อ้อมแขนแข็งแรงของภวัตกระชับร่างเธอไว้แน่น พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ แรงกระแทกจากการวิ่งที่รุนแรงทำให้แผลถลอกที่แขนของเธอปวดแปลบขึ้นมาอีกครั้ง แต่ความกลัวที่กัดกินจิตใจก็บดบังความเจ็บปวดทางกายไปจนหมดสิ้น ลมหายใจของเธอติดขัด ปอดแสบไปหมดราวกับสูดเอาควันพิษเข้าไปเต็มปอด กลิ่นโลหะไหม้รุนแรง ผสมกับกลิ่นอับชื้นและคาวสนิมที่กัดกร่อนจมูกไปจนแสบทรวง อลิสาพยายามกลั้นหายใจเฮือกหนึ่ง แต่ก็ทำได้เพียงสูดเอาอากาศหนาหนักปนเปื้อนพิษเข้าไปจนปอดเจ็บแปลบ เสียงระเบิดยังคงก้องอยู่ในหูคล้ายเสียงฟ้าร้องที่ไม่มีวันจางหาย ภาพรอบกายพร่าเลือนด้วยควันฝุ่นหนาทึบและประกายไฟที่ยังคงปะทุจากซากประตูเหล็กที่บิดเบี้ยวเป็นเสี่ยงๆ
"ทางนี้!" เสียงของภวัตพร่าเลือนอยู่ในหมอกควัน เขาหันขวับ เลี้ยวเข้าสู่ทางเดินแคบๆ ที่มืดมิดแทบสนิท อลิสาแทบจะล้มคะมำ แต่ภวัตก็ยังคงประคองเธอไว้มั่น แรงดึงจากเขาเป็นเหมือนเชือกวิเศษที่รั้งไม่ให้เธอล้มลงไปในความมืดสนิทนั้น ทางเดินที่พวกเขาเลือกเป็นเหมือนเส้นเลือดฝอยของตึกเก่าแก่แห่งนี้ ผนังปูนเปลือยที่เย็นชื้นเต็มไปด้วยตะไคร่และราดำ ส่งกลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นสาบเฉพาะตัวของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืดมิด
อลิสารู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่ในฝันร้ายที่ไม่จบไม่สิ้น ทุกย่างก้าวคือความทรมาน ทุกครั้งที่เสียงปืนดังขึ้นจากด้านหลัง คือการย้ำเตือนว่าพวกเขากำลังถูกไล่ล่า ไม่ใช่เพียงแค่หนีจากความตาย แต่เป็นการหนีจากเงื้อมมือของคนกลุ่มหนึ่งที่พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วงชิงสิ่งที่เธอค้นพบไป
เสียงหอบหายใจของเธอดังแข่งกับเสียงฝีเท้าของภวัตที่ยังคงวิ่งต่อไปอย่างไม่ลดละ ไม่มีความลังเล ไม่มีความเหนื่อยล้าปรากฏบนสีหน้าของเขา เขาเป็นเหมือนเครื่องจักรที่ถูกตั้งโปรแกรมมาเพื่อการเอาตัวรอดโดยเฉพาะ อลิสาสะดุดอีกครั้ง คราวนี้เธอสัมผัสได้ถึงหยดน้ำเหนียวหนืดบนพื้น ทำให้เธอเสียหลัก ภวัตชะงักกึก เขาก้มลงมองด้วยแววตาเป็นห่วงปนเร่งรีบ
"ไหวไหม?" เสียงของเขาห้าวพร่า ไม่ได้แสดงความเหนื่อยล้า แต่แฝงด้วยความกดดัน
อลิสาพยักหน้าหอบๆ พยายามกลืนก้อนแข็งๆ ในลำคอลงไป “ไหวค่ะ… แต่เราจะไปไหนกัน?”
คำถามนั้นไร้คำตอบ ภวัตไม่ได้พูดอะไร เขาแค่กระชับมือที่กุมข้อมือเธอไว้แน่นขึ้น ก่อนจะออกวิ่งอีกครั้ง คราวนี้เขาดึงเธอให้ไปข้างหน้าเร็วขึ้น ราวกับต้องการเร่งให้ถึงจุดหมายปลายทางให้เร็วที่สุด อลิสาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดิน เสียงระเบิดที่ดังห่างออกไปบ่งบอกว่าอาคารแห่งนี้กำลังพังทลายลงทีละน้อย ไม่ใช่แค่เพียงการไล่ล่า แต่พวกเขากำลังแข่งกับเวลาที่อาคารจะกลืนกินทุกสิ่งลงไปพร้อมกับความลับทั้งหมด
พวกเขาผ่านห้องแล้วห้องเล่า แต่ละห้องมืดมิดและเต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่บ่งบอกว่าสถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมานานแสนนาน บางห้องมีโครงสร้างที่ผิดปกติคล้ายห้องทดลองเก่าๆ ที่ถูกทุบทิ้ง บางห้องมีกองเอกสารที่เปื่อยยุ่ยจนแทบจะกลายเป็นผุยผง กลิ่นเหม็นสาบและกลิ่นอับชื้นยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนอลิสารู้สึกคลื่นไส้ไปหมด
จู่ๆ ภวัตก็หยุด เขาดึงเธอหลบเข้ามุมมืดของทางเดินที่วกวนแห่งหนึ่ง แสงสว่างจางๆ จากช่องเล็กๆ ด้านบนส่องลงมา ทำให้เห็นฝุ่นควันที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ อลิสาพยายามหรี่ตาปรับสายตาให้เข้ากับความมืด เธอได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่กำลังตรงมาทางที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา เสียงพูดคุยแผ่วเบาด้วยภาษาที่ไม่คุ้นหู บ่งบอกว่าไม่ใช่คนไทย และน้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์นั้นทำให้อลิสารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก
"อยู่เงียบๆ" ภวัตกระซิบชิดข้างหู อ้อมแขนของเขากระชับรอบเอวเธอ ดึงเธอให้แนบชิดกับร่างเขามากที่สุด อลิสาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวระทึก เธอกลั้นหายใจเอาไว้ กลัวว่าแม้แต่เสียงลมหายใจของเธอก็อาจจะทรยศตำแหน่งของพวกเขา ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงเข้าจู่โจม ความอ่อนแอที่เธอเกลียดตัวเองที่สุด แต่ในสถานการณ์แบบนี้ เธอก็ทำได้เพียงพึ่งพาภวัตเท่านั้น
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แสงไฟฉายสาดส่องไปทั่วทางเดินที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา อลิสาเห็นเงาตะคุ่มๆ ของชายชุดดำสองคนเดินผ่านหน้าพวกเขาไปอย่างช้าๆ พวกเขาถือปืนไรเฟิลอยู่ในมือ ตรวจสอบทุกซอกมุมอย่างละเอียดลออ แต่ราวกับโชคเข้าข้าง หรืออาจจะเป็นเพราะภวัตเลือกที่ซ่อนได้ดีเยี่ยม แสงไฟนั้นไม่ได้กระทบกับตำแหน่งที่พวกเขาซ่อนอยู่ ชายชุดดำทั้งสองเดินเลยไป ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะค่อยๆ จางหายไปในความมืดมิด
ภวัตผ่อนลมหายใจอย่างช้าๆ เขาคลายอ้อมแขนออกเล็กน้อย แต่อลิสาก็ยังคงยืนเบียดเขาอยู่ “ไปต่อ” เขาว่า
ครั้งนี้ภวัตไม่ได้วิ่ง แต่เขาเดินนำหน้าอย่างระมัดระวังมากขึ้น ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความรอบคอบ เขาดูสำรวจทางเดินข้างหน้าอย่างละเอียด ก่อนจะพยักหน้าให้เธอตามไป อลิสารู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในเขาวงกตที่ไม่มีวันสิ้นสุด ความมืดและความสับสนทำให้เธอเริ่มที่จะแยกแยะทิศทางไม่ถูก เธอได้แต่เดินตามภวัตไปเรื่อยๆ โดยปราศจากข้อสงสัย
“ภวัต…คุณรู้ทางเหรอ?” อลิสาอดรนทนไม่ไหวที่จะถามออกไป เมื่อสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มดูเหมือนจะคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดี ราวกับเคยมาที่นี่มาก่อน
เขาไม่ตอบ เขาแค่หันมามองเธอแวบหนึ่งด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะหันกลับไปมองทางข้างหน้า สองนาทีต่อมา พวกเขาก็มาหยุดอยู่หน้ากำแพงทึบที่ดูเหมือนจะตัน แต่ภวัตไม่ได้ลังเล เขาใช้มือคลำไปตามรอยต่อของผนังที่มองไม่เห็น ก่อนจะพบช่องว่างเล็กๆ ช่องหนึ่ง เขาสอดนิ้วเข้าไปในช่องนั้นแล้วออกแรงบิด เสียงกลไกเก่าๆ ดังขึ้นเบาๆ ผนังส่วนหนึ่งเลื่อนออก เผยให้เห็นทางลับที่มืดมิดกว่าเดิม
“ที่นี่ที่ไหนคะ…แล้วทำไมคุณถึงรู้ทาง?” อลิสาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ภวัตรู้ดีเกินไปสำหรับการพาคนอื่นหนี เขารู้ทุกซอกทุกมุมของสถานที่แห่งนี้ ราวกับเป็นบ้านของเขาเอง
ภวัตหันมามองเธอตรงๆ แววตาของเขาดูจริงจังและเจ็บปวด “ไม่มีเวลาอธิบาย อลิสา เราต้องรีบ”
เขาไม่ได้ให้คำตอบ แต่กลับเลือกที่จะหนีจากคำถามของเธอ อลิสาพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เธอรู้ว่าไม่ใช่เวลาที่จะซักไซ้ เธอต้องรอดจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้ก่อน
ทางลับที่พวกเขาเข้าไปนั้นเป็นอุโมงค์แคบๆ ที่ทอดยาวลงไปใต้ดิน อากาศภายในอุโมงค์เย็นยะเยือกและชื้นแฉะยิ่งกว่าเดิม มีหยดน้ำเกาะพราวอยู่บนผนังหินที่ดูเหมือนจะถูกขุดขึ้นมาด้วยมือมนุษย์เมื่อนานมาแล้ว บางช่วงมีสายไฟเก่าๆ ห้อยระโยงระยางดูน่ากลัว ภวัตหยิบไฟฉายขนาดเล็กออกจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะเปิดมัน แสงสว่างสีเหลืองสลัวๆ สาดส่องไปข้างหน้า เผยให้เห็นทางเดินที่ลึกเข้าไปไม่รู้จบ
“ระวัง!” ภวัตเอ่ยเตือน ก่อนจะดึงแขนอลิสาให้หยุดชะงัก เธอเกือบจะเหยียบเศษโครงกระดูกชิ้นเล็กๆ ที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น เศษโครงกระดูกของสัตว์บางชนิดที่ดูไม่คุ้นตา รวมถึงมีเศษผ้าเก่าๆ และวัตถุโลหะที่ขึ้นสนิมจนไม่สามารถระบุรูปทรงได้วางอยู่ทั่วไป
“ที่นี่มันอะไรกันคะ?” อลิสาถามด้วยเสียงแผ่ว พยายามไม่มองเศษโครงกระดูกเหล่านั้น
“ทางเดินเก่า…ที่ถูกใช้เมื่อนานมาแล้ว” ภวัตตอบสั้นๆ “ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์วิจัยลับขององค์กรเมื่อหลายสิบปีก่อน ก่อนที่มันจะถูกทิ้งร้างและซ่อมแซมขึ้นมาใหม่เพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง”
“ศูนย์วิจัยลับ…” อลิสาพึมพำกับตัวเอง เธอรู้สึกเหมือนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ กำลังจะต่อกัน แต่เธอก็ยังมองไม่เห็นภาพรวม
พวกเขาเดินต่อไปเรื่อยๆ ในความเงียบ มีเพียงเสียงรองเท้าที่กระทบกับพื้นหินและเสียงหยดน้ำที่หยาดลงมาจากเพดาน อุโมงค์เริ่มลาดชันลงเรื่อยๆ จนอลิสารู้สึกเหมือนกำลังเดินลงไปในใจกลางของโลก กลิ่นดินเค็มๆ ผสมกับกลิ่นคาวสนิมและกลิ่นแปลกประหลาดที่เธอไม่สามารถระบุได้เริ่มโชยมาเป็นระยะๆ
“เราจะไปที่ไหนกันคะภวัต?” อลิสาถามอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าพวกเขาเดินมานานเกินไปแล้ว
คราวนี้ภวัตหยุดเดิน เขาหันมามองเธอ แววตาของเขาดูเคร่งเครียด “ฉันกำลังจะพาเธอไปพบกับคนที่รู้ความจริงทุกอย่าง”
หัวใจของอลิสากระตุก “ใครคะ?”
“เพื่อนเก่าของฉัน…ที่เคยทำงานร่วมกับฉันและองค์กรนี้” ภวัตตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ “เขาเป็นคนหนึ่งที่พยายามเปิดโปงความจริง แต่ไม่สำเร็จ และถูกตามล่าจนต้องหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่”
“เขาอยู่ที่นี่…ในอุโมงค์นี้เหรอคะ?” อลิสาถามด้วยความประหลาดใจ
“ใช่” ภวัตพยักหน้า ก่อนจะชี้นิ้วไปยังส่วนที่ลึกเข้าไปในอุโมงค์ “เขาอยู่ลึกลงไปอีก…แต่การเดินทางหลังจากนี้จะอันตรายกว่าเดิม”
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงกระทบกันของโลหะที่ดังคล้ายเสียงโซ่ลากพื้น อลิสาหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจ แสงไฟฉายของภวัตสาดส่องไปตามทางเดินแคบๆ แต่ก็ไม่เห็นสิ่งใด
“อะไรคะ?” อลิสาถามเสียงกระซิบ
“ไม่รู้…แต่เราต้องไปแล้ว” ภวัตตอบ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล เขากระชับปืนพกในมือให้แน่นขึ้น
พวกเขารีบก้าวเดินให้เร็วขึ้น เสียงประหลาดนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับมีบางสิ่งกำลังคลานตามพวกเขามา อลิสารู้สึกถึงลมเย็นเยียบที่พัดผ่านต้นคอ ไม่ใช่ลมปกติ แต่เป็นลมที่พาเอาความรู้สึกที่ไม่เป็นมิตรเข้ามาด้วย
อุโมงค์เริ่มแคบลงจนแทบจะต้องเดินเบียดกัน ภวัตหยุดเดินอีกครั้ง เขาส่องไฟฉายไปที่ผนังด้านหนึ่ง ก่อนจะพบว่ามีช่องเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ก้อนหินขนาดใหญ่ เขาออกแรงดันก้อนหินนั้นจนมันเลื่อนออก เผยให้เห็นทางเข้าสู่ห้องลับขนาดเล็ก
“เข้าไป!” ภวัตดันหลังอลิสาให้เข้าไปในห้องนั้น ก่อนที่เขาจะตามเข้าไปและปิดก้อนหินนั้นกลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว
ภายในห้องลับนั้นมืดสนิทและคับแคบจนอลิสารู้สึกอึดอัด เธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังตึกตักแข่งกับเสียงหายใจหอบถี่ๆ ของภวัต
“เราปลอดภัยแล้วใช่ไหมคะ?” อลิสาถาม
“ไม่รู้” ภวัตตอบด้วยเสียงพร่า “แต่เราได้เวลาพักหายใจชั่วครู่”
เขาเปิดไฟฉายอีกครั้ง แสงสว่างสาดส่องไปทั่วห้อง เผยให้เห็นว่าห้องลับนี้เป็นเพียงโพรงหินเล็กๆ ที่มีอุปกรณ์เก่าๆ วางอยู่ประปราย มีโต๊ะเหล็กขึ้นสนิมตัวหนึ่งและเก้าอี้อีกสองตัว สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือแผนที่เก่าๆ แผ่นหนึ่งที่ถูกคลี่วางอยู่บนโต๊ะ แผนที่นั้นดูเหมือนจะเป็นแผนที่ของอุโมงค์ใต้ดินที่ซับซ้อนนี้เอง แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มีจุดแดงเล็กๆ จุดหนึ่งถูกวงกลมเอาไว้ และเขียนกำกับไว้ด้วยลายมือหวัดๆ ว่า “จุดเริ่มต้น”
อลิสาขยับเข้าไปใกล้แผนที่นั้น เธอเห็นตัวเลขพิกัดบางอย่างเขียนกำกับอยู่ใกล้ๆ จุดแดงนั้น และมันเป็นพิกัดที่คุ้นตาเหลือเกิน ใช่แล้ว มันคือพิกัดเดียวกับที่เธอค้นพบในข้อมูลดาวเทียมสาธารณะ! พิกัดที่นำพาเธอมาสู่เรื่องราวทั้งหมดนี้!
“นี่มัน…” อลิสาเอ่ยเสียงสั่น
ภวัตเดินเข้ามาข้างๆ เธอ เขาก้มลงมองแผนที่นั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน “ใช่…นี่คือพิกัดเดียวกับที่เธอพบ มันคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง”
“แต่ทำไม…ทำไมพิกัดนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วใครเป็นคนเขียนมันไว้?” อลิสาถามด้วยความสับสน
“คนที่ฉันกำลังจะพาเธอไปพบไง” ภวัตตอบ
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านบน เสียงโลหะกระทบกับหินดังครืดคราด ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ทำให้ขนลุกไปทั้งตัว ราวกับเสียงของสัตว์ร้ายที่กำลังถูกทรมาน อลิสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เสียงนั้นมาจากด้านบน…ด้านบนของอุโมงค์ที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา
“เสียงอะไรคะ?” อลิสาถามเสียงสั่น
ภวัตดับไฟฉายในทันที เขาจับมืออลิสาไว้แน่น “ไม่ใช่เสียงจากคน…ฉันไม่เคยได้ยินเสียงแบบนี้มาก่อน”
เสียงนั้นดังซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ใกล้เข้ามาและชัดเจนขึ้น ราวกับกำลังเคลื่อนที่ลงมาทางพวกเขา อลิสาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่พื้นดิน มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ เสียงกรีดร้องนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเกรี้ยวกราดในเวลาเดียวกัน มันทำให้เธอจินตนาการถึงสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
ภวัตเร่งก้าวเท้า เขาดึงอลิสาให้เดินตามเขาเข้าไปในส่วนที่ลึกที่สุดของห้องลับนั้น ซึ่งเผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลงไปอีก เขาไม่รอให้อลิสาถามอะไรอีก เขาแค่ดันเธอให้เข้าไปในช่องนั้นก่อนที่เขาจะตามเข้าไป
พวกเขาเดินลงไปตามทางเดินแคบๆ ที่มืดมิดและลาดชันลงไปเรื่อยๆ อลิสารู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่มากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังเดินเข้าไปในถ้ำน้ำแข็ง เสียงกรีดร้องจากด้านบนเงียบหายไป แต่ถูกแทนที่ด้วยเสียงลมกระโชกแรงที่ดังหวีดหวิว ราวกับเสียงร้องไห้ของวิญญาณ และมีกลิ่นเหม็นเน่าประหลาดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนอลิสาต้องยกมือขึ้นปิดจมูก
จู่ๆ ทางเดินก็มาสิ้นสุดลงที่ประตูเหล็กบานใหญ่ที่เก่าคร่ำคร่า ประตูนั้นมีสัญลักษณ์ประหลาดที่อลิสาไม่เคยเห็นมาก่อนสลักอยู่ มันดูคล้ายสัญลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์โบราณผสมกับสัญลักษณ์ของกลุ่มลัทธิบางอย่าง ภวัตใช้มือลูบไล้ไปตามสัญลักษณ์นั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อลิสาอ่านไม่ออก
“นี่คือทางเข้า…สู่ที่ซ่อนของเขา” ภวัตกระซิบเสียงแผ่ว
แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไร เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังประตูเหล็กบานนั้น เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบราวกับมาจากโลกอื่น มันไม่ใช่เสียงกรีดร้องแบบเมื่อครู่ แต่มันคือเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ทว่ากลับแฝงด้วยความชั่วร้ายอย่างถึงที่สุด และวินาทีนั้นเอง ประตูเหล็กบานมหึมาก็ถูกผลักออกช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดที่ลึกเข้าไป พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งรุนแรงขึ้นจนแทบจะสำลัก และเงาร่างสูงใหญ่ของอะไรบางอย่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา ไม่ใช่คน ไม่ใช่สัตว์ แต่เป็นสิ่งที่อลิสาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในชีวิตจริง… สิ่งที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ และดูเหมือนมันกำลังจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ในความมืดมิดนั้น

พิกัดมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก