รุ่งอรุณของวันใหม่มาถึงพร้อมกับความตื่นเต้นและความหวังที่เต็มเปี่ยมในใจของภาคินและพรรคพวก เรือที่เคยเป็นเพียงซากปรักหักพัง บัดนี้ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยความพยายามและความมุ่งมั่นของทุกคน มันจอดเทียบท่าอยู่ริมชายหาด พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางสู่ดินแดนแห่งความหวัง
ภาคินยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ มองไปยังท้องทะเลสีครามที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เขาหันไปมองไปยังใบหน้าของเพื่อนร่วมทาง แต่ละคนต่างแบกรับความหวังและความฝันอันยิ่งใหญ่เอาไว้บนบ่า
เมธา ณัฐชา ลุงชู และวินัย ต่างยืนอยู่ข้างๆ เขา ส่วนไททันกำลังตรวจสอบเครื่องยนต์เป็นครั้งสุดท้าย
“พร้อมนะทุกคน” ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ทุกคนพยักหน้าตอบรับด้วยแววตาที่มุ่งมั่น
“ถ้าอย่างนั้นก็ออกเดินทางกันเลย!” ภาคินประกาศเสียงดังฟังชัด
ไททันสตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มไปทั่วชายหาด เรือค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากฝั่งช้าๆ ทิ้งให้เกาะปริศนาที่เคยเป็นที่พักพิงของพวกเขาไว้เบื้องหลัง
ท้องฟ้าแจ่มใส ลมพัดเอื่อยๆ ทำให้เรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ภาคินยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ มองไปยังแผนที่โบราณในมือของเขา แผนที่ใบนี้คือเข็มทิศที่จะนำทางพวกเขาไปสู่ดินแดนที่ยังคงมีอารยธรรมหลงเหลืออยู่
“เราจะไปที่นั่นให้ได้” ภาคินพึมพำกับตัวเอง
การเดินทางเริ่มต้นขึ้นอย่างราบรื่น ในช่วงแรก ทะเลค่อนข้างสงบ ทำให้พวกเขาสามารถเดินทางไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว
ณัฐชาทำหน้าที่เป็นคนขับเรือ เธอใช้ความรู้ด้านการเดินเรือที่เธอเรียนรู้จากสมุดบันทึกของกัปตันเรือในการควบคุมเรืออย่างเชี่ยวชาญ
ไททันทำหน้าที่เป็นนักล่า เขาคอยเฝ้าระวังภัยจากสัตว์กลายพันธุ์ที่อาจจะโผล่ขึ้นมาจากใต้ผืนน้ำ และคอยหาอาหารจากทะเลให้ทุกคน
เมธาและลุงชูช่วยกันเตรียมเสบียงและน้ำดื่ม ส่วนวินัยเป็นเด็กหนุ่มที่คอยให้กำลังใจทุกคน และช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่จะทำได้
ในคืนแรกของการเดินทาง ทุกคนนั่งล้อมวงรอบกองไฟเล็กๆ ที่ก่อขึ้นบนเรือ ไททันเล่าเรื่องราวการเดินทางของเขาให้ทุกคนฟัง ทำให้ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและมีความหวัง
“โลกใบนี้ยังคงมีสิ่งสวยงามหลงเหลืออยู่มากมาย” ไททันกล่าว “เราแค่ต้องออกไปค้นหามัน”
ภาคินมองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว เขาเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะสามารถผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหมดไปได้ และจะสามารถไปถึงดินแดนแห่งความหวังได้ในที่สุด
แต่การเดินทางก็ไม่ได้ราบรื่นตลอดไป
ในวันที่สองของการเดินทาง ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ลมเริ่มพัดแรงขึ้น คลื่นน้ำเริ่มสูงขึ้น และผืนน้ำสีเข้มเบื้องล่างก็ดูเหมือนจะซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างเอาไว้
“พายุจะมาแล้ว!” ณัฐชาตะโกนเสียงดัง เธอพยายามยึดตัวเองไว้กับหางเสือ
ภาคินหันไปมองรอบๆ ด้วยความกังวล พายุเป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาต้องการในตอนนี้ แต่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเผชิญหน้ากับมัน
คลื่นยักษ์เริ่มโถมเข้าใส่เรืออย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เรือโคลงเคลงอย่างรุนแรง ทุกคนต่างพยายามยึดจับสิ่งของรอบตัวไว้แน่น เพื่อไม่ให้ถูกเหวี่ยงตกจากเรือ
“ระวัง!” เมธาตะโกนเสียงดัง เมื่อคลื่นลูกใหญ่ซัดเข้าใส่เรือ ทำให้เสบียงบางส่วนหลุดลอยไปในน้ำ
ไททันพยายามช่วยณัฐชาในการควบคุมเรือ แต่แรงของพายุนั้นรุนแรงเกินกว่าที่พวกเขาจะต้านทานได้
ทันใดนั้นเอง ผืนน้ำเบื้องล่างก็เริ่มปั่นป่วนอย่างรุนแรง เสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวดังขึ้นมาจากใต้ผืนน้ำ ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองด้วยความตกใจ
เงาขนาดมหึมาเคลื่อนไหวอยู่ใต้ผืนน้ำ มันมีขนาดใหญ่กว่าเรือของพวกเขาหลายเท่าตัว และกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
“อสูรทะเลอีกแล้ว!” ลุงชูอุทานด้วยความตกใจ
ภาคินดึงมีดคู่ใจออกมาจากฝัก เขากัดฟันแน่น “เตรียมตัวทุกคน! สู้!”
จู่ๆ ผืนน้ำก็ระเบิดขึ้น สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาโผล่พ้นน้ำขึ้นมา มันมีลำตัวยาวใหญ่คล้ายงูทะเล แต่มีเกล็ดสีดำสนิทแวววาว ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉาน และมีฟันแหลมคมขนาดใหญ่เรียงรายอยู่ในปากที่กว้างจนน่ากลัว
อสูรทะเลคำรามกึกก้อง เสียงของมันดังสะท้านไปทั่วผืนน้ำ มันพุ่งเข้าใส่เรือของพวกเขาด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า
ภาคินพุ่งเข้าใส่หัวของอสูรทะเลอย่างกล้าหาญ ใช้มีดคู่ใจของเขาแทงเข้าใส่เกล็ดของมัน แต่เกล็ดของมันแข็งแกร่งเกินกว่าที่คมมีดจะเจาะเข้าไปได้
ไททันใช้ปืนไรเฟิลของเขายิงเข้าใส่ดวงตาของอสูรทะเลอย่างแม่นยำ แต่ลูกกระสุนก็แทบจะไม่มีผลกับมันเลย
เมธาพยายามใช้ธนูยิงเข้าใส่ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้
อสูรทะเลอ้าปากกว้าง มันพยายามจะงับเรือของพวกเขาให้ขาดเป็นสองท่อน
ภาคินรู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถเอาชนะอสูรทะเลตัวนี้ได้ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว
“ณัฐชา! เราต้องใช้แร่ธาตุเชื้อเพลิง!” ภาคินตะโกนสุดเสียง
ณัฐชาเข้าใจทันที เธอรีบวิ่งเข้าไปในห้องเครื่องยนต์ และนำแร่ธาตุเชื้อเพลิงที่พวกเขาเก็บมาได้ออกมา
ภาคินตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาใช้มีดคู่ใจของเขาแทงเข้าใส่แร่ธาตุเชื้อเพลิงที่ณัฐชายื่นให้ ทำให้มันลุกไหม้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
จากนั้น เขาก็โยนแร่ธาตุเชื้อเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงเข้าไปในปากของอสูรทะเลที่กำลังอ้ากว้าง
แร่ธาตุเชื้อเพลิงระเบิดขึ้นในปากของอสูรทะเลอย่างรุนแรง ทำให้มันคำรามด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
อสูรทะเลดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง มันพุ่งชนเรืออีกครั้ง ทำให้เรือโคลงเคลงอย่างรุนแรง
แต่การระเบิดครั้งนั้นก็ทำให้มันได้รับบาดเจ็บสาหัส อสูรทะเลเริ่มจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของทะเลไปในที่สุด
ทุกคนต่างโล่งอกที่รอดชีวิตมาได้อีกครั้ง แต่เรือของพวกเขาก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
“เราต้องซ่อมเรืออีกแล้ว” ณัฐชาถอนหายใจเฮือกใหญ่
ภาคินมองไปยังเรือที่ได้รับความเสียหาย เขารู้สึกเหนื่อยล้า แต่เขาก็ยังคงยิ้มได้
“เราจะซ่อมมันได้ณัฐชา เราจะไปให้ถึงที่นั่นให้ได้” ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ไททันเดินเข้ามาหาภาคิน เขาตบไหล่ของภาคินเบาๆ “นายทำได้ดีมากภาคิน”
พวกเขาใช้เวลาอีกหลายวันในการซ่อมแซมเรือที่ได้รับความเสียหาย แต่ด้วยความช่วยเหลือจากไททัน และความมุ่งมั่นของทุกคน ในที่สุดพวกเขาก็สามารถซ่อมแซมเรือได้สำเร็จอีกครั้ง
การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความหวังและความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า
ภาคินมองไปยังแผนที่โบราณในมือของเขา เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่อยู่บนบ่าของเขา แต่เขาก็เชื่อมั่นว่าพวกเขาจะสามารถผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหมดไปได้ และจะสามารถไปถึงดินแดนแห่งความหวังได้ในที่สุด.

พิภพปริ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก