พิกัดมรณะ

ตอนที่ 14 — หนีตายจากเปลวเพลิง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,263 คำ

เสียงระเบิดยังคงก้องอยู่ในหูของอลิสา ภาพรอบกายพร่าเลือนด้วยควันฝุ่นและประกายไฟที่ยังคงปะทุจากซากประตูเหล็ก อ้อมแขนแข็งแรงของภวัตกระชับร่างเธอไว้แน่น พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ แรงกระแทกจากการวิ่งทำให้แผลถลอกที่แขนของเธอปวดแปลบขึ้นมาอีกครั้ง แต่ความกลัวที่กัดกินจิตใจก็บดบังความเจ็บปวดทางกายไปจนหมดสิ้น ลมหายใจของเธอติดขัด ปอดแสบไปหมดราวกับสูดเอาควันพิษเข้าไปเต็มปอด ‌กลิ่นโลหะไหม้ ผสมกับกลิ่นอับชื้นและคาวสนิมของทางเดินที่ยังไม่คุ้นเคยทำให้เวียนหัวไปหมด

ภวัตไม่พูดอะไร เขาเพียงแต่กระชับมือที่จับข้อมือเธอให้แน่นขึ้น เพื่อให้เธอรู้ว่าต้องตามไป สองขาที่เคยบอบบางของอลิสาเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอด เธอไม่รู้ว่าพวกเขาจะไปที่ไหน ไม่รู้ว่าเบื้องหน้ามีอะไร แต่การหยุดอยู่กับที่คือความตายที่แน่นอน ​เสียงฝีเท้าของพวกเขาก้องสะท้อนไปตามผนังโลหะสีเทาทึมที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา แสงไฟนีออนที่กะพริบเป็นจังหวะสร้างเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอย่างน่าขนลุก ทำให้ทางเดินดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด

ทางเดินกว้างกว่าอุโมงค์แคบๆ ที่พวกเขาเคยหลบหนีมาอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ได้เป็นเพียงทางเดินธรรมดา แต่กลับมีลักษณะคล้ายกับโถงทางเชื่อมขนาดใหญ่ที่เชื่อมไปยังส่วนต่างๆ ของอาคารใต้ดินแห่งนี้ ผนังไม่ได้เป็นเพียงคอนกรีตหยาบๆ ‍แต่เป็นแผ่นโลหะหนาที่เชื่อมต่อกันอย่างประณีต มีท่อระบายอากาศขนาดใหญ่หลายเส้นพาดผ่านเพดานสูงที่ถูกยึดด้วยโครงเหล็กสนิมเขรอะ ส่งเสียงครางหึ่งๆ เบาๆ ราวกับเครื่องจักรที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา อลิสาเดาว่าที่นี่น่าจะเป็นส่วนที่สำคัญกว่า หรืออาจจะเป็นศูนย์กลางบางอย่างขององค์กรลับแห่งนี้

พวกเขาพุ่งตัวผ่านทางแยกแล้วทางแยกเล่า ภวัตเหลือบมองซ้ายขวาอย่างรวดเร็วเพื่อตัดสินใจเลือกทางเดิน ‌ไม่มีเวลาให้คิดทบทวน ไม่มีเวลาให้หยุดพัก แรงขับจากความตื่นตระหนกทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของอลิสาดูไร้สาระไปหมด เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นเชิดที่ถูกลากจูงไปตามแรงของภวัต แต่ในความไร้สาระนี้ก็มีความหวังเล็กๆ ซ่อนอยู่ ความหวังที่ว่าคนตรงหน้าจะพาเธอรอดไปได้

เสียงฝีเท้าที่ไล่ตามมาเริ่มแผ่วลง หรือไม่ก็เป็นเพราะพวกเขาหนีห่างออกมาไกลพอสมควรแล้ว ‍ภวัตหันมามองอลิสาด้วยแววตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความเร่งรีบ “ไหวไหม” เสียงเขาหอบเล็กน้อย แต่ยังคงหนักแน่น

อลิสาพยักหน้าอย่างยากลำบาก “ไปต่อได้” เธอตอบ ทั้งที่ขาของเธอแทบจะหมดแรงอยู่รอมร่อ

ภวัตนำทางพวกเขาเลี้ยวเข้าสู่ทางเดินแคบๆ อีกครั้ง ​ซึ่งแตกต่างจากโถงกว้างที่ผ่านมา ทางเดินนี้มืดสลัวกว่ามาก มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงเรืองรองสว่างวาบเป็นจังหวะ ทำให้บรรยากาศยิ่งวังเวงและน่าหวาดหวั่น พวกเขาเคลื่อนที่ด้วยความระมัดระวังมากขึ้น เสียงของเครื่องจักรที่เคยได้ยินจากโถงใหญ่เริ่มแผ่วลง กลายเป็นความเงียบที่น่าอึดอัด มีเพียงเสียงลมหายใจของพวกเขาและเสียงรองเท้าที่ย่ำไปบนพื้นโลหะเย็นเฉียบ

ทางเดินนำพวกเขามาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานานหลายปี ​ฝุ่นหนาเตอะปกคลุมทุกพื้นผิว สายไฟระโยงระยางห้อยลงมาจากเพดานเหมือนเถาวัลย์โลหะ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เก่าเก็บวางเรียงรายอยู่ตามผนัง บางเครื่องมีจอภาพที่แตกเป็นเสี่ยงๆ บางเครื่องก็ขึ้นสนิมจนไม่เหลือเค้าเดิม

“ที่นี่มันอะไรกัน?” อลิสาพึมพำกับตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าสู่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ล้ำยุคที่ถูกทิ้งร้าง “ดูเหมือนห้องควบคุมเก่า ​หรือศูนย์ข้อมูลบางอย่าง”

ภวัตกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง มือยังคงกำปืนแน่น “ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่แล้ว แต่ก็อย่าประมาท”

อลิสาเดินไปใกล้แผงควบคุมหลักที่อยู่ตรงกลางห้อง แม้จะปกคลุมไปด้วยฝุ่น แต่เธอก็ยังมองเห็นสัญลักษณ์และปุ่มกดต่างๆ ที่คุ้นตา ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิสารสนเทศ เธอพยายามปัดฝุ่นออกอย่างระมัดระวังและมองหาช่องเสียบ USB หรือพอร์ตข้อมูลที่อาจจะยังทำงานอยู่ ภายใต้ความเร่งรีบและอันตรายที่ยังคุกคาม เธอรู้ว่านี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่จะได้ข้อมูลบางอย่างกลับไป

“ดูนี่สิภวัต” อลิสาชี้ไปที่จอภาพขนาดใหญ่ที่ปกคลุมด้วยฝุ่นหนา เมื่อเธอใช้ชายเสื้อเช็ดมันออก เธอก็พบว่ามันเป็นภาพแผนที่ภูมิศาสตร์ที่ไม่คุ้นเคย “นี่ไม่ใช่แผนที่ดาวเทียมทั่วไป มันเป็นข้อมูลเฉพาะทางมากๆ”

เธอพยายามกดปุ่มที่อยู่ใกล้ที่สุด แสงไฟสีเขียวดวงเล็กๆ กะพริบขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เครื่องคอมพิวเตอร์เก่าแก่นั้นเหมือนจะยังคงมีพลังงานหล่อเลี้ยงอยู่ เธอกดคำสั่งไปเรื่อยๆ ตามสัญชาตญาณ จนกระทั่งหน้าจอแสดงผลเปลี่ยนเป็นภาพแผนที่ที่มีเส้นสายและจุดสีแดงระบุตำแหน่งที่น่าตกใจ

“นี่มัน...พิกัด!” อลิสาอุทาน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ “พิกัดเหล่านี้เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย นี่ไม่ใช่แค่จุดเดียว แต่มันคือโครงข่ายขนาดใหญ่”

ภวัตโน้มตัวเข้ามามองใกล้ๆ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม “มันบอกอะไรเราได้บ้าง”

“มันบอกว่า พิกัดมรณะที่ฉันเคยเจอ มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่ใหญ่กว่ามากๆ” อลิสาพูดเสียงแผ่ว “ดูนี่สิ จุดสีแดงพวกนี้กระจายตัวอยู่ในหลายทวีป และแต่ละจุดก็มีรหัสลับเฉพาะกำกับอยู่... เหมือนจะเป็นชื่อโครงการหรืออะไรบางอย่าง” เธอพยายามซูมภาพเข้าไปใกล้ๆ บนหน้าจอที่ยังคงมีสัญญาณรบกวนบางๆ “นี่... ‘Project Chimera’... มันคืออะไรกันแน่”

ขณะที่อลิสากำลังจดจ่ออยู่กับการถอดรหัสข้อมูลบนหน้าจอ เสียงแตกร้าวของกระจกที่ไหนสักแห่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของห้องโถง ภวัตหันขวับไปทันที ดวงตาคมกริบสแกนหาที่มาของเสียง

“ซวยแล้ว” ภวัตสบถ “พวกเขาตามมาถึงนี่แล้ว”

อลิสาตื่นจากภวังค์รีบเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ “เราต้องไปเดี๋ยวนี้!”

“เก็บข้อมูลอะไรได้บ้างไหม” ภวัตถามขณะที่พยายามเปิดประตูอีกด้านของห้อง แต่กลับพบว่ามันถูกล็อกแน่นหนา

“ฉันพยายามถ่ายรูปไว้แล้ว แต่คงได้ไม่ครบ” อลิสาพูดพลางเก็บโทรศัพท์มือถือที่ใช้ถ่ายภาพหน้าจอใส่กระเป๋าเสื้อ เธอรู้ดีว่าข้อมูลเพียงไม่กี่ภาพอาจไม่เพียงพอ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการที่ฟังดูดุดัน ภวัตมองไปรอบๆ พยายามหาทางออกอื่น สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ช่องระบายอากาศขนาดใหญ่บนผนังด้านบน ซึ่งสูงเกินกว่าจะเอื้อมถึง

“ทางนั้น!” ภวัตชี้ “ปีนขึ้นไป!”

“แต่ฉัน...” อลิสาเริ่มคัดค้าน ช่องระบายอากาศนั้นดูสกปรกและแคบเกินไปสำหรับเธอที่จะลอดเข้าไปง่ายๆ

“ไม่มีเวลาแล้ว!” ภวัตไม่รอช้า เขาจับตัวอลิสาไว้และยกเธอขึ้นอย่างรวดเร็ว เธอแทบจะไม่มีเวลาเตรียมตัวก่อนที่เขาจะดันเธอให้พยุงตัวขึ้นไปที่ช่องระบายอากาศได้สำเร็จ อลิสาต้องใช้แรงทั้งหมดพยุงตัวขึ้นไป คลานเข้าไปในช่องเหล็กแคบๆ อย่างทุลักทุเล เสียงโลหะเสียดสีกันทำให้เกิดเสียงดังน่ารำคาญ ฝุ่นผงและใยแมงมุมกระเด็นเข้าหน้าเข้าตา แต่เธอก็ต้องกัดฟันคลานเข้าไป

ทันทีที่เธอหายเข้าไปในช่อง ภวัตก็กระโดดขึ้นตามไปติดๆ เขาดันร่างใหญ่ของเขาเข้าไปในช่องระบายอากาศได้อย่างยากลำบาก เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด เฉียดผ่านช่องที่เขาเพิ่งจะคลานขึ้นไป ร่างกายของเขาเสียดสีกับขอบเหล็กจนเสื้อผ้าขาดวิ่นและผิวหนังถลอกปอกเปิก แต่เขาก็ไม่สนใจ สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวคือพาอลิสาหนีให้พ้น

พวกเขาคลานไปตามช่องระบายอากาศที่มืดมิดและคับแคบ กลิ่นอับชื้นผสมปนเปกับกลิ่นคาวสนิมและกลิ่นบางอย่างที่ไม่คุ้นเคย อลิสาหายใจติดขัด เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกผนังโลหะบีบอัดจนแหลกละเอียด ความกลัวในที่แคบเริ่มกัดกินจิตใจ แต่เธอก็ต้องฝืนทน แรงกระตุ้นจากภวัตที่อยู่ด้านหลังทำให้เธอรู้ว่าต้องไปต่อ

ทางเดินโลหะที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ทอดยาวราวกับเขาวงกต พวกเขาต้องคลานไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียงภายนอกเงียบลงไปบ้าง ภวัตหยุดพักเล็กน้อย ก่อนจะใช้เท้ากระแทกตะแกรงระบายอากาศที่อยู่ด้านล่างเสียงดังครืน ตะแกรงเหล็กเก่าๆ หลุดออกไปอย่างง่ายดาย

พวกเขาดิ่งลงสู่ห้องที่มืดสนิท ห้องนี้ดูเหมือนจะเป็นห้องเก็บของขนาดใหญ่ที่ไม่มีใครใช้งานมาก่อน มีลังไม้เก่าๆ กองสุมกันอยู่เต็มไปหมด กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินคละคลุ้งไปทั่ว อลิสาไอโขลกอย่างแรงเมื่อเท้าแตะพื้น

“ดูเหมือนเราจะปลอดภัยชั่วคราว” ภวัตพูดพลางมองไปรอบๆ ในความมืด สัญชาตญาณบอกเขาว่าที่นี่ไม่ได้ถูกใช้งานมานานแล้ว

อลิสาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปที่ถ่ายไว้ในห้องควบคุม ภาพหน้าจอแสดงแผนที่โลกที่เต็มไปด้วยจุดสีแดงและรหัส ‘Project Chimera’ เธอนิ่วหน้าด้วยความสงสัย

“นี่มันอะไรกันแน่ภวัต” เธอพึมพำ “มันใหญ่กว่าที่เราคิดไว้มากนัก”

ภวัตเดินไปที่ประตูทางออกอีกด้านของห้อง พยายามเปิดมันออก แต่ดูเหมือนมันจะล็อกจากด้านนอกอย่างแน่นหนา เขาใช้ไหล่กระแทกหลายครั้ง แต่ประตูก็ยังคงไม่ขยับ

“แย่แล้ว” ภวัตสบถ “ดูเหมือนเราจะเข้ามาติดอยู่ในนี้แล้ว”

ทันใดนั้น แสงไฟสีแดงสลัวๆ ก็สว่างวาบขึ้นมาจากพื้นห้องด้านหน้าของพวกเขา อลิสาและภวัตหันไปมองพร้อมกันด้วยความตกใจ แสงไฟนั้นไม่ได้มาจากหลอดไฟบนเพดาน แต่มาจากใต้พื้นดินที่พวกเขาเหยียบอยู่ มันค่อยๆ เปล่งแสงออกมาจากรอยแยกของพื้นโลหะที่เริ่มขยับตัวช้าๆ

พื้นห้องที่พวกเขายืนอยู่กำลังเลื่อนแยกออกจากกัน เผยให้เห็นทางลงสู่ปล่องขนาดใหญ่เบื้องล่าง แสงไฟสีแดงที่สว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ เผยให้เห็นบางสิ่งที่อยู่ลึกเข้าไปในความมืดมิดเบื้องล่าง มันไม่ใช่เพียงหลุมลึกธรรมดา แต่เป็นโครงสร้างขนาดมหมาศาลที่แผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต เสียงคำรามต่ำๆ ที่เหมือนเสียงเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังทำงานดังสะท้อนขึ้นมา อากาศในห้องเริ่มสั่นสะเทือน ความร้อนแผ่ซ่านขึ้นมาสัมผัสผิวหนัง อลิสารู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างนั้น

“ภวัต... นี่มันอะไรกัน!” อลิสาพูดด้วยเสียงที่สั่นจนแทบจะไม่ได้ยิน เธอถอยหลังไปชนกับลังไม้ด้านหลังด้วยความตกใจ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อสิ่งที่อยู่เบื้องล่างเริ่มเผยโฉมชัดเจนขึ้น

ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องจักร แต่เป็นสิ่งก่อสร้างขนาดเท่าเมืองที่เรืองแสงสีแดงฉาน ดูเหมือนเป็นศูนย์กลางของ ‘Project Chimera’ ที่เธอเพิ่งเห็นในแผนที่ และเบื้องล่างสุดของโครงสร้างอันน่าสะพรึงกลัวนั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่รูปร่างคล้ายกับ "ไข่" ขนาดยักษ์กำลังเรืองแสงอย่างรุนแรง มันเต้นระรัวราวกับมีชีวิต ชีพจรสีแดงฉานเต้นเป็นจังหวะ และในชั่ววินาทีนั้น อลิสาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมาจากมัน พลังงานที่ไม่ได้มาจากโลกใบนี้

เสียงดังครืนครางจากการเคลื่อนตัวของพื้นห้องยังคงดำเนินต่อไป ช่องว่างเบื้องล่างขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ อลิสาและภวัตยืนอยู่บนแผ่นโลหะขนาดเล็กที่กำลังจะหลุดออกจากโครงสร้างหลัก พวกเขากำลังจะร่วงลงไปในปล่องที่ไร้ก้นบึ้ง ซึ่งเบื้องล่างคือศูนย์กลางของสิ่งที่เรียกว่า ‘Project Chimera’ ที่กำลังเผยโฉมออกมาอย่างสมบูรณ์ และไข่ขนาดยักษ์ที่เรืองแสงอยู่นั้น ก็กำลังปะทุขึ้นพร้อมกับเสียงแตกราวกับแก้วที่กำลังจะระเบิด

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิกัดมรณะ

พิกัดมรณะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!