ลมหนาวพัดโชยผ่านช่องหน้าต่างบานเล็กของห้องพักเก่าๆ ย่านชานเมืองเชียงใหม่ อลิสาขยับผ้าห่มผืนบางให้กระชับขึ้น ก่อนจะจิบชาสมุนไพรที่เธอชงเองเพื่อคลายความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาถึงกระดูก แม้จะผ่านมาหลายวันแล้วนับตั้งแต่เธอหลบหนีจากการไล่ล่าอันดุเดือดในกรุงเทพฯ แต่ความหวาดระแวงยังคงเกาะกุมจิตใจเธอไม่ห่างหาย ทุกเสียงที่ดังแว่วมา ไม่ว่าจะเป็นเสียงรถยนต์ที่แล่นผ่าน หรือเสียงผู้คนพูดคุยกัน ก็ล้วนทำให้เธอสะดุ้งเฮือกราวกับถูกไฟฟ้าช็อต
เธอรู้ดีว่าการมาซ่อนตัวในเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่นั้นเป็นดาบสองคม แม้จะมีการพลุกพล่านของผู้คนช่วยบดบังตัวตนได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็ง่ายต่อการถูกติดตามเช่นกัน หากองค์กรลับนั้นมีเครือข่ายกว้างขวางพอที่จะแทรกซึมเข้ามาในทุกพื้นที่ของประเทศ เธอพยายามใช้ชีวิตให้กลมกลืนที่สุดเท่าที่จะทำได้ สวมเสื้อผ้าที่เรียบง่าย ไม่โดดเด่น ไม่ใช้เทคโนโลยีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยไม่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการติดต่อกับโลกภายนอกทุกรูปแบบ
แต่ถึงกระนั้น ความรู้สึกถูกจับตามองก็ยังคงเป็นเงาตามติดเธอไปทุกที่ ทุกครั้งที่เธอออกไปหาซื้ออาหารหรือสิ่งของจำเป็น เธอจะรู้สึกราวกับมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเธออยู่เสมอ บางครั้งเธอก็เห็นเงาตะคุ่มๆ แวบหายไปตามซอกตึก หรือเห็นรถยนต์คันเดิมวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ที่พักของเธอหลายครั้ง แต่เมื่อเธอพยายามเพ่งมองให้ชัดเจนขึ้น เงาเหล่านั้นก็มักจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากความหวาดระแวงของเธอเอง
วันนี้เป็นอีกวันที่อลิสารู้สึกไม่สบายใจเป็นพิเศษ เธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกอึดอัดในอก ราวกับมีบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น เธอตัดสินใจที่จะออกไปเดินเล่นในตลาดเช้า เพื่อหาซื้อวัตถุดิบมาทำอาหาร และเพื่อสังเกตการณ์รอบๆ ตัวไปด้วย เธอสวมหมวกปีกกว้างและแว่นกันแดดเพื่ออำพรางใบหน้า ก่อนจะเดินออกจากห้องพักอย่างเงียบเชียบ
ตลาดเช้าในเชียงใหม่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา เสียงพ่อค้าแม่ค้าตะโกนเรียกลูกค้า เสียงหัวเราะของผู้คนที่เดินจับจ่ายใช้สอย และกลิ่นหอมของอาหารนานาชนิดที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ช่วยบรรเทาความตึงเครียดของอลิสาลงได้บ้าง เธอเดินปะปนไปกับฝูงชน พยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุด สายตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง สังเกตผู้คนและสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียด
ขณะที่เธอกำลังเลือกซื้อผักสดจากแผงหนึ่ง สายตาของเธอก็พลันเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่ง เขาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเข้ม กางเกงยีนส์ และหมวกแก๊ปที่ดึงลงมาต่ำจนเกือบจะปิดบังใบหน้า เขากำลังยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ทำทีเป็นสนใจสินค้าในแผงข้างๆ แต่แววตาของเขากลับกวาดมองมาทางเธอเป็นระยะๆ อลิสารู้สึกหนาวสะท้านไปทั่วร่าง เธอจำแววตาคู่นั้นได้ดี แววตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและไร้ความรู้สึก แววตาของหนึ่งในคนที่เคยไล่ล่าเธอในกรุงเทพฯ
หัวใจของอลิสาเต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอพยายามสงบสติอารมณ์ ไม่แสดงท่าทีตื่นตระหนก เธอหยิบผักขึ้นมาดูราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะแสร้งทำเป็นเดินไปอีกแผงหนึ่ง ชายคนนั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับตามมาทันที แต่อลิสารู้ดีว่าเขาจะต้องตามเธอมาอย่างแน่นอน เธอต้องหาทางหนีให้ได้
เธอเดินลัดเลาะไปตามซอกซอยเล็กๆ ของตลาด พยายามใช้ความพลุกพล่านของผู้คนเป็นเกราะกำบัง เธอเดินเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่ผู้คนเริ่มบางตาลง เธอหันกลับไปมองด้านหลัง และก็เห็นชายคนนั้นกำลังเดินตามเธอมาอย่างไม่ลดละ ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำให้เธอรู้สึกขนลุก
อลิสาตัดสินใจวิ่ง เธอวิ่งสุดฝีเท้าไปตามถนนแคบๆ ที่เต็มไปด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่สัญจรไปมา เธอไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน แต่สัญชาตญาณบอกให้เธอวิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียงฝีเท้าของชายคนนั้นดังไล่หลังมาติดๆ เขาไม่ได้วิ่งเร็วเท่าเธอ แต่เขาก็ยังคงตามเธอมาอย่างไม่ลดละ ราวกับเป็นเงาที่ไม่มีวันสลัดหลุด
เธอวิ่งผ่านวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมถนน เธอตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปในวัดทันที หวังว่าความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนี้จะช่วยคุ้มครองเธอได้บ้าง ภายในวัดเงียบสงบกว่าภายนอกมาก มีเพียงเสียงระฆังที่ดังแว่วมาเป็นระยะๆ เธอวิ่งเข้าไปหลบอยู่หลังต้นโพธิ์ใหญ่ที่อยู่กลางลานวัด พยายามหอบหายใจให้เป็นปกติ
ไม่นานนัก ชายคนนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูวัด เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้อารมณ์ใดๆ ราวกับเครื่องจักรสังหารที่กำลังออกล่าเหยื่อ อลิสาตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว เธอภาวนาให้เขาหาเธอไม่เจอ แต่แล้วสายตาของเขาก็พลันหยุดลงที่ต้นโพธิ์ที่เธอกำลังหลบอยู่
ชายคนนั้นเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับว่าเขารู้ดีว่าเธออยู่ที่นั่น อลิสาไม่มีทางเลือกอื่น เธอต้องสู้ เธอต้องหาทางหนีให้ได้อีกครั้ง
เมื่อชายคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ เธอตัดสินใจพุ่งตัวออกจากที่ซ่อน วิ่งไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นไม่คาดคิดว่าเธอจะกล้าทำเช่นนั้น เขาชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบวิ่งตามเธอมาอีกครั้ง
การไล่ล่าดำเนินต่อไปในตรอกซอกซอยที่ซับซ้อนของเมืองเก่า อลิสาใช้ความคล่องตัวของเธอในการหลบหลีกสิ่งกีดขวางต่างๆ กระโดดข้ามรั้ว ปีนกำแพง และมุดเข้าไปในช่องแคบๆ ที่ชายคนนั้นไม่สามารถตามเข้ามาได้ง่ายๆ เธอรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย แต่ความกลัวและความต้องการที่จะมีชีวิตรอดทำให้เธอไม่ยอมแพ้
ในที่สุด เธอก็มาถึงบริเวณริมแม่น้ำปิง เธอเห็นเรือหางยาวลำหนึ่งจอดเทียบท่าอยู่ เธอไม่ลังเลที่จะกระโดดลงไปในเรือทันที และพยายามสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่เครื่องยนต์กลับไม่ยอมติด อลิสารู้สึกสิ้นหวัง
ชายคนนั้นเดินมาหยุดอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เขามองมาที่เธอด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นอีกครั้ง "หนีไม่พ้นหรอกน่าอลิสา" เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชา "ข้อมูลนั้นเป็นขององค์กร และแกต้องคืนมันมา"
อลิสาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ฉันไม่มีทางให้มันกับแกเด็ดขาด!"
ในขณะที่สถานการณ์กำลังคับขันอยู่นั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวจากอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ แรงระเบิดทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน และกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นหันไปมองทางเสียงระเบิดด้วยความตกใจ อลิสาใช้จังหวะนั้นพยายามสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง และคราวนี้เครื่องยนต์ก็ติดขึ้นมาได้สำเร็จ
เธอรีบบังคับเรือออกไปจากฝั่งทันที ทิ้งให้ชายคนนั้นยืนมองเธอด้วยความโกรธแค้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะตามล่าเธอให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
อลิสาขับเรือไปตามแม่น้ำปิงอย่างรวดเร็ว เธอไม่รู้ว่าเสียงระเบิดนั้นคืออะไร หรือใครเป็นคนก่อขึ้น แต่เธอก็รู้สึกขอบคุณที่มันช่วยให้เธอรอดพ้นจากสถานการณ์คับขันมาได้อีกครั้ง เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของการไล่ล่าที่ไม่มีวันสิ้นสุด เธอจะต้องแข็งแกร่งขึ้น และฉลาดขึ้น หากเธอต้องการที่จะมีชีวิตรอดและเปิดเผยความจริงเบื้องหลังพิกัดมรณะนี้
เธอขับเรือไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง เธอจอดเรือเทียบท่า และเดินขึ้นฝั่งอย่างระมัดระวัง เธอรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ แต่เธอก็ยังคงมีความหวัง เธอเชื่อว่าเธอจะต้องหาทางเปิดเผยความจริงให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
เธอเดินไปตามถนนที่มืดมิด เธอไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน หรือจะทำอะไรต่อไป แต่เธอก็ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ เธอรู้ดีว่าการเดินทางของเธอยังอีกยาวไกล และเต็มไปด้วยอันตราย แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันทุกอย่าง เพื่อความจริง เพื่อความยุติธรรม และเพื่อชีวิตของเธอเอง
ในความมืดมิดของยามค่ำคืน อลิสาเงยหน้ามองดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้า เธอรู้สึกราวกับว่าดวงดาวเหล่านั้นกำลังบอกใบ้บางอย่างกับเธอ บอกใบ้ถึงความหวังที่จะได้พบกับความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพิกัดมรณะนี้ เธอจะไม่มีวันยอมแพ้ เธอจะสู้ต่อไปจนกว่าเธอจะค้นพบความจริงทั้งหมด

พิกัดมรณะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก