พิภพปริ

ตอนที่ 2 — เถ้าธุลีและเงา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 628 คำ

หลายวันผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนนนท์แทบแยกแยะไม่ได้ว่าวันหรือคืน ทุกอย่างดูเหมือนกันหมดภายใต้ผืนฟ้าที่ถูกย้อมด้วยสีเทาหม่นของเถ้าธุลีและควันพิษ แสงอาทิตย์ส่องลงมาได้เพียงริบหรี่ราวกับถูกบดบังด้วยผ้าคลุมสีดำผืนใหญ่ อากาศเย็นยะเยือกและมีกลิ่นเถ้าถ่านคละคลุ้งไปทั่ว ทุกครั้งที่ลมพัด เม็ดเถ้าถ่านขนาดเล็กจะร่วงหล่นลงมาปกคลุมทุกสิ่งให้เป็นสีเดียวกัน

นนท์รอดชีวิตมาได้ด้วยปาฏิหาริย์ เขาหลบซ่อนตัวอยู่ใต้ซากตึกที่เคยเป็นร้านสะดวกซื้อขนาดเล็ก ซึ่งพอมีเพดานเหลืออยู่บ้าง ‌โชคดีที่เขาสามารถหาอาหารแห้งและน้ำดื่มบรรจุขวดที่ร่วงหล่นกระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังได้บ้าง แต่ปริมาณนั้นน้อยนิดและกำลังจะหมดลง นนท์รู้ดีว่าเขาไม่สามารถอยู่ตรงนี้ได้ตลอดไป

ความหิวและความกระหายเริ่มเข้ามาทักทาย สลับกับความรู้สึกโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจ เขามองไปรอบๆ สิ่งที่เคยเป็นถนนหนทางกลายเป็นทางเดินที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง บางส่วนกลายเป็นหลุมยุบขนาดใหญ่ที่เผยให้เห็นหินสีแดงฉานใต้พิภพที่ยังคงปะทุความร้อนออกมาเป็นระยะๆ อาคารที่เหลืออยู่ก็เอนเอียงจนน่ากลัวว่าจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ ​ไม่มีเสียงผู้คน ไม่มีเสียงรถยนต์ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดพาเถ้าถ่าน และเสียงของเศษซากที่ยังคงถล่มลงมาเป็นครั้งคราว

ในวันแรกๆ นนท์ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือบ้างประปราย แต่เสียงเหล่านั้นก็เงียบหายไปในไม่ช้า นนท์ไม่กล้าออกไปช่วยใคร เขากลัวเกินไป ‍กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของโลกที่บ้าคลั่งนี้ ความเห็นแก่ตัวไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอีกต่อไปเมื่อต้องเอาชีวิตรอด เขาต้องมีชีวิตอยู่รอดให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

คืนหนึ่ง ขณะที่นนท์กำลังหลับๆ ตื่นๆ ด้วยความหิวโหยและหวาดระแวง เขาได้ยินเสียงขูดขีดเบาๆ ใกล้ๆ ‌เสียงนั้นน่าขนลุก คล้ายเสียงกรงเล็บตะกุยพื้น นนท์รีบลืมตาขึ้น แม้จะมองไม่เห็นอะไรในความมืดมิด แต่สัญชาตญาณก็บอกว่ามีบางอย่างอยู่ตรงนั้น เขาพยายามกลั้นหายใจ และจับเศษเหล็กที่หักงอได้ข้างตัวไว้แน่น

เงาสีดำขนาดใหญ่กว่าหนูธรรมดาวิ่งผ่านช่องแสงจางๆ ที่ส่องเข้ามาจากด้านนอก ‍มันมีขนาดเท่าแมวตัวโต แต่ดูผอมเกร็งและดวงตาเป็นประกายวาววับในความมืด มันไม่ใช่หนูธรรมดา แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ผอมโซและดุร้ายกว่ามาก มันเริ่มคุ้ยเขี่ยหาอาหารในซากปรักหักพังใกล้ๆ นนท์

นนท์นอนนิ่งราวกับซากศพ พยายามควบคุมลมหายใจไม่ให้เสียงดัง สิ่งมีชีวิตนั้นคงได้กลิ่นมนุษย์ ​แต่ยังไม่รู้ตำแหน่งที่ชัดเจน เสียงขูดขีดใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนนนท์สัมผัสได้ถึงลมหายใจหอบถี่ของมัน ความกลัวทำให้เส้นเลือดในกายเย็นเฉียบ มือที่กำเหล็กอยู่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากด้านนอก คล้ายเสียงโลหะล้มคว่ำ สิ่งมีชีวิตนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ​ก่อนจะรีบวิ่งออกไปในความมืดอย่างรวดเร็ว นนท์ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก เขาไม่รู้ว่าเสียงนั้นคืออะไร แต่เขาขอบคุณมันที่ช่วยชีวิตเขาไว้ในคืนนี้

เหตุการณ์นั้นทำให้เขารู้ว่าอันตรายไม่ได้มาจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดเช่นกัน และพวกมันก็ดูจะปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่นี้ได้เร็วกว่ามนุษย์

ในเช้าวันรุ่งขึ้น นนท์ตัดสินใจว่าเขาไม่สามารถรอความตายอยู่ตรงนี้ได้อีกต่อไป เขาต้องออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอก ​เขาต้องหาที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ ต้องหาแหล่งน้ำและอาหารที่ยั่งยืนกว่านี้ เขาเก็บสัมภาระที่มีเพียงน้อยนิดใส่เป้สะพายหลังเก่าๆ ที่รอดมาได้จากการพังทลายของตึกแถวข้างๆ ซึ่งมีขวดน้ำเปล่าเหลืออยู่ไม่กี่ขวด และขนมปังกรอบที่ใกล้หมดอายุไม่กี่ห่อ นนท์สวมเสื้อคลุมกันหนาวที่ค่อนข้างหนาเพื่อป้องกันเถ้าถ่านและอากาศที่เย็นยะเยือก

ก่อนจะก้าวเท้าออกจากที่ซ่อน นนท์เหลียวมองไปรอบๆ ซากปรักหักพังที่เคยเป็นบ้านชั่วคราวของเขา มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเมืองที่ถูกกลืนกินด้วยหายนะ โลกภายนอกดูเงียบสงัดและน่ากลัวกว่าที่คิด แสงสว่างจางๆ ส่องลงมาจากผืนฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีเทาหนาหนัก สิ่งที่เหลืออยู่คือโครงสร้างเหล็กบิดเบี้ยว เศษกระจกที่แตกละเอียด และเศษซากของชีวิตที่เคยมีอยู่กระจัดกระจายไปทั่ว

นนท์ก้าวเท้าออกไปอย่างช้าๆ ระมัดระวังทุกฝีก้าว เขาก้าวผ่านซากรถยนต์ที่ไหม้เกรียม ซากศพที่เริ่มเน่าเปื่อยอยู่ตามมุมถนน ซึ่งบางร่างก็ถูกแทะกินไปบ้างแล้ว จนเขาแทบอาเจียน เขาต้องหักห้ามใจไม่ให้มอง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองอาจจะกลายเป็นหนึ่งในซากเหล่านั้นในไม่ช้า เขาเดินไปเรื่อยๆ โดยไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน เพียงแค่ไปให้พ้นจากที่เดิมนี้

ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงเริ่มกัดกิน นนท์ต้องพึ่งพาความมุ่งมั่นเพียงน้อยนิดที่ยังหลงเหลืออยู่ในใจ เขากำเศษเหล็กที่ใช้ป้องกันตัวเมื่อคืนแน่น นี่คือโลกใหม่ โลกที่ไม่มีความเมตตา โลกที่ไม่มีกฎเกณฑ์ โลกที่ทุกวันคือการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด นนท์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินอยู่ในฝันร้ายที่ไม่มีวันสิ้นสุด แต่ในส่วนลึกของจิตใจ เสียงบางอย่างก็กระซิบว่าเขาต้องสู้ ต้องรอด ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม แม้ว่ามันจะหมายถึงการต้องปลุกสัญชาตญาณดิบที่สุดในตัวเขาขึ้นมา

นนท์มองไปข้างหน้า ทอดสายตาไปยังความมืดมิดที่รออยู่เบื้องหน้า เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร จะเจออะไรบ้าง แต่เขาก็ต้องไปต่อ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ไม่รู้จบของเขาในโลกที่กลายเป็นเถ้าธุลีและเงา

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิภพปริ

พิภพปริ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!