พิภพปริ

ตอนที่ 19 — แสงอรุณแห่งการเยียวยา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,393 คำ

แสงแรกยามเช้าทาบทาผืนป่าอีกครั้ง ความอบอุ่นอ่อนโยนแผ่ซ่านกระทบเปลือกตาของนนท์ที่ค่อยๆ กะพริบเปิดรับแสงแห่งวันใหม่ กลิ่นดินชื้นเจือกลิ่นสมุนไพรสดโชยมาตามลมหายใจเข้าออก บาดแผลจากคมกระสุนที่เคยฉีกขาดสะโพกจนทุพพลภาพ บัดนี้กลับมาประสานกันจนเกือบจะสนิท ผิวหนังใหม่สีชมพูเรื่อปรากฏขึ้นแทนที่รอยแผลเป็นสีคล้ำที่เคยน่าหวาดหวั่น ความเจ็บปวดจากการเคลื่อนไหวแทบไม่มีเหลืออยู่แล้ว ‌เหลือเพียงความรู้สึกตึงรั้งเล็กน้อยยามที่เขาเหยียดขาจนสุด

นนท์ลุกขึ้นนั่งช้าๆ สูดลมหายใจลึกๆ จนเต็มปอด อากาศบริสุทธิ์ในป่าแห่งนี้ช่วยชะล้างความหนักอึ้งในจิตใจของเขาไปได้บ้าง ความรู้สึกตึงรั้งที่สะโพกทำให้เขาขมวดคิ้ว เขาค่อยๆ ลองเหยียดขาออกไปข้างหน้าช้าๆ จากนั้นก็งอพับเข้ามา ​ความเจ็บปวดที่เคยรุนแรงจนบิดกายแทบขาด บัดนี้เลือนหายไปจนน่าประหลาดใจ มันเหลือเพียงความรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้อที่เพิ่งฟื้นตัวจากการใช้งานหนัก ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเถ้าธุลีและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง อากาศบริสุทธิ์เช่นนี้หายากยิ่งกว่าทองคำในยุคที่ทุกสิ่งพังทลาย

"นี่มัน...อะไรกัน?" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าจากการไม่ได้พูดมานาน ‍แผลขนาดใหญ่ที่เคยฉีกขาดจนเห็นกระดูก บัดนี้มีเพียงรอยสีชมพูเรื่อๆ ทาบทับลงบนผิวหนัง การฟื้นตัวที่รวดเร็วเกินธรรมชาติทำให้หัวใจของนนท์เต้นระรัวด้วยความกังขาและหวังลึกๆ เขาเคยคิดว่าตัวเองจะต้องเป็นคนพิการไปตลอดชีวิตในโลกที่โหดร้ายแห่งนี้ แต่ร่างกายกลับทรยศความคาดหมายของเขาอย่างสิ้นเชิง

เขายันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ค่อยๆ ถ่ายน้ำหนักลงบนขาข้างที่เคยบาดเจ็บ ‌แรงตึงรั้งแล่นแปลบขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาเซถลา เขาหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง แล้วลองก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างระมัดระวัง แม้จะยังไม่คล่องตัวนัก แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่กลับคืนมา ความรู้สึกราวกับร่างกายได้ถูกชุบชีวิตใหม่ ‍ไม่ใช่แค่แผลที่หาย แต่เรี่ยวแรงที่เคยโรยราก็กลับมาเต็มเปี่ยม

ในความทรงจำที่พร่าเลือน เขานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องบาดเจ็บ การปะทะกันกับกลุ่มคนที่หมายจะชิงเสบียงจากเขาและเพื่อนร่วมทางอีกสองสามคน ใครคนหนึ่งยิงเขาจากด้านหลัง ขณะที่เขากำลังช่วยเพื่อนที่ถูกล้มลง ความเจ็บปวดนั้นรุนแรงจนเขาจำอะไรไม่ได้อีกเลยนอกจากความมืดมิดที่เข้าครอบงำ ทว่าตอนนี้... ​เพื่อนของเขาอยู่ที่ไหน? พวกเขารอดหรือไม่? คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวของนนท์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

กลิ่นคาวเลือดของเขาที่เคยติดตรึงไปทั่วบริเวณที่เขาพักฟื้น บัดนี้จางหายไปจนแทบไม่เหลือ เขาไม่ได้พักฟื้นอยู่กับที่นานนัก แต่เลื่อนกายไปตามแรงลากดึงของสัตว์ที่ลากเขามา หรืออาจจะเป็นใครบางคนที่ไม่ประสงค์ดี เขาจำได้เพียงว่าเขาตื่นขึ้นมาในสภาพที่บาดแผลกำลังเริ่มสมานตัว ​เขามองสำรวจรอบกาย พื้นที่นี้เป็นเนินดินเล็กๆ ที่ปกคลุมด้วยมอสสีเขียวชอุ่มและต้นไม้ขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา สิ่งที่แปลกคือไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นใดที่บ่งบอกว่ามีใครพาเขามาที่นี่เลย ราวกับว่าเขาเพียงแค่หลับไปแล้วตื่นขึ้นมาในสภาพที่ฟื้นตัว

ความหิวโหยเริ่มคุกคามท้องไส้ที่ว่างเปล่ามานาน เขาไม่รู้ว่าตัวเองหมดสติไปนานแค่ไหน อาจจะหลายวัน หรืออาจจะเป็นสัปดาห์ ​ในโลกที่เวลาไม่เคยมีความหมายอีกต่อไป การเอาชีวิตรอดเป็นสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุด นนท์มองไปรอบๆ เพื่อหาแหล่งน้ำและอาหาร เขาพยายามนึกย้อนถึงสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับพืชพรรณในป่าแห่งนี้ แต่มันเลือนรางเหลือเกิน ความรู้ที่เคยมีดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อีกต่อไปในโลกที่ทุกสิ่งกลายพันธุ์

เขาเริ่มเดินออกจากเนินดินเล็กๆ นั้นอย่างช้าๆ มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่คิดว่าน่าจะมีแหล่งน้ำ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา แหล่งน้ำมักเป็นจุดรวมของทั้งชีวิตและอันตรายเสมอ เสียงกรอบแกรบของใบไม้แห้งใต้ฝ่าเท้าดังกังวานในความเงียบงันของป่า ไม้ใหญ่บางต้นมีกิ่งก้านบิดเบี้ยวผิดรูป ลำต้นมีสีเข้มจัดจนเกือบดำ บางต้นมีดอกสีม่วงเข้มที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ส่งกลิ่นหอมประหลาดที่ชวนให้รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย นนท์พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสพืชพรรณแปลกประหลาดเหล่านั้น เพราะไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งอันตราย อะไรคือสิ่งปลอดภัยอีกต่อไป

เมื่อเดินไปได้ไม่นาน สายตาของนนท์ก็เหลือบไปเห็นรอยเท้าขนาดใหญ่บนพื้นดินชื้นๆ รอยเท้าเหล่านั้นไม่ใช่ของสัตว์ป่าปกติที่เขารู้จัก มันมีขนาดใหญ่กว่าเท้ามนุษย์ถึงสามเท่า และมีกรงเล็บแหลมคมที่ฝังลึกลงไปในดินบ่งบอกถึงน้ำหนักมหาศาล หัวใจของเขาเริ่มเต้นรัวอีกครั้ง ไม่ใช่จากความเจ็บปวด แต่จากความหวาดหวั่น สัตว์กลายพันธุ์... สิ่งมีชีวิตที่เคยเป็นเพียงเรื่องราวในนิยายวิทยาศาสตร์ บัดนี้ได้กลายเป็นความจริงที่คุกคามทุกชีวิตในโลกใบนี้

นนท์พยายามเดินอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดวงตาเหลือบมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง เสียงนกที่เคยร้องเจื้อยแจ้วในป่าเมื่อโลกยังเป็นปกติ บัดนี้กลายเป็นเสียงร้องที่แปลกประหลาด บางครั้งก็คล้ายเสียงโหยหวน บางครั้งก็เหมือนเสียงกรีดร้องของสัตว์ที่กำลังเจ็บปวด บรรยากาศของป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและความอันตรายที่มองไม่เห็น

เขาเดินไปตามรอยเท้าขนาดใหญ่นั้นอย่างไม่มีจุดหมายนัก แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็เอาชนะความกลัวได้ในที่สุด เขาต้องการรู้ว่าสัตว์กลายพันธุ์ขนาดใหญ่เช่นนี้มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร และมันเป็นอันตรายถึงเพียงไหน ในโลกที่ทุกสิ่งเปลี่ยนไป นนท์รู้ดีว่าการจะเอาชีวิตรอดได้ เขาต้องทำความเข้าใจกับ "พิภพปริ" แห่งนี้ให้มากที่สุด

หลังจากเดินลึกเข้าไปในป่าอีกระยะหนึ่ง เสียงน้ำตกก็เริ่มดังแว่วมาตามลม มันเป็นเสียงที่ไพเราะราวกับเสียงสวรรค์ในห้วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ นนท์เร่งฝีเท้าขึ้นเล็กน้อย ความกระหายที่รุนแรงทำให้เขาแทบจะวิ่งเข้าหาเสียงนั้น แต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดก็ยังคงสั่งให้เขาต้องระมัดระวังตัว

ในที่สุด เขาก็ทะลุพุ่มไม้รกทึบออกมาสู่ลานหินกว้างเบื้องหน้า น้ำตกขนาดเล็กสายหนึ่งไหลรินลงมาจากหน้าผาหินสูง ลงสู่แอ่งน้ำใสสะอาดที่เบื้องล่าง รอบๆ แอ่งน้ำมีพืชพรรณสีเขียวชอุ่มขึ้นปกคลุมอย่างหนาแน่น และสิ่งที่ดึงดูดสายตาของนนท์มากที่สุดคือผลไม้ป่าสีแดงสดคล้ายแอปเปิลขนาดเล็กที่ห้อยระย้าอยู่ตามกิ่งไม้ใกล้ๆ น้ำตก

เขาเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าริมแอ่งน้ำ ใช้มือรองน้ำขึ้นมาดื่มอย่างตะกละตะกราม ความเย็นสดชื่นของน้ำดับความกระหายที่คุกรุ่นมานานลงได้ชะงัด เขาดื่มแล้วดื่มอีกจนรู้สึกอิ่มเอมใจ ราวกับได้เติมพลังชีวิตให้กลับคืนมา

เมื่อความกระหายลดลง เขาจึงเริ่มสังเกตผลไม้ป่าสีแดงสดเหล่านั้น มันดูคล้ายแอปเปิล แต่มีผิวที่เรียบเนียนกว่าและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนรับประทาน นนท์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในโลกปกติเขาคงไม่คิดจะลองกินผลไม้แปลกๆ เช่นนี้ แต่ในตอนนี้ ความหิวทำให้เขาไม่มีทางเลือกมากนัก เขารู้ดีว่าผลไม้บางชนิดอาจเป็นพิษร้ายแรง แต่บางชนิดก็อาจเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ

เขาเด็ดผลไม้มาหนึ่งลูก บิออกช้าๆ เนื้อในเป็นสีขาวอมชมพู มีเมล็ดเล็กๆ อยู่ตรงกลาง เขาลองแตะเนื้อผลไม้กับริมฝีปากเพื่อทดสอบอาการแพ้เบื้องต้น ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เกิดขึ้น นนท์จึงตัดสินใจลองกัดกินไปคำหนึ่ง รสชาติหวานฉ่ำอมเปรี้ยวเล็กน้อย แตกต่างจากผลไม้ที่เขาเคยกิน มันให้ความรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าทันทีที่กลืนลงไป

ความรู้สึกราวกับร่างกายได้รับพลังงานใหม่ ทำให้เขากัดกินผลไม้นั้นจนหมดลูก และเด็ดลูกใหม่มากินอีกหลายลูกอย่างไม่เกรงกลัว ผลไม้เหล่านี้ไม่เพียงแต่ดับความหิว แต่ยังทำให้เขารู้สึกแข็งแรงขึ้นอย่างน่าประหลาด ราวกับว่ามันมีคุณสมบัติบางอย่างที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย

ขณะที่เขากำลังกินผลไม้เพลินๆ สายตาของนนท์ก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งผิดปกติที่ก้นแอ่งน้ำ มันไม่ใช่หิน ไม่ใช่เศษไม้ แต่เป็นโลหะที่สะท้อนแสงระยิบระยับอยู่ใต้ผิวน้ำใสสะอาด เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้น พยายามมองให้ชัดเจน และสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ

มันคือ "ป้ายชื่อ" ขนาดเล็กที่ทำจากโลหะสีเงินสลักตัวอักษร "ศ.ดร. นลิน พิพิธภักดี" และมีสัญลักษณ์คล้ายรูปโลกที่ถูกแยกออกจากกันอยู่ด้านล่าง ป้ายชื่อนี้ไม่ใช่ของธรรมดา แต่เป็นป้ายชื่อที่เขาเคยเห็นติดอยู่บนเสื้อกาวน์ของนักวิทยาศาสตร์ระดับสูงที่ศูนย์วิจัยแห่งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ก่อนที่โลกจะพังทลายลง โลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและความหวังที่หลอกลวง

นนท์รีบยื่นมือลงไปในน้ำ คว้าป้ายชื่อนั้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โลหะเย็นเฉียบในอุ้งมือของเขา แต่ความเย็นนั้นเทียบไม่ได้กับความรู้สึกเยือกเย็นที่แล่นปราดไปทั่วร่าง ศ.ดร. นลิน พิพิธภักดี คือหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับ "โครงการฟื้นฟูโลก" ซึ่งเป็นความพยายามที่จะยับยั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ทุกคนคิดว่าโครงการนั้นล้มเหลว และนักวิทยาศาสตร์ทุกคนในโครงการก็หายสาบสูญไปพร้อมกับศูนย์วิจัยที่ถูกทำลาย

แล้วทำไมป้ายชื่อของเธอถึงมาอยู่ที่นี่? ที่แห่งนี้ไม่ใช่บริเวณใกล้เคียงกับศูนย์วิจัยเลยแม้แต่น้อย ความสงสัยเคลือบแคลงเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของนนท์ หรือว่าการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของเขา การที่บาดแผลสมานเองอย่างน่าอัศจรรย์ ผลไม้ประหลาดที่ให้พลังงาน และป้ายชื่อของนักวิทยาศาสตร์คนนี้... ทั้งหมดนี้มันมีความเชื่อมโยงกัน?

ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว ศ.ดร. นลิน เคยกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการใช้ "สารชีวภาพปรับปรุง" เพื่อเร่งการฟื้นฟูของสิ่งมีชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เธอเคยบอกว่ามันเป็นเพียงทฤษฎี แต่ถ้าหาก... ถ้าหากเธอทำสำเร็จ?

จังหวะนั้นเอง เสียงกรอบแกรบของใบไม้แห้งที่ดังมาจากทางด้านหลังของพุ่มไม้ก็ทำให้ขนของนนท์ลุกชันขึ้นมาทันที เขารีบหันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว ป้ายชื่อยังคงกำแน่นอยู่ในมือของเขา เสียงนั้นไม่ได้มาจากสัตว์ป่าปกติ แต่เป็นเสียงที่หนักแน่นและจงใจ ราวกับมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ ชัดเจน และมุ่งมั่น

นนท์พยายามมองลอดช่องว่างระหว่างกิ่งไม้เข้าไป แต่ความมืดครึ้มของป่าและเงามืดที่ทอดยาวบดบังทัศนวิสัยของเขาไว้จนหมดสิ้น เขาได้ยินเสียงหายใจหนักๆ ที่ดังมาจากด้านหลังพุ่มไม้ ไม่ใช่เสียงหายใจของสัตว์ แต่เป็นเสียงที่ฟังดูคุ้นเคยอย่างน่าขนลุก คล้ายเสียงหายใจของมนุษย์... แต่ไม่ใช่มนุษย์ปกติ

ในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพในอดีตก็แล่นย้อนกลับมาในหัวของนนท์อย่างรวดเร็ว ภาพของชายฉกรรจ์ชุดดำที่เคยไล่ล่าเขาและเพื่อนๆ ชายผู้ที่ยิงเขา ชายคนนั้นมีรอยสักรูปงูเลื้อยพันแขน และมีดวงตาที่แข็งกร้าวราวกับสัตว์ป่า

เสียงกรอบแกรบเริ่มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างตะคุ่มที่เริ่มปรากฏขึ้นหลังพุ่มไม้ นนท์กำป้ายชื่อในมือแน่น เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นเต็มฝ่ามือ ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ แต่ลึกๆ ลงไป เขากลับรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังตื่นขึ้นภายในตัวเขา สัญชาตญาณดิบที่สั่งให้เขาพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ไม่ใช่การวิ่งหนีอีกต่อไป

แล้วเงาร่างนั้นก็ก้าวพ้นพุ่มไม้ออกมา เผยให้เห็นบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ที่มีรอยสักรูปงูเลื้อยพันแขน ดวงตาของเขาจ้องมองมาที่นนท์ด้วยแววตาอำมหิต ชายผู้นั้นยกปืนไรเฟิลในมือขึ้นเล็งมาที่นนท์อย่างไม่ลังเล ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบห้าวที่คุ้นหู

"ในที่สุดก็เจอตัวแกสักที... นนท์"

คำพูดนั้นทำให้โลกของนนท์หยุดหมุน ไม่ใช่แค่เขาถูกตามล่า แต่คนผู้นี้ยังรู้จักชื่อของเขาอีกด้วย และในขณะเดียวกัน ชายฉกรรจ์อีกสองคนก็เดินออกมาจากด้านหลังของชายคนแรก ล้อมกรอบนนท์ไว้ทั้งสามด้าน ปืนของพวกเขาทุกกระบอกเล็งตรงมาที่เขา ราวกับว่าเขากลายเป็นเหยื่อที่กำลังจะถูกขย้ำ ไม่มีทางหนี ไม่มีทางรอด และป้ายชื่อในมือของนนท์ก็ร่วงหล่นลงพื้นอย่างช้าๆ เมื่อเขาตระหนักว่าเขาเพิ่งเดินเข้าสู่กับดักที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างแยบยล... และบางที นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของความจริงอันโหดร้ายกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้ทั้งหมด

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิภพปริ

พิภพปริ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!