พิภพปริ

ตอนที่ 18 — แสงแห่งวันใหม่และบาดแผลที่สมาน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,405 คำ

แสงแรกยามเช้าทาบทาผืนป่าอีกครั้ง ความอบอุ่นอ่อนโยนแผ่ซ่านกระทบเปลือกตาของนนท์ที่ค่อยๆ กะพริบเปิดรับแสงแห่งวันใหม่ กลิ่นดินชื้นเจือกลิ่นสมุนไพรสดโชยมาตามลมหายใจเข้าออก บาดแผลจากคมกระสุนที่เคยฉีกขาดสะโพกจนทุพพลภาพ บัดนี้กลับมาประสานกันจนเกือบจะสนิท ผิวหนังใหม่สีชมพูเรื่อปรากฏขึ้นแทนที่รอยแผลเป็นสีคล้ำที่เคยน่าหวาดหวั่น ความเจ็บปวดจากการเคลื่อนไหวแทบไม่มีเหลืออยู่แล้ว ‌เหลือเพียงความรู้สึกตึงรั้งเล็กน้อยยามที่เขาเหยียดขาจนสุด

นนท์ลุกขึ้นนั่งช้าๆ สูดลมหายใจลึกๆ จนเต็มปอด อากาศบริสุทธิ์ในป่าแห่งนี้ช่วยชะล้างความมืดมิดในจิตใจที่สะสมมานานออกไปชั่วขณะ แต่ความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน ความจริงที่ว่าเขาควรจะตายไปแล้วเมื่อหลายวันก่อนก็ถาโถมเข้าใส่ ความรู้สึกสับสนและประหลาดใจพุ่งขึ้นมาพร้อมกับความตื่นตระหนกแผ่วๆ เขานั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ​พยายามประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น

ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ กลิ่นหอมแปลกๆ ของสมุนไพรยังคงอบอวล แต่เขาก็ได้กลิ่นอื่นๆ ที่ละเอียดอ่อนกว่านั้น กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ไม่แน่ใจว่าเป็นของสัตว์ป่าหรืออะไรกันแน่ กลิ่นไหม้ของถ่านที่ดับสนิทมานานแล้ว ‍และกลิ่นดินชื้นจากแอ่งน้ำใกล้ๆ ใบไม้สีเขียวเข้มที่ขึ้นหนาทึบดูมีชีวิตชีวาผิดปกติ บางต้นมีดอกสีม่วงอมฟ้าเรืองแสงจางๆ แม้จะเป็นยามเช้า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ป่าที่เขาคุ้นเคย

เขาเริ่มทดสอบร่างกาย ยกแขนขึ้นลง หมุนคอ บิดเอว ‌แต่ละการเคลื่อนไหวไร้ซึ่งอาการติดขัด ความแข็งแรงที่เคยสูญเสียไปกลับคืนมา แถมยังดูเหมือนจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง ก้าวขาออกไปช้าๆ ความรู้สึกยามที่ปลายเท้าสัมผัสผืนดินแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าเส้นประสาททุกเส้นถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงความสั่นสะเทือนเล็กๆ ‍ของดิน ความเย็นชื้นจากหยดน้ำค้าง และความแข็งแกร่งของรากไม้ที่ฝังลึกอยู่ใต้พื้นดิน

นนท์เดินวนไปรอบๆ โคนต้นไม้ใหญ่ที่เขานอนพิงอยู่ พยายามมองหาร่องรอยอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่พบสิ่งใดที่บ่งชี้ว่ามีใครเคยอยู่ที่นี่มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นรอยเท้า กองไฟ ​หรือเศษอาหาร ทุกอย่างดูเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับว่าเขาปรากฏขึ้นมาเองจากผืนป่าแห่งนี้ ความรู้สึกเดียวดายและอ้างว้างเข้าเกาะกุมหัวใจ แต่ลึกๆ ลงไป เขากลับรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในกาย พลังที่แปลกใหม่และน่าพิศวง

เขาเงยหน้ามองยอดไม้ที่สูงเสียดฟ้า ​แสงแดดส่องลอดลงมาเป็นลำเล็กๆ ผืนป่าดูสงบงาม แต่ก็แฝงไปด้วยความลึกลับ เขาเคยได้ยินเรื่องเล่าของสมุนไพรวิเศษในตำนาน แต่ไม่เคยเชื่อว่าจะได้สัมผัสกับประสบการณ์เช่นนี้ด้วยตัวเอง หรือนี่คือผลจากความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ?

"หรือว่าฉัน... ไม่ได้ตายไปแล้วจริงๆ" เขาพึมพำกับตัวเอง ​เสียงของเขาแหบพร่าจากการไม่ได้พูดมานาน

ความหิวโหยเริ่มคืบคลานเข้ามารบกวน แต่เขากลับรู้สึกว่าความต้องการพื้นฐานเหล่านั้นถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ไม่ใช่แค่ความหิวธรรมดา แต่เป็นความต้องการพลังงานที่เข้มข้นกว่านั้น ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ต้นไม้ผลเล็กๆ ที่มีลูกสีแดงเข้มดึงดูดสายตา เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากมันอย่างชัดเจน ราวกับว่าเขามีประสาทสัมผัสพิเศษที่เพิ่งตื่นขึ้นมา

นนท์เด็ดผลไม้มาหนึ่งลูก กลิ่นหอมหวานปะปนกับกลิ่นดินจางๆ ยิ่งกระตุ้นความอยากอาหารของเขาให้เพิ่มขึ้น เขากัดมันเข้าไปช้าๆ รสชาติหวานอมเปรี้ยวแผ่ซ่านไปทั่วลิ้น และสิ่งที่น่าประหลาดใจกว่านั้นคือเขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายทันทีที่ผลไม้ถูกกลืนลงไป ราวกับว่าเซลล์ทุกส่วนของเขากำลังถูกเติมเต็ม

เขาตัดสินใจเดินหน้าต่อไป ไม่ใช่เพื่อค้นหาคำตอบว่าทำไมเขาถึงรอดชีวิต แต่เพื่อที่จะอยู่รอด เขาต้องหาแหล่งน้ำที่สะอาดและพยายามทำความเข้าใจกับโลกใหม่ใบนี้ที่ดูเหมือนจะก้าวข้ามขีดจำกัดทางวิทยาศาสตร์ไปแล้ว

ทุกก้าวที่เดินไป เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายอย่างชัดเจน กล้ามเนื้อของเขาตึงกระชับขึ้น การมองเห็นคมชัดขึ้น เสียงต่างๆ ในป่าที่เคยเป็นเพียงเสียงพื้นหลัง บัดนี้กลับแยกแยะได้ชัดเจนมากขึ้น เสียงใบไม้ไหว เสียงกระแสลมที่พัดผ่าน กลิ่นของสัตว์ป่าที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร เขาสัมผัสได้ถึงการสั่นสะเทือนของพื้นดินที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง

นนท์เดินตามสัญชาตญาณที่ผลักดันเขาไปยังทิศทางหนึ่ง ซึ่งเขาเชื่อว่าน่าจะเป็นที่ตั้งของแหล่งน้ำ เขาเดินลัดเลาะไปตามพุ่มไม้รกทึบ หลบกิ่งไม้ที่ยื่นเกะกะอย่างคล่องแคล่ว จนมาถึงลำธารสายเล็กๆ ที่ไหลรินผ่านโขดหิน ผิวน้ำใสสะอาดสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ แต่ทันทีที่สายตาของเขากวาดไปตามแนวลำธาร เขาก็ต้องชะงัก

รอยเท้าขนาดใหญ่ที่ประทับอยู่บนพื้นดินชื้นริมลำธาร ไม่ใช่รอยเท้าของมนุษย์ และไม่คุ้นเคยกับสัตว์ป่าชนิดใดที่เขารู้จัก มันเป็นรอยเท้าสามนิ้ว ขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือของเขาหลายเท่า มีกรงเล็บแหลมคมทิ้งร่องลึกบนผืนดิน บ่งบอกถึงน้ำหนักตัวอันมหาศาล และที่สำคัญกว่านั้นคือมันยังดูสดใหม่ ราวกับว่าเจ้าของรอยเท้านี้เพิ่งเดินผ่านไปไม่นาน

ความรู้สึกบางอย่างแล่นแปลบไปทั่วร่างของนนท์ ไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นสัญชาตญาณดิบของการเอาตัวรอดที่ถูกปลุกให้ตื่น เขาไม่ได้พุ่งหนี แต่กลับมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง ดวงตาของเขากวาดมองหาที่หลบซ่อน หรือสิ่งที่พอจะใช้ป้องกันตัวได้ในกรณีที่ต้องเผชิญหน้า

เสียงกรอบแกรบจากพุ่มไม้หนาทึบทางด้านขวาทำให้เขาหันขวับไปทันที เขาก้มตัวลงเล็กน้อย จัดระเบียบการหายใจให้สงบที่สุด แม้จะรู้สึกว่าหัวใจกำลังเต้นแรงจนเกือบจะหลุดออกมาจากอก แต่ร่างกายของเขากลับอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ เขานับหนึ่งถึงสามในใจ และในจังหวะที่เสียงกรอบแกรบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเงาตะคุ่มที่พุ่งออกมาจากพุ่มไม้ นนท์ก็พุ่งตัวหลบเข้าหลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ปรากฏออกมาจากพุ่มไม้คือสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายกิ้งก่ายักษ์ ตัวของมันยาวประมาณสองเมตร ผิวหนังเป็นเกล็ดสีเขียวเข้มสลับดำ มีหนามแหลมงอกออกมาจากหลังไปจนถึงหาง ดวงตาของมันสีแดงก่ำราวกับถ่านเพลิง และมีฟันแหลมคมยื่นออกมาจากปากที่กว้างใหญ่ ส่งเสียงขู่ฟ่อคล้ายงูผสมกับเสียงคำรามของเสือ

"กิ้งก่ากลายพันธุ์งั้นเหรอ?" นนท์คิดในใจ เหงื่อเย็นเยียบผุดขึ้นบนหน้าผาก สัตว์ตัวนี้ใหญ่กว่าที่เขาเคยเจอมาทั้งหมด และดูแข็งแกร่งกว่าพวกมันมาก

กิ้งก่าประหลาดกวาดสายตาไปรอบๆ มันได้กลิ่นของนนท์ มันกระดิกปลายลิ้นสีดำยาวเฟื้อยที่แยกเป็นสองแฉกไปในอากาศ ก่อนจะค่อยๆ เดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ต้นไม้ที่นนท์ซ่อนอยู่ เสียงกรงเล็บของมันขูดกับพื้นดินทำให้เกิดเสียงครืดคราดน่าขนลุก

นนท์รู้ดีว่าการซ่อนตัวแบบนี้จะอยู่ได้ไม่นาน สัตว์ตัวนี้คงจะสัมผัสได้ถึงเขาแล้ว เขาต้องลงมือ!

เขากระชับก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นที่เก็บมาได้เมื่อครู่ในมือแน่น สัญชาตญาณบอกให้เขารอ จังหวะที่กิ้งก่าประหลาดกำลังจะอ้อมมาทางด้านหน้า นนท์ก็พุ่งตัวออกจากที่ซ่อนด้วยความเร็วที่แทบไม่น่าเชื่อ เขาไม่ได้พุ่งเข้าใส่ แต่กลับพุ่งไปทางด้านหลังของสัตว์ร้ายแทน

กิ้งก่าประหลาดหันขวับ ดวงตาแดงก่ำหรี่ลงด้วยความประหลาดใจ แต่ก่อนที่มันจะทันได้ตอบสนอง นนท์ก็กระโดดขึ้นไปบนหลังของมันด้วยความคล่องตัวที่ไม่เคยมีมาก่อน น้ำหนักตัวของเขาไม่ได้สร้างผลกระทบต่อสัตว์ยักษ์มากนัก แต่การกระทำที่ไม่คาดคิดนี้ทำให้มันชะงักไปชั่วครู่

นนท์ใช้ช่วงเวลานั้นในการปักก้อนหินที่แหลมคมลงไปที่เกล็ดหลังของมันอย่างแรง แต่เกล็ดของมันแข็งแกร่งเกินคาด ก้อนหินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ โดยที่ทำได้เพียงแค่สร้างรอยถลอกเล็กน้อยบนผิวหนังของสัตว์ร้าย

กิ้งก่าประหลาดส่งเสียงคำรามกึกก้อง มันส่ายตัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง พยายามสะบัดนนท์ให้หลุดจากหลังของมัน นนท์เกือบจะเสียหลัก แต่เขากัดฟันแน่น ใช้มือทั้งสองข้างยึดเกาะหนามแหลมบนหลังของมันไว้ แม้จะรู้สึกเจ็บแปลบที่ฝ่ามือ แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อย

“แกจะต้องตาย!” นนท์คำรามออกมา พลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ในกายของเขา มันเป็นพลังงานดิบที่รุนแรง เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชีวิตรอด เขาไม่สนใจความเจ็บปวดอีกต่อไป

ในขณะที่สัตว์ร้ายยังคงส่ายตัวอย่างบ้าคลั่ง นนท์ก็เหลือบไปเห็นจุดอ่อนที่คอของมัน ซึ่งมีเกล็ดบางกว่าส่วนอื่นๆ เขาไม่รอช้า พุ่งตัวไปด้านหน้า กระโดดลงมาจากหลังของมัน และใช้เท้าที่แข็งแรงของเขาถีบเข้าที่คอของสัตว์ร้ายอย่างสุดกำลัง

แรงถีบที่รุนแรงทำให้กิ้งก่าประหลาดเซล้มลงไปชนกับต้นไม้ใหญ่ แรงกระแทกนั้นทำให้ลำต้นสั่นสะเทือน เสียงคำรามของมันเปลี่ยนเป็นเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด นนท์ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขารีบวิ่งเข้าไปประชิดตัว และเงื้อมือขึ้นฟาดลงไปที่เกล็ดคอของมันอย่างจัง ด้วยแรงทั้งหมดที่เขามี

ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม!

แทนที่จะเป็นความเจ็บปวดจากการปะทะกับเกล็ดแข็งแกร่ง เขากลับรู้สึกถึงแรงต้านที่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด เสียง "ฉัวะ!" ดังขึ้นพร้อมกับเลือดสีดำเข้มที่พุ่งกระฉูดออกมาจากลำคอของสัตว์ร้าย เกล็ดของมันฉีกขาด ดวงตาแดงก่ำเบิกโพลงด้วยความตกใจและเจ็บปวด

กิ้งก่าประหลาดดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ส่งเสียงร้องโหยหวนก่อนที่ร่างอันใหญ่โตของมันจะล้มลงกระแทกพื้นดินอย่างแรงจนเกิดเสียงสนั่น ผืนป่าเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงหอบหายใจของนนท์ที่ดังแข่งกับเสียงหัวใจของเขาที่ยังคงเต้นระรัว

เขาพยุงตัวเองขึ้นยืน มองร่างไร้วิญญาณของสัตว์ร้ายที่นอนจมกองเลือดอยู่เบื้องหน้า ฝ่ามือของเขาสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตกตะลึงในพลังของตัวเอง ความแข็งแกร่งที่เขาเพิ่งปลดปล่อยออกมานั้นเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้ มันเป็นพลังที่ดิบเถื่อน ไร้ขีดจำกัด ราวกับว่ามีสัตว์ป่าอีกตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในตัวเขา

นนท์ทรุดตัวลงนั่งข้างลำธาร ล้างเลือดสีดำออกจากมือและหน้า เขามองไปที่เงาสะท้อนของตัวเองในน้ำ ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิม มันคือประกายแห่งความแข็งแกร่งและความดุดัน ที่มาพร้อมกับความมืดมิดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน

เขานั่งพักอยู่ครู่หนึ่งจนความเหนื่อยล้าเริ่มจางหายไป แต่วินาทีที่เขากำลังจะลุกขึ้น ความรู้สึกบางอย่างก็แล่นเข้ามาในสมอง สัญชาตญาณที่เฉียบคมขึ้นบอกเขาว่ามีบางสิ่งผิดปกติ เขากวาดสายตาไปรอบๆ อีกครั้งอย่างช้าๆ พยายามจับสัญญาณบางอย่าง

กลิ่นคาวเลือดของกิ้งก่าประหลาดยังคงคละคลุ้ง แต่นอกจากกลิ่นนั้นแล้ว เขายังได้กลิ่นอื่น กลิ่นที่เจือจางกว่า แต่ชัดเจนและไม่เป็นธรรมชาติ กลิ่นของโลหะ และกลิ่นดินปืนจางๆ

นนท์ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขามองไปรอบๆ ลำธาร สอดส่องหาสิ่งผิดปกติ และแล้ว สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับบางสิ่ง

มันเป็นรอยเท้าอีกชนิดหนึ่ง รอยเท้าของมนุษย์ หรือสิ่งที่ใกล้เคียงกับมนุษย์ ประทับอยู่บนพื้นดินชื้นใกล้กับจุดที่กิ้งก่าประหลาดล้มลง รอยเท้าเหล่านี้ดูสดใหม่ยิ่งกว่ารอยเท้าของสัตว์ร้ายเสียอีก และมันนำพาไปสู่ทิศทางที่เขาเพิ่งเดินผ่านมา

เขาก้มลงสำรวจอย่างละเอียด รอยเท้าเหล่านี้เล็กกว่าของเขา แต่มีความหนักแน่นที่บ่งบอกถึงบุคคลที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือแบกสัมภาระหนัก และที่สำคัญที่สุดคือ รอยเท้าเหล่านี้ไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่เป็นรอยเท้าของคนสองคน สองคนที่เดินตามรอยเท้าของเขามาตลอดทาง

ความเย็นยะเยือกแล่นขึ้นไปตามสันหลังของนนท์ เขาไม่ได้อยู่คนเดียวในป่าแห่งนี้ และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นเหยื่อที่ถูกจับตาดูมาตลอดเวลาที่ผ่านมา ความรู้สึกที่เคยคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งกลับถูกแทนที่ด้วยความระแวงสงสัย

ใครกัน? และทำไมถึงตามเขามา? หรือนี่คือคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้? หรือเป็นเพียงนักล่าที่มองหาเหยื่อ?

นนท์เงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางที่รอยเท้าเหล่านั้นมุ่งหน้าไป ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม ดวงตาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง เขาไม่รู้ว่าเบื้องหน้ากำลังรออะไรอยู่ แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน ไม่ว่าจะเป็นความหวัง หรือความมืดมิดอีกครั้งก็ตาม

แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ตัดสินใจก้าวเท้าเดินต่อไป เสียงกระซิบแผ่วเบาที่แทบจะไม่ได้ยินก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเขา...

"ในที่สุด... ก็ตื่นแล้วสินะ"

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิภพปริ

พิภพปริ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!