พิภพปริ

ตอนที่ 21 — เงาอสูรใต้ผืนน้ำ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,442 คำ

สายลมเย็นยะเยือกพัดหวีดหวิว กวาดเอาละอองน้ำเค็มจากทะเลสาบขนาดใหญ่ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรเมื่อครั้งอดีตกาลขึ้นมาปะทะใบหน้าของภาคิน เขาจ้องมองผืนน้ำสีเข้มเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ท่ามมกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่ว มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งเป็นจังหวะเนิบนาบ ราวกับเสียงหายใจของอสูรหลับใหลที่รอวันตื่นขึ้นมากลืนกินทุกสิ่ง

เบื้องหลังของภาคิน คือกลุ่มผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่เพียงหยิบมือ แต่ละคนต่างแบกรับความหวังและความสิ้นหวังเอาไว้บนบ่า ‌พวกเขาเพิ่งผ่านพ้นการต่อสู้กับฝูงสัตว์กลายพันธุ์ที่ดุร้ายมาหมาดๆ ร่างกายอ่อนล้า จิตใจบอบช้ำ แต่ดวงตาของทุกคนยังคงฉายแววแห่งความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะมืดมิดเพียงใด

“เราต้องข้ามน้ำไปจริงๆ หรือภาคิน?” เสียงของเมธาเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังผืนน้ำกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ​ที่ซึ่งมีเกาะเล็กๆ แห่งหนึ่งตั้งอยู่ลิบๆ นั่นคือจุดหมายที่ภาคินบอกว่าอาจมีทรัพยากรและที่หลบภัยที่ปลอดภัยกว่านี้

ภาคินหันมามองเพื่อนร่วมทาง ใบหน้าของเขาเปื้อนคราบเขม่าและฝุ่นดินจากการเดินทางอันยาวนาน แต่แววตาคมกริบยังคงเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ใช่เมธา ที่นี่อันตรายเกินไป เราเห็นแล้วว่าสัตว์กลายพันธุ์พวกนั้นมันปรับตัวได้เร็วแค่ไหน ‍อีกไม่นานพวกมันก็จะยึดครองพื้นที่แถบนี้ทั้งหมด”

เขาชี้ไปยังซากปรักหักพังของเมืองที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ซึ่งบัดนี้กลายเป็นรังของสิ่งมีชีวิตประหลาดที่วิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว “เกาะนั้นเป็นความหวังสุดท้ายของเรา อย่างน้อยก็ในตอนนี้”

แต่การเดินทางข้ามผืนน้ำไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ในโลกที่พลิกผัน มหาสมุทรและทะเลสาบไม่ได้เป็นเพียงแหล่งน้ำที่เงียบสงบอีกต่อไป ใต้ผืนน้ำอันมืดมิดนั้นเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าบนบกหลายเท่าตัว ตำนานเล่าขานถึงสัตว์ประหลาดขนาดมหึมาที่สามารถกลืนกินเรือทั้งลำได้ในพริบตา ‌และมีข่าวลือถึงสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาเหนือกว่าสัตว์ทั่วไปที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ความลึก

“เราจะข้ามไปได้อย่างไร ในเมื่อเรือที่เรามีก็แทบจะใช้การไม่ได้แล้ว” ณัฐชาเอ่ยขึ้น เธอเป็นหญิงสาวผู้เข้มแข็งและมีความรู้เรื่องเครื่องยนต์กลไก แต่แม้แต่เธอก็ยังมองไม่เห็นหนทาง

ภาคินทรุดตัวลงนั่งข้างกองไฟที่มอดลงแล้ว เขาหยิบแผนที่เก่าๆ ที่เต็มไปด้วยรอยพับและคราบสกปรกขึ้นมาคลี่ออก แผนที่นี้เป็นของขวัญจากพ่อของเขาเมื่อครั้งยังเด็ก ‍พ่อของเขาเป็นนักสำรวจผู้กล้าหาญที่เคยเดินทางไปยังดินแดนห่างไกล และแผนที่นี้ก็เป็นมรดกชิ้นสุดท้ายที่เขามี

“เราจะสร้างแพ” ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราจะใช้ซากปรักหักพังของอาคารเก่าๆ และต้นไม้ที่ล้มตายมาสร้างแพให้แข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ทุกคนมองหน้ากันด้วยความไม่แน่ใจ การสร้างแพขนาดใหญ่พอที่จะบรรทุกคนทั้งหมดและเสบียงข้ามทะเลสาบที่กว้างใหญ่เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันต้องใช้เวลา ความพยายาม ​และที่สำคัญที่สุดคือความเสี่ยง

“แต่เรามีเวลาไม่มาก” ลุงชู ผู้สูงวัยที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เสบียงของเราเหลือน้อยเต็มที และอากาศก็เริ่มเย็นลงทุกวัน”

ภาคินพยักหน้า เขารู้ดีถึงข้อจำกัดทุกอย่าง แต่การยอมแพ้ไม่ใช่ทางเลือก “เราจะแบ่งหน้าที่กัน ​บางคนไปหาไม้ บางคนไปหาเชือกและวัสดุอื่นๆ บางคนไปหาอาหารเพิ่ม เราต้องทำงานแข่งกับเวลา”

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา กลุ่มผู้รอดชีวิตทำงานอย่างหนัก ตั้งแต่รุ่งสางจนถึงยามค่ำคืน เสียงขวานสับไม้ เสียงค้อนทุบตอก ​และเสียงพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียดดังระงมไปทั่วบริเวณ แต่ละคนต่างทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่เพื่อความอยู่รอดของกลุ่ม ภาคินเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ เขาทั้งออกคำสั่ง ลงมือทำ และให้กำลังใจทุกคน

ณัฐชาใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมของเธอในการออกแบบแพให้มีความสมดุลและแข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมธาและลุงชูช่วยกันรวบรวมเสบียงและน้ำดื่ม ส่วนคนอื่นๆ ก็ช่วยกันตัดไม้และผูกมัดโครงสร้างของแพ

วันแล้ววันเล่าที่แพค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวขึ้นทีละน้อย ท่ามกลางความเหนื่อยล้าและความหวังที่ริบหรี่ลงไปทุกขณะ แต่ละคนต่างแบกรับความกลัวเอาไว้ในใจ กลัวว่าความพยายามทั้งหมดนี้จะสูญเปล่า กลัวว่าสิ่งที่รออยู่ใต้ผืนน้ำจะน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือได้

ในคืนหนึ่ง ขณะที่ภาคินกำลังนั่งลับมีดอยู่ข้างกองไฟที่กำลังมอดลง เมธาก็เดินเข้ามานั่งข้างๆ เขา

“นายคิดว่าเราจะไปถึงไหมภาคิน?” เมธาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล

ภาคินหยุดลับมีด เขามองเข้าไปในดวงตาของเมธา “ฉันไม่รู้เมธา แต่เราต้องลอง ถ้าเราไม่ลอง เราก็ไม่มีทางรู้”

“นายไม่กลัวเลยหรือ?”

ภาคินเงียบไปครู่หนึ่ง เขามองไปยังผืนน้ำสีดำมืดที่สะท้อนแสงจันทร์เลือนราง “กลัวสิเมธา ฉันกลัวทุกอย่าง กลัวว่าจะตาย กลัวว่าจะปกป้องพวกนายไม่ได้ กลัวว่าโลกใบนี้จะไม่มีที่ให้เรายืนอีกต่อไปแล้ว”

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แต่ความกลัวมันไม่ช่วยอะไร เราต้องสู้ ต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

เมธาพยักหน้าช้าๆ เขารู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่แผ่ออกมาจากตัวของภาคิน ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่แค่ผู้นำ แต่เขายังเป็นเสาหลักทางจิตใจของกลุ่ม เป็นความหวังเดียวที่พวกเขามี

ในที่สุด วันแห่งการเดินทางก็มาถึง แพขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นอย่างประณีตพร้อมแล้วที่จะออกเดินทาง ทุกคนแบกสัมภาระและเสบียงขึ้นไปบนแพด้วยความระมัดระวัง ดวงตาของทุกคนเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจและความหวังที่ผสมปนเปกัน

“พร้อมนะทุกคน” ภาคินประกาศเสียงดังฟังชัด “จำไว้ว่าเราต้องอยู่ด้วยกัน ช่วยเหลือกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

ทุกคนพยักหน้าตอบรับด้วยความมุ่งมั่น ภาคินปลดเชือกที่ผูกแพไว้กับฝั่งออก แพค่อยๆ ลอยออกห่างจากชายฝั่งช้าๆ แรงลมและกระแสน้ำเริ่มพัดพาแพออกไปสู่ใจกลางทะเลสาบ

ในช่วงแรก การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น ท้องฟ้าแจ่มใส ลมพัดเอื่อยๆ ทำให้แพเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ทุกคนต่างพยายามมองหาเกาะที่เป็นจุดหมายปลายทาง แต่ด้วยระยะทางที่ไกลลิบ ทำให้เกาะนั้นยังคงเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่แทบมองไม่เห็น

แต่แล้ว เมื่อแพเดินทางมาถึงกลางทะเลสาบ บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไป ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ลมเริ่มพัดแรงขึ้น คลื่นน้ำเริ่มสูงขึ้น และผืนน้ำสีเข้มเบื้องล่างก็ดูเหมือนจะซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างเอาไว้

“พายุจะมาแล้ว!” ณัฐชาตะโกนเสียงดัง เธอพยายามยึดตัวเองไว้กับเสากระโดงที่ทำจากไม้

ภาคินหันไปมองรอบๆ ด้วยความกังวล พายุเป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาต้องการในตอนนี้ แต่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเผชิญหน้ากับมัน

คลื่นยักษ์เริ่มโถมเข้าใส่แพอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้แพโคลงเคลงอย่างรุนแรง ทุกคนต่างพยายามยึดจับสิ่งของรอบตัวไว้แน่น เพื่อไม่ให้ถูกเหวี่ยงตกจากแพ

“ระวัง!” เมธาตะโกนเสียงดัง เมื่อคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าใส่แพ ทำให้เสบียงบางส่วนหลุดลอยไปในน้ำ

ภาคินพยายามควบคุมแพด้วยไม้พายขนาดใหญ่ แต่แรงของพายุนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้

ทันใดนั้นเอง ผืนน้ำเบื้องล่างก็เริ่มปั่นป่วนอย่างรุนแรง เสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวดังขึ้นมาจากใต้ผืนน้ำ ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองด้วยความตกใจ

เงาขนาดมหึมาเคลื่อนไหวอยู่ใต้ผืนน้ำ มันมีขนาดใหญ่กว่าแพของพวกเขาหลายเท่าตัว และกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

“มันคืออะไรน่ะ?” ลุงชูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

ภาคินเบิกตากว้าง เขารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แล่นไปทั่วร่าง สิ่งที่อยู่ใต้ผืนน้ำนั้นไม่ใช่แค่สัตว์กลายพันธุ์ธรรมดา แต่มันคืออสูรกายแห่งท้องทะเลที่พวกเขาเคยได้ยินแต่ในตำนาน

จู่ๆ ผืนน้ำก็ระเบิดขึ้น สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาโผล่พ้นน้ำขึ้นมา มันมีลำตัวยาวใหญ่คล้ายงูทะเล แต่มีเกล็ดสีดำสนิทแวววาว ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉาน และมีฟันแหลมคมขนาดใหญ่เรียงรายอยู่ในปากที่กว้างจนน่ากลัว

“อสูรทะเล!” ณัฐชาอุทานด้วยความตกใจ

อสูรทะเลคำรามกึกก้อง เสียงของมันดังสะท้านไปทั่วผืนน้ำ มันพุ่งเข้าใส่แพของพวกเขาด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า

ภาคินดึงมีดคู่ใจออกมาจากฝัก เขากัดฟันแน่น “เตรียมตัวทุกคน! สู้!”

แต่การต่อสู้กับอสูรกายขนาดมหึมาในทะเลที่กำลังมีพายุโหมกระหน่ำนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย อสูรทะเลพุ่งชนแพอย่างรุนแรง ทำให้แพโคลงเคลงจนทุกคนแทบจะทรงตัวไม่อยู่

เมธาพยายามใช้ธนูยิงเข้าใส่ดวงตาของอสูร แต่ลูกธนูของเขาก็แทบจะไม่มีผลกับเกล็ดที่แข็งแกร่งของมันเลย

อสูรทะเลอ้าปากกว้าง มันพยายามจะงับแพของพวกเขาให้ขาดเป็นสองท่อน ภาคินรู้ดีว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้จนถึงที่สุด

เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว “ทุกคน! ไปรวมกันตรงกลางแพ! พยายามอย่าให้มันงับเราได้!”

ทุกคนรีบทำตามคำสั่งของภาคิน พวกเขารวมตัวกันตรงกลางแพ พยายามยึดจับกันไว้แน่น เพื่อไม่ให้ถูกกระแทกตกจากแพ

อสูรทะเลคำรามอีกครั้ง มันพุ่งเข้าชนแพซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้แพเริ่มแตกหักทีละน้อย เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้นอย่างน่ากลัว

ภาคินมองไปยังดวงตาที่เรืองแสงสีแดงของอสูรทะเล เขารู้สึกถึงความสิ้นหวังที่คืบคลานเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ

“แกไม่มีทางได้ตัวพวกเราไปหรอก!” ภาคินตะโกนสุดเสียง เขากระโดดขึ้นไปบนหัวของอสูรทะเลที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้

ทุกคนต่างตกตะลึงกับการกระทำที่บ้าบิ่นของภาคิน

ภาคินใช้มีดคู่ใจของเขาแทงเข้าใส่เกล็ดของอสูรทะเลอย่างสุดแรง แต่เกล็ดของมันแข็งแกร่งเกินกว่าที่คมมีดจะเจาะเข้าไปได้

อสูรทะเลสะบัดหัวอย่างรุนแรง ทำให้ภาคินเกือบจะหลุดจากตัวมัน เขาพยายามยึดจับเกล็ดของมันไว้แน่น

ในขณะที่ภาคินกำลังต่อสู้กับอสูรทะเลอย่างดุเดือด ณัฐชาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง เธอเห็นรอยแตกเล็กๆ บนเกล็ดของอสูรทะเลที่เกิดจากการปะทะกับซากปรักหักพังของเมืองเมื่อครั้งอดีต

“ภาคิน! ตรงนั้น! ตรงรอยแตก!” ณัฐชาตะโกนบอก

ภาคินหันไปมองตามที่ณัฐชาบอก เขากัดฟันแน่น รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี กระโดดเข้าไปแทงมีดเข้าใส่รอยแตกนั้นอย่างสุดแรง

มีดของภาคินเจาะเข้าไปในเนื้อของอสูรทะเล เลือดสีดำทะมึนพุ่งกระฉูดออกมา อสูรทะเลคำรามด้วยความเจ็บปวด มันสะบัดตัวอย่างรุนแรง ทำให้ภาคินกระเด็นตกลงไปในน้ำ

“ภาคิน!” เมธาตะโกนด้วยความตกใจ

อสูรทะเลดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง มันพุ่งชนแพอีกครั้ง ทำให้แพแตกหักเป็นเสี่ยงๆ ทุกคนต่างกระจัดกระจายตกลงไปในน้ำ

ภาคินพยายามตะเกียกตะกายขึ้นสู่ผิวน้ำ เขาเห็นอสูรทะเลกำลังดิ้นรนอย่างทรมาน ก่อนที่มันจะจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของทะเลสาบไปในที่สุด

แต่ชัยชนะนี้ก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสีย แพของพวกเขาแตกหักเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เสบียงและสัมภาระส่วนใหญ่จมหายไปในน้ำ ทุกคนต่างลอยคออยู่ในทะเลสาบที่กำลังมีพายุโหมกระหน่ำ

ภาคินมองหาเพื่อนร่วมทาง เขาเห็นเมธา ลุงชู และณัฐชากำลังพยายามยึดจับซากแพเอาไว้ แต่คนอื่นๆ อีกหลายคนหายไปแล้ว

“ทุกคน! ไปรวมกันที่ซากแพ!” ภาคินตะโกนสุดเสียง เขาพยายามว่ายน้ำไปยังซากแพที่ยังพอจะพยุงตัวได้

ลมพายุยังคงพัดกระหน่ำ คลื่นซัดสาดอย่างรุนแรง ทำให้การว่ายน้ำเป็นไปอย่างยากลำบาก ภาคินรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่กัดกินไปถึงกระดูก แต่เขาก็ยังคงพยายามว่ายต่อไป

ในที่สุด พวกเขาก็สามารถรวมตัวกันที่ซากแพที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ชิ้น แต่จำนวนผู้รอดชีวิตลดลงไปอย่างน่าใจหาย

ภาคินมองไปยังใบหน้าของเพื่อนร่วมทางที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความสิ้นหวัง เขารู้สึกเจ็บปวดในใจ แต่เขาก็รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาท้อแท้

“เราต้องไปต่อ” ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า “เราต้องไปให้ถึงเกาะนั้นให้ได้”

ทุกคนมองหน้ากันด้วยความไม่แน่ใจ แต่เมื่อเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของภาคิน พวกเขาก็พยักหน้าตอบรับ

พวกเขาใช้ซากแพที่เหลืออยู่เป็นที่พยุงตัว พยายามว่ายน้ำไปในทิศทางของเกาะที่อยู่ลิบๆ แสงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ทิ้งให้พวกเขาอยู่ในความมืดมิดและหนาวเหน็บของทะเลสาบที่เต็มไปด้วยอันตราย

ภาคินมองไปยังผืนน้ำสีดำมืดเบื้องหน้า เขารู้สึกถึงความหวังที่ริบหรี่ แต่เขาก็ยังคงยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่จะพาเพื่อนร่วมทางไปสู่ที่ปลอดภัยให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความสิ้นหวังและความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่ว แต่ในใจของภาคิน เขายังคงมองเห็นแสงสว่างเล็กๆ ที่ปลายอุโมงค์ แสงสว่างแห่งความหวังที่จะมีชีวิตรอดในโลกที่กลายเป็นนรกบนดินใบนี้.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิภพปริ

พิภพปริ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!