้วน

“รู้สึกอะไรครับ” ภามกระตุ้นอย่างอ่อนโยน เขากำมือเธอแน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับต้องการสื่อว่าเขาพร้อมที่จะรับฟังทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการจะบอก

นาราสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องเพื่อกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา “ฉันรู้สึก... เหมือนได้กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง เหมือนกำแพงที่สร้างขึ้นมาตลอดชีวิตกำลังพังทลายลง” เธอหันกลับมาสบตาภามอีกครั้ง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและความหวัง “ฉันไม่รู้ว่านี่คืออะไรกันแน่คุณภาม... แต่ฉันรู้สึกดีกับคุณเหลือเกิน”

ภามยิ้มอบอุ่น เขารู้ว่านารากำลังเปิดใจให้เขามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเฝ้ารอมาตลอด เขาค่อยๆ ดึงมือของนาราขึ้นมาจูบที่หลังมืออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนและนุ่มนวลนั้นทำให้หัวใจของนาราพองโตไปกับความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

“สิ่งที่คุณรู้สึก... มันคือสิ่งที่ผมรู้สึกเหมือนกันครับนารา” ภามเอ่ยเสียงนุ่ม “มันคือความรู้สึกที่ผมเฝ้ารอคอยมาทั้งชีวิต... และผมไม่คิดว่าจะได้เจออีกแล้ว”

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง นึกถึงชีวิตที่ผ่านมาของตัวเอง ชีวิตที่เคยเงียบเหงาและว่างเปล่า ห้องคอนโดแห่งนี้เคยเป็นเพียงที่พักพิงกาย แต่ตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความอบอุ่นเมื่อมีนาราอยู่เคียงข้าง

“ผมรู้ว่าคุณอาจจะมีอดีตที่ยากลำบาก และผมก็เคารพในความเป็นส่วนตัวของคุณ” ภามกล่าวต่ออย่างจริงใจ “แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่าไม่ว่าคุณจะเคยเจออะไรมา ผมจะอยู่ตรงนี้เสมอ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณ และผมจะไม่มีวันปล่อยมือคุณไป”

คำพูดของภามทำให้หัวใจของนาราสั่นสะท้าน เธอไม่เคยได้ยินคำสัญญาที่หนักแน่นและจริงใจเช่นนี้มาก่อน เธอรู้สึกเหมือนมีสายใยบางอย่างกำลังเชื่อมโยงเธอกับเขาเข้าไว้ด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น สายใยที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ด้วยหัวใจ

เธอพยักหน้ารับช้าๆ น้ำตาที่กลั้นไว้มานานก็ไหลรินออกมาในที่สุด เป็นน้ำตาแห่งความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความสุข ความตื้นตัน และความกลัว ภามค่อยๆ เลื่อนมืออีกข้างขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน หัวใจของเขาเจ็บปวดที่เห็นเธอร้องไห้ แต่ก็รับรู้ได้ถึงความบริสุทธิ์ของน้ำตาเหล่านั้น

“ไม่ต้องกลัวนะครับนารา” เขาปลอบโยนเสียงนุ่ม “ผมจะอยู่ตรงนี้เสมอ”

นาราซบหน้าลงกับอกแกร่งของภาม ปล่อยให้น้ำตาไหลรินไปกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของเขา กลิ่นหอมสะอาดของภามทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอโอบแขนกอดเอวเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปจากเธอ

ทั้งสองนั่งกอดกันอยู่เช่นนั้นเนิ่นนาน ปล่อยให้เวลาดำเนินไปอย่างเชื่องช้าในห้วงแห่งความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ภามลูบผมของนาราเบาๆ ปล่อยให้เธอได้ปลดปล่อยความรู้สึกที่เก็บกดไว้มานาน เขาไม่ได้เร่งรัด ไม่ได้ถามไถ่ เพียงแค่โอบกอดเธอไว้ด้วยความเข้าใจ

เมื่อนารารู้สึกสงบลง เธอค่อยๆ คลายอ้อมกอดออก เงยหน้าขึ้นมองภาม ดวงตาของเธอแดงก่ำแต่กลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง

“ขอบคุณนะคะคุณภาม... ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง” เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับนารา แค่คุณอยู่ตรงนี้กับผมก็พอแล้ว” ภามยิ้มอบอุ่น ก่อนจะก้มลงประทับจูบแผ่วเบาที่หน้าผากของเธอ เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย และคำมั่นสัญญา

ทั้งสองใช้เวลาที่เหลืออยู่ในตอนเช้าด้วยกันอย่างเรียบง่ายและอบอุ่น พวกเขาช่วยกันเก็บจานชาม ล้างทำความสะอาดห้องครัวเล็กๆ อย่างไม่ถือตัว ภามชวนนาราไปนั่งดื่มกาแฟที่ระเบียงห้อง ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองกรุงที่เริ่มคึกคักในยามสาย แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามา ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นยิ่งขึ้นไปอีก

“วันนี้คุณมีงานอะไรหรือเปล่าครับ” ภามถามขณะจิบกาแฟ

นาราส่ายหน้าเบาๆ “วันนี้ฉันเคลียร์งานที่ค้างไว้หมดแล้วค่ะ ตั้งใจว่าจะพักผ่อน”

“ดีเลยครับ งั้นวันนี้เราไปเที่ยวกันไหมครับ” ภามเสนอด้วยแววตาเป็นประกาย “ผมอยากพาคุณไปดูอะไรบางอย่าง”

นาราเลิกคิ้วเล็กน้อย “ไปไหนคะ”

“เป็นความลับครับ” ภามยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่รับรองว่าคุณจะต้องชอบ”

ความรู้สึกผ่อนคลายและความตื่นเต้นเล็กๆ ก่อตัวขึ้นในใจของนารา เธอพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มที่สดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ตกลงค่ะ”

ภามมีความสุขมากที่เห็นนารายิ้มและเปิดใจให้เขาได้ถึงขนาดนี้ เขาไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งได้มากถึงเพียงนี้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่นาราก็เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์เหลือล้น เธอแข็งแกร่ง ฉลาด และมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาปรารถนามาตลอด

หลังจากเตรียมตัวเสร็จ ภามก็พานาราขึ้นรถยนต์ส่วนตัวออกเดินทาง จุดหมายปลายทางเป็นสถานที่ที่นาราไม่คุ้นเคย พวกเขาขับรถออกนอกเมืองไปเรื่อยๆ ผ่านทุ่งนาสีเขียวขจี ต้นไม้ใหญ่ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง และบ้านเรือนที่ห่างหายจากความแออัดของเมืองกรุง บรรยากาศเงียบสงบและบริสุทธิ์ ทำให้จิตใจของนารารู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด

“ที่นี่ที่ไหนคะ” นาราอดไม่ได้ที่จะถามเมื่อเห็นป้ายบอกทางเล็กๆ ที่บ่งบอกถึงเขตจังหวัดที่อยู่ห่างไกลจากกรุงเทพฯ

“ใกล้จะถึงแล้วครับ” ภามตอบด้วยรอยยิ้มลึกลับ เขาขับรถเข้าไปในถนนลูกรังเล็กๆ ที่ทอดยาวเข้าไปในป่า ก่อนจะจอดรถลงหน้าบ้านไม้หลังเล็กๆ หลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมลำธารใส

นารามองบ้านหลังนั้นด้วยความประหลาดใจ มันเป็นบ้านไม้เก่าๆ ที่ดูอบอุ่น รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และดอกไม้นานาชนิด เสียงน้ำไหลจากลำธารที่อยู่ไม่ไกลทำให้รู้สึกสดชื่น

“ที่นี่คือบ้านของผมอีกหลังหนึ่งครับ เป็นบ้านที่ผมสร้างขึ้นเองกับมือ” ภามอธิบายด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ “ผมใช้เวลาว่างจากงานสถาปนิก มาสร้างบ้านหลังนี้ทีละเล็กทีละน้อย เพื่อให้เป็นที่พักใจเวลาที่ผมเหนื่อยจากงาน”

นาราเดินลงจากรถอย่างช้าๆ เธอสัมผัสได้ถึงความสงบและร่มเย็นของสถานที่แห่งนี้ ราวกับว่าเวลาได้หยุดนิ่งไปชั่วขณะ “สวยมากเลยค่ะคุณภาม”

“ผมตั้งใจจะสร้างให้เป็นที่พักใจของผมและคนรักในอนาคต” ภามเดินเข้ามาโอบเอวนาราจากด้านหลัง กระซิบเสียงแผ่วข้างหู “และตอนนี้... ผมได้เจอคนรักคนนั้นแล้ว”

คำพูดของภามทำให้นาราถึงกับตัวแข็งทื่อ เธอหันกลับไปสบตาเขา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังและมั่นคง นารารู้สึกเหมือนหัวใจของเธอกำลังถูกเติมเต็มด้วยความรักที่บริสุทธิ์และแท้จริง เธอไม่เคยคิดว่าจะมีใครที่รักเธอได้มากขนาดนี้ ไม่เคยคิดว่าจะมีใครที่มองเห็นคุณค่าในตัวเธอได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้

ภามค่อยๆ โน้มใบหน้าลง จุมพิตริมฝีปากของนาราอย่างแผ่วเบา เป็นจูบที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นาราหลับตาพริ้ม ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความรู้สึกนั้น เธอรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยพันธนาการทั้งหมดที่รัดรึงหัวใจมานานแสนนาน

เมื่อจูบผละออก ภามมองนาราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา “ผมรักคุณนะนารา”

นาราหัวใจเต้นแรง เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำนี้จากใครอีก เธอไม่เคยคิดว่าจะกล้าที่จะตอบกลับคำนี้ไป แต่ตอนนี้... ความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อภามมันทะลักทลายออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ

“ฉันก็รักคุณค่ะภาม” เธอตอบด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาแห่งความสุขไหลรินลงมาอีกครั้ง

ภามยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขากอดนาราไว้แน่น ราวกับจะหลอมรวมเธอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเขา เขารู้สึกเหมือนได้ค้นพบจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่หายไปในชีวิตของเขามานานแสนนาน และตอนนี้มันได้ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ

ทั้งสองใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่บ้านไม้ริมลำธารแห่งนั้นตลอดทั้งวัน พวกเขาเดินเล่นรอบๆ บริเวณบ้าน ช่วยกันทำอาหารง่ายๆ ทาน นั่งคุยกันถึงเรื่องราวในอดีต ความฝันในอนาคต และความรู้สึกที่พวกเขามีต่อกัน ภามเล่าให้นาราฟังถึงความฝันของเขาในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมที่งดงาม และนาราก็เล่าถึงความท้าทายในการบริหารธุรกิจของเธอ พวกเขาต่างรับฟังซึ่งกันและกันอย่างตั้งใจ และค้นพบว่าพวกเขามีอะไรหลายๆ อย่างที่คล้ายกันมากกว่าที่คิด

เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า บรรยากาศโดยรอบก็เริ่มมืดสลัวลง ภามจุดตะเกียงน้ำมันหลายดวงวางไว้รอบๆ บ้าน ทำให้แสงไฟสีนวลอบอุ่นส่องสว่างไปทั่วบริเวณ เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม ผสมผสานกับเสียงน้ำไหลจากลำธาร ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกและเงียบสงบอย่างน่าอัศจรรย์

“ผมมีความสุขที่สุดเลยครับวันนี้” ภามเอ่ยขณะกอดนาราไว้จากด้านหลัง ทั้งสองนั่งอยู่บนระเบียงไม้ ทอดสายตาออกไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า

“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” นารากล่าวตอบ เธอเอนศีรษะซบลงกับไหล่ของเขา สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและปลอดภัย

ภามค่อยๆ ลูบไล้แขนของเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะกระซิบข้างหู “ผมอยากให้คุณอยู่กับผมที่นี่ตลอดไปเลยครับนารา”

นารายิ้มบางๆ เธอหันไปสบตาเขา “ฉันก็อยากอยู่กับคุณค่ะภาม”

ทั้งสองมองตากันเนิ่นนาน แววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา ก่อนที่ภามจะค่อยๆ โน้มตัวลงประทับจูบที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง คราวนี้เป็นจูบที่เร่าร้อนและลึกซึ้งกว่าเดิม จูบที่สื่อถึงความรู้สึกที่ไม่อาจเก็บงำไว้ได้อีกต่อไป นาราตอบรับจูบของเขาอย่างเต็มที่ ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งอารมณ์ที่รุนแรงและเร่าร้อน

ภามอุ้มร่างบอบบางของนาราขึ้นในอ้อมแขน นาราโอบแขนรอบคอของเขาไว้แน่น ใบหน้าของเธอซบลงกับอกแกร่งของเขา ภามค่อยๆ เดินเข้าไปในบ้านไม้ที่อบอุ่นด้วยแสงตะเกียง เสียงเพลงเบาๆ จากวิทยุเก่าๆ ที่เขาเปิดทิ้งไว้ คลอเคล้าไปกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของทั้งสองคน

เขาวางนาราลงบนเตียงไม้ที่ปูด้วยผ้าฝ้ายสีขาวสะอาด นาราจ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสน่หา ภามค่อยๆ โน้มตัวลงจูบเธออีกครั้ง จูบที่ละเมียดละไมและอ่อนโยน แต่กลับเต็มไปด้วยความปรารถนาอันลึกซึ้ง

ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะปล่อยใจไปกับห้วงอารมณ์แห่งความรักที่กำลังก่อตัวอย่างรุนแรง เสียงโทรศัพท์มือถือของนาราก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงเรียกเข้าที่คุ้นเคยนั้นทำให้ร่างของนาราถึงกับแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัว ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด

ภามชะงักไปเล็กน้อย เขามองใบหน้าของนาราที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง หน้าจอแสดงชื่อผู้โทรเข้าด้วยชื่อที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับทำให้บรรยากาศอันแสนหวานเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที

นาราพยายามที่จะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ แต่ร่างกายของเธอดูเหมือนจะขยับไม่ได้ เธอสั่นเทิ้มไปทั้งตัว ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับอะไรบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด

ภามเห็นแววตาหวาดกลัวของเธอ เขาจึงตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์แทน และเมื่อเขากดรับสาย เสียงปลายสายที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยความเย้ยหยันก็ดังขึ้นมา… “นารา... แกคิดว่าจะหนีฉันพ้นเหรอ...”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พันธะปรารถนา ภาค ๒

พันธะปรารถนา ภาค ๒

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!