พิกัดมรณะ

ตอนที่ 17 — ควันพิษและอ้อมกอดแห่งการรอดตาย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,925 คำ

กลิ่นโลหะไหม้รุนแรง ผสมกับกลิ่นอับชื้นและคาวสนิมที่กัดกร่อนจมูกจนแสบทรวง อลิสาพยายามกลั้นหายใจ แต่ก็ทำได้เพียงสูดเอาอากาศหนาหนักปนเปื้อนพิษเข้าไปจนปอดเจ็บแปลบ เสียงระเบิดยังคงก้องอยู่ในหูคล้ายเสียงฟ้าร้องที่ไม่มีวันจางหาย ภาพรอบกายพร่าเลือนด้วยควันฝุ่นหนาทึบและประกายไฟที่ยังคงปะทุจากซากประตูเหล็กที่บิดเบี้ยวเป็นเสี่ยงๆ อ้อมแขนแข็งแรงของภวัตกระชับร่างเธอไว้แน่น พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ ‌แรงกระแทกจากการวิ่งที่รุนแรงทำให้แผลถลอกที่แขนของเธอปวดแปลบขึ้นมาอีกครั้ง แต่ความกลัวที่กัดกินจิตใจก็บดบังความเจ็บปวดทางกายไปจนหมดสิ้น ลมหายใจของเธอติดขัด ปอดแสบไปหมดราวกับสูดเอาควันพิษเข้าไปเต็มปอด

ทางเดินที่มืดมิดและคดเคี้ยวราวกับเขาวงกตดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ภวัตไม่พูดอะไร เขาเพียงแต่กระชับมือที่จับแขนเธอไว้แน่นขึ้น พละกำลังของเขาดูเหมือนจะไม่มีขีดจำกัด ไม่มีความลังเลในทุกก้าวที่เหยียบย่ำลงบนเศษซากปรักหักพังและก้อนกรวดที่กระจายอยู่บนพื้น ​อลิสาเองก็ต้องพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อตามให้ทัน แรงดึงจากภวัตทำให้เธอแทบจะล้มคะมำอยู่หลายครั้ง แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชื่อใจและวิ่งตามไปเรื่อย ๆ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงริบหรี่กระพริบเป็นระยะตามทางเดินที่ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานาน เผยให้เห็นกำแพงคอนกรีตเก่าๆ ที่มีรอยร้าวและคราบสกปรกเกาะกรัง กลิ่นดินชื้นผสมกับกลิ่นเหม็นอับคล้ายเลือดจางๆ ‍ทำให้ท้องไส้ของเธอปั่นป่วนจนอยากจะอาเจียน

หัวใจของอลิสาเต้นระรัวอยู่ในอก ปอดของเธอกำลังจะระเบิด ม่านตาของเธอล้าเต็มทีจากการพยายามเพ่งมองในความมืดที่สลับกับแสงวูบวาบของเปลวไฟ เสียงฝีเท้าของภวัตดังกระทบพื้นเป็นจังหวะหนักแน่นนำทางเธอไป เธอรู้สึกราวกับร่างกายของเธอเป็นเพียงตุ๊กตาที่ถูกลากไปตามกระแสน้ำเชี่ยว สมองของเธอพยายามประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น พิกัดมรณะ องค์กรลับ ‌การไล่ล่า ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไปจนเธอตามไม่ทัน เธอไม่รู้ว่าพวกเขาวิ่งมานานแค่ไหนแล้ว ความรู้สึกเรื่องเวลาเริ่มเลือนหายไป สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือความรู้สึกของการหนี หนีเอาชีวิตรอด

จู่ๆ ภวัตก็หยุดชะงัก ร่างกายของอลิสาที่กำลังพุ่งไปข้างหน้าปะทะเข้ากับแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างจัง ‍เธอสะดุ้งเฮือก แต่ภวัตไม่รอช้า เขากระชากเธอเข้าไปหลบในซอกหลืบมืดๆ ข้างผนังอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าที่วิ่งไล่ตามมาดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงตะโกนที่ฟังไม่ได้ศัพท์ อลิสาเบิกตากว้าง พยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืดมิดในซอกหลืบนั้น ​หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เธอได้ยินเสียงเครื่องยนต์หึ่งๆ คล้ายพัดลมระบายอากาศเก่าๆ ดังอยู่เหนือศีรษะ และกลิ่นอับชื้นก็รุนแรงขึ้นจนเธอต้องกัดริมฝีปากตัวเองเพื่อไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอดออกมา

ภวัตขยับเข้าใกล้เธอมากขึ้น แขนของเขากดร่างเธอให้แนบชิดกับผนังเย็นเฉียบจนเธอรู้สึกได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งตึงของเขา เขาก้มลงกระซิบเสียงต่ำข้างหูเธอจนลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดต้นคอ ​ทำให้เธอขนลุกซู่ “อย่าขยับ อย่าส่งเสียง” คำพูดนั้นสั้นกระชับ แต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้เธอต้องเชื่อฟังโดยอัตโนมัติ เธอพยักหน้าเล็กน้อย พยายามควบคุมการหายใจของตัวเองให้เบาที่สุด เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ​จนเธอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบนพื้น เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าทางเข้าซอกหลืบที่พวกเขาซ่อนอยู่ อลิสาได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของใครบางคน และเสียงวิทยุสื่อสารที่ซ่าๆ ราวกับถูกรบกวนสัญญาณ

“เจอไหม?” เสียงทุ้มห้าวที่ไร้อารมณ์ดังขึ้น “ไม่พบครับ ท่านหัวหน้า ดูเหมือนพวกมันจะหายเข้าไปในซอกนี้” เสียงตอบกลับมา “ตรวจดูให้ทั่วทุกซอกทุกมุม ฉันต้องการตัวพวกมันเป็นหรือตาย โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น ห้ามให้ข้อมูลรั่วไหลไปไหนเด็ดขาด!” เสียงหัวหน้าสั่งการอย่างเด็ดขาด อลิสาตัวเกร็งไปหมด เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นทั่วร่าง เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกของเหล็กที่ภวัตพกติดตัวอยู่ข้างเอวของเขา มันเสียดสีกับเสื้อผ้าของเธออย่างแผ่วเบา เป็นความรู้สึกที่ประหลาดและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน

เสียงฝีเท้าอีกสองสามคู่เดินเข้ามาใกล้ขึ้น พวกมันเริ่มส่องไฟฉายไปตามซอกหลืบต่างๆ แสงไฟฉายสาดส่องไปมาอย่างรวดเร็วเฉียดร่างของพวกเขาไปเพียงไม่กี่นิ้ว อลิสาหลับตาปี๋ กลั้นหายใจเฮือกใหญ่ ภาวนาให้พวกมันมองไม่เห็นพวกเขา ภวัตยังคงนิ่งสนิท ราวกับเป็นหินผา ความสงบของเขาส่งผลให้อลิสารู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเล็กน้อย ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้

เสียงสับสวิตช์ดังขึ้น และทันใดนั้น แสงไฟสีเหลืองสลัวๆ ก็สว่างวาบขึ้นมาในบริเวณนั้น อลิสาแทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นเงาของชายฉกรรจ์สองคนในชุดดำสนิท พร้อมอาวุธครบมือ กำลังยืนห่างจากพวกเขาไปไม่ถึงสองเมตร! เธอรู้สึกถึงแรงบีบที่แขนจากภวัต ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้เธอห้ามขยับเด็ดขาด แสงไฟฉายยังคงสาดส่องไปมาอย่างบ้าคลั่ง แต่ดูเหมือนพวกมันจะมองข้ามซอกหลืบที่มืดที่สุดซึ่งพวกเขาซ่อนอยู่ไป พวกมันมองเห็นได้ไม่ชัดนักในมุมอับตรงนั้น

“ไม่มีอะไรครับท่านหัวหน้า ดูเหมือนจะเป็นทางตัน” เสียงหนึ่งรายงาน “ไปทางอื่น” เสียงหัวหน้าสั่งการพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ เคลื่อนออกไป อลิสาถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเสียงเหล่านั้นจางหายไปจนเงียบสนิท ภวัตค่อยๆ คลายมือออกจากเธอ แต่ยังคงไม่ปล่อยให้เธอขยับไปไหน เขายังคงแนบหูเข้ากับผนัง พยายามฟังเสียงภายนอกอย่างตั้งใจ ผ่านไปหลายนาทีที่เงียบสงัด จนอลิสาเริ่มรู้สึกเหมือนร่างกายชาไปหมดจากความกลัวและท่าทางที่ต้องเกร็งค้างไว้

“ไปได้แล้ว” ภวัตกระซิบเสียงแผ่ว แล้วค่อยๆ พยุงเธอออกจากซอกหลืบนั้น อลิสาทรงตัวแทบไม่อยู่ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงไปหมด แต่เธอก็ต้องกัดฟันก้าวเดินตามเขาไป ภวัตยังคงนำทางเธอไปตามทางเดินที่มืดมิดและวกวน เมื่อพ้นจากจุดที่เต็มไปด้วยควันระเบิดรุนแรง อากาศก็เริ่มเบาบางลงเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นอับชื้นผสมคาวสนิม อลิสาเริ่มมองเห็นทางเดินได้ชัดเจนขึ้น แสงไฟฉุกเฉินที่กระพริบเป็นระยะเผยให้เห็นแผ่นป้ายเก่าๆ ที่ติดอยู่บนผนัง ป้ายเหล่านั้นเป็นสัญลักษณ์และตัวเลขที่เธอไม่คุ้นเคย แต่บางป้ายก็มีข้อความคล้ายภาษาอังกฤษจางๆ สลักไว้ เช่น "Sector C-4" หรือ "Restricted Area"

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในส่วนที่ดูเหมือนจะเป็นโครงสร้างเก่าแก่ของสถานที่แห่งนี้ กำแพงบางส่วนมีร่องรอยของการรั่วซึมของน้ำ ทำให้เกิดคราบตะไคร่น้ำและเชื้อราเกาะหนาเป็นหย่อมๆ เสียงน้ำหยดดังเป็นจังหวะตามทางเดินที่เงียบสงัด อลิสารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในเขาวงกตใต้ดินที่ไม่มีวันสิ้นสุด ความเหนื่อยล้าเริ่มเล่นงานเธออย่างหนัก เธอรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะที่แขนซึ่งมีแผลถลอก เธอมองภวัตอย่างอ้อนวอน “เราจะไปไหนกันคะ?” เธอถามเสียงแหบแห้ง รู้สึกเหมือนน้ำในลำคอเหือดแห้งไปหมด

ภวัตหันมามองเธอแวบหนึ่ง ดวงตาของเขาฉายแววเคร่งเครียด “ทางออก” เขาตอบสั้นๆ ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรไปมากกว่านั้น แต่คำตอบนั้นก็เพียงพอที่จะจุดประกายความหวังเล็กๆ ในใจของอลิสา พวกเขาเดินต่อมาอีกหลายสิบเมตร จนกระทั่งมาถึงทางแยกสามแพร่ง ภวัตหยุดยืนพิจารณาอย่างรอบคอบ เขามองไปทางซ้าย ทางขวา และทางตรงไปข้างหน้า แสงไฟฉุกเฉินตรงทางแยกดับมืดสนิท มีเพียงแสงไฟฉายจากมือถือของภวัตเท่านั้นที่ส่องสว่างนำทาง

“ทางซ้าย” เขาตัดสินใจแล้วหันไปทางซ้ายมือ ทางเดินนั้นดูแคบกว่าทางอื่น และมีประตูเหล็กบานเล็กๆ อยู่สุดทางเดิน อลิสารู้สึกประหลาดใจเมื่อภวัตไม่ได้เลือกทางที่กว้างกว่าและดูตรงไปตรงมา เธอไม่ถามอะไร เพียงแต่เดินตามเขาไปอย่างเงียบๆ พวกเขาเดินผ่านประตูเหล็กที่ไม่ได้ล็อกอย่างง่ายดาย มันเปิดออกเผยให้เห็นบันไดเหล็กเก่าๆ ที่ทอดยาวลงไปในความมืด อลิสารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากเบื้องล่าง มันไม่ใช่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่เป็นความเย็นที่ผิดธรรมชาติ คล้ายความเย็นจากห้องเก็บศพ

“ลงไปข้างล่าง” ภวัตบอกเสียงเรียบ เขาเริ่มก้าวลงบันไดเหล็กทีละขั้นอย่างระมัดระวัง อลิสาเดินตามลงไปอย่างไม่เต็มใจนัก เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังก้องไปทั่ว บันไดเหล็กดูเก่าและผุพัง บางขั้นก็มีสนิมเกาะจนน่ากลัวว่าจะหักลงมา เธอจับราวบันไดไว้แน่น พยายามทรงตัวไม่ให้ลื่นลงไป ยิ่งลงลึกเท่าไหร่ อากาศก็ยิ่งเย็นลงเรื่อยๆ จนเธอรู้สึกได้ถึงไอน้ำที่ลอยอยู่ในอากาศ มันกระทบผิวของเธอให้รู้สึกหนาวเหน็บ

เมื่อลงมาถึงชั้นล่างสุด อลิสาพบว่าพวกเขาอยู่ในห้องโถงกว้างใหญ่ที่มืดมิดเกือบสนิท มีเพียงแสงไฟจากโทรศัพท์ของภวัตเท่านั้นที่ส่องสว่างไปรอบๆ ห้องนั้นมีขนาดใหญ่กว่าทุกห้องที่ผ่านมา เพดานสูงลิบจนมองไม่เห็นความสูงที่แท้จริง กำแพงทั้งสี่ด้านเป็นคอนกรีตเปลือยเปล่าที่มีร่องรอยของการใช้งานมาอย่างยาวนาน ผนังบางส่วนมีแผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์เก่าๆ ติดตั้งอยู่ และบางส่วนก็เต็มไปด้วยท่อระบายอากาศขนาดใหญ่ที่พันกันยุ่งเหยิงไปหมด ตรงกลางห้องมีเครื่องจักรขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ มันเป็นโครงสร้างโลหะขนาดใหญ่ รูปร่างประหลาด คล้ายจานดาวเทียมขนาดจิ๋วที่ถูกครอบด้วยกรงเหล็ก หรือไม่ก็เป็นเครื่องมือวิทยาศาสตร์บางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจ

“นี่มัน… อะไรกันคะ?” อลิสาถามเสียงกระซิบ เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากเครื่องจักรนั้น มันไม่ใช่พลังงานที่จับต้องได้ แต่เป็นความรู้สึกถึงความสำคัญบางอย่าง ความรู้สึกถึงความลับอันยิ่งใหญ่ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในสถานที่แห่งนี้

ภวัตไม่ตอบ เขาเดินตรงไปยังแผงควบคุมขนาดใหญ่ที่ผนังด้านหนึ่ง เขาเริ่มกดปุ่มต่างๆ อย่างรวดเร็ว แสงไฟสีแดงและสีเขียวเล็กๆ สว่างวาบขึ้นมาบนแผงควบคุมนั้น อลิสามองอย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าเขากำลังทำอะไร ทันใดนั้น เสียงเครื่องจักรขนาดใหญ่ตรงกลางห้องก็เริ่มส่งเสียงคำรามเบาๆ มันดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงหึ่งๆ ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้อง แสงไฟสีฟ้าอ่อนๆ เริ่มส่องสว่างขึ้นมาจากส่วนต่างๆ ของเครื่องจักรนั้น ทำให้ห้องโถงที่มืดมิดสว่างขึ้นมาเล็กน้อย เผยให้เห็นรายละเอียดต่างๆ

อลิสาเดินเข้าไปใกล้เครื่องจักรนั้นอย่างระมัดระวัง เธอรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างจากมัน แสงสีฟ้าอ่อนๆ ที่ส่องออกมาจากตัวเครื่องคล้ายแสงจากดาวที่อยู่ไกลแสนไกล มันเป็นภาพที่สวยงามและน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน เมื่อเธอเข้าไปใกล้พอ เธอถึงกับต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจอย่างที่สุด ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบ มันไม่ใช่เครื่องจักรธรรมดา แต่มันคือ แผนที่! แผนที่สามมิติขนาดใหญ่ที่กำลังฉายภาพของบางสิ่งบางอย่างขึ้นมากลางอากาศ

มันเป็นแผนที่ของโลกใบนี้ แต่ไม่ใช่โลกที่เธอรู้จัก มันเต็มไปด้วยเส้นแสงสีฟ้าที่เชื่อมโยงจุดต่างๆ เข้าด้วยกัน และตรงกลางของแผนที่นั้นมีจุดสีแดงขนาดใหญ่ที่กำลังกะพริบอยู่ มันคือพิกัด พิกัดมรณะที่เธอค้นพบ! และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ จุดสีแดงนั้นกำลังส่องแสงสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ คล้ายกับว่ามันกำลังถูกกระตุ้นให้ทำงาน หรือกำลังจะปลดปล่อยบางสิ่งบางอย่างออกมา!

“นั่นมัน สถานที่ที่ฉันถอดรหัสเจอ!” อลิสาอุทานออกมาด้วยความตกใจและตื่นเต้นปนกัน เธอหันไปมองภวัตที่กำลังกดปุ่มสุดท้ายบนแผงควบคุม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง แสงสีฟ้าจากเครื่องจักรสะท้อนอยู่ในดวงตาของเขา

“ใช่” ภวัตตอบเสียงเรียบ “นี่คือ ‘ศูนย์บัญชาการพิกัด’ เป็นแกนหลักของทุกสิ่ง”

ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยสีแดงก็ดังขึ้นไปทั่วทั้งห้อง พร้อมกับแสงไฟสีแดงฉุกเฉินที่สว่างวาบขึ้นมาแทนที่แสงสีฟ้าจากเครื่องจักร เสียงไซเรนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะทำให้ผนังห้องถล่มลงมา อลิสาหันไปมองประตูทางเข้าห้องโถง พวกมันกำลังถูกผลักเปิดออกอย่างรุนแรง เผยให้เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำจำนวนนับสิบคนพร้อมอาวุธครบมือ! พวกมันบุกเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมเล็งปืนมาที่พวกเขา

“พวกมันตามเรามาเจอแล้ว!” อลิสาตะโกนเสียงหลง เธอรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด เธอไม่รู้ว่าจะหนีไปไหนได้อีกแล้ว!

ภวัตไม่ตอบ เขากระชากแขนอลิสาให้ถอยหลังไปด้านหลังเครื่องจักรนั้น “เราไม่มีเวลาแล้ว” เขากระซิบด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว คล้ายกำลังประเมินสถานการณ์ที่สิ้นหวังนี้

แต่ก่อนที่อลิสาจะทันได้ประมวลผลอะไร เสียงเครื่องจักรตรงกลางห้องก็เปลี่ยนไป จากเสียงหึ่งๆ กลายเป็นเสียงคำรามที่ดังและรุนแรงขึ้นกว่าเดิมราวกับเสียงฟ้าผ่า แสงสีแดงจากไซเรนสะท้อนกับแสงสีฟ้าที่ยังคงกะพริบจากพิกัดมรณะบนแผนที่สามมิติอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่แค่แสงที่กะพริบ แต่ดูเหมือนจะกำลังรวมตัวกันเป็นก้อนพลังงานขนาดใหญ่ที่จุดศูนย์กลางของพิกัดนั้น!

จู่ๆ จอภาพขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่เหนือแผงควบคุมก็สว่างวาบขึ้นมา เผยให้เห็นภาพที่ไม่คาดฝัน! เป็นภาพวิดีโอจากดาวเทียมที่กำลังฉายภาพของจุดสีแดงนั้นในโลกแห่งความเป็นจริง มันคือป่าทึบขนาดใหญ่ในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่อยู่บนแผนที่ แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในป่าแห่งนั้นทำให้ร่างของอลิสาแข็งค้าง!

พื้นดินบริเวณจุดพิกัดมรณะกำลังยุบตัวลงไปอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นหลุมขนาดมหึมาที่เผยให้เห็นโครงสร้างโลหะสีดำทะมึนขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาจากใต้ดิน คล้ายกับสิ่งก่อสร้างโบราณที่ถูกฝังอยู่ใต้พิภพมานานนับพันปี มันไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้าง แต่มันคือประตูขนาดมหึมา! ประตูที่กำลังเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้งอยู่เบื้องหลัง!

อลิสาเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวแล่นปราดไปทั่วร่าง เธอรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า “นั่นมัน นั่นมันอะไรกัน!” เธอพึมพำเสียงสั่น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ สมองของเธอไม่สามารถประมวลผลสิ่งที่เห็นได้อีกต่อไป

ภวัตหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “นั่นคือสิ่งที่องค์กรลับพ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิกัดมรณะ

พิกัดมรณะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!