หลังจากผ่านพ้นพายุและอสูรทะเลมาได้อีกครั้ง ภาคินและพรรคพวกก็ยังคงมุ่งหน้าสู่ดินแดนแห่งความหวังตามที่ระบุไว้ในแผนที่โบราณ การเดินทางเป็นไปอย่างช้าๆ แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เรือที่ได้รับการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนยังคงแล่นไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ท่ามกลางท้องทะเลที่บางครั้งก็สงบ บางครั้งก็เต็มไปด้วยคลื่นลมที่โหมกระหน่ำ
วันแล้ววันเล่าที่พวกเขาต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ทั้งจากภัยธรรมชาติและสัตว์กลายพันธุ์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน พวกเขาก็สามารถผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านั้นมาได้เสมอ
ไททันยังคงเป็นกำลังสำคัญ เขาคอยเฝ้าระวังภัยและหาอาหารให้ทุกคน ทำให้พวกเขามีเสบียงเพียงพอต่อการเดินทาง ณัฐชาทำหน้าที่เป็นคนขับเรือและดูแลระบบต่างๆ ของเรือ เมธาและลุงชูช่วยงานทั่วไป ส่วนวินัยเป็นเด็กหนุ่มที่คอยให้กำลังใจและสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน
ในขณะที่พวกเขากำลังเดินทางอยู่นั้น วิทยุสื่อสารก็ยังคงเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญ พวกเขาได้รับสัญญาณตอบรับจากสถานีวิทยุสื่อสารลับอย่างต่อเนื่อง สถานีนั้นระบุว่าพวกเขาคือกลุ่มผู้รอดชีวิตจากอารยธรรมโบราณที่เรียกว่า “เอเดน” ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาสูง และกำลังรอคอยการมาถึงของพวกเขา
“พวกเขาบอกว่าเราใกล้ถึงแล้วนะภาคิน” ณัฐชาเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น “อีกไม่กี่วันเราก็จะถึงแล้ว”
ภาคินมองไปยังขอบฟ้าที่อยู่ลิบๆ เขารู้สึกถึงความตื่นเต้นและความหวังที่เต็มเปี่ยมในใจ
ในที่สุด หลังจากเดินทางมานานหลายสัปดาห์ พวกเขาก็มาถึงชายฝั่งของดินแดนที่ระบุไว้ในแผนที่ มันคือแผ่นดินขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสูงตระหง่านปกคลุมไปด้วยป่าทึบ อากาศบริสุทธิ์และสดชื่น ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความสงบที่หาได้ยากในโลกที่บอบช้ำ
“เราถึงแล้ว!” เมธาตะโกนด้วยความดีใจ
ภาคินนำเรือเทียบท่าที่ชายหาดเล็กๆ แห่งหนึ่ง ทุกคนต่างก้าวเท้าขึ้นสู่ผืนดินด้วยความตื่นเต้นและหวาดระแวง
“ระวังตัวทุกคน” ภาคินเตือน “เราไม่รู้ว่าที่นี่มีอะไรซ่อนอยู่บ้าง”
พวกเขาเริ่มเดินสำรวจชายหาดอย่างระมัดระวัง และพบกับร่องรอยของสิ่งมีชีวิตบางชนิด แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่สัตว์กลายพันธุ์ที่ดุร้าย
“ตามแผนที่ เราต้องเดินลึกเข้าไปในป่าเพื่อไปยังเทือกเขาสูง” ภาคินกล่าว
การเดินทางเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้พวกเขาต้องเดินเท้าฝ่าป่าทึบที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่และพุ่มไม้หนาทึบ อากาศในป่าชื้นและเย็นยะเยือก เสียงนกร้องและเสียงแมลงต่างๆ ดังระงมไปทั่ว
ไททันเป็นผู้นำทาง เขาใช้ความรู้เรื่องการเอาชีวิตรอดในป่าในการนำทางพวกเขาผ่านป่าทึบอย่างเชี่ยวชาญ
“เราต้องระวังกับดัก” ไททันเตือน “อารยธรรมโบราณพวกนี้อาจจะสร้างกับดักไว้เพื่อป้องกันผู้บุกรุก”
ภาคินพยักหน้า เขารู้ดีว่าพวกเขาต้องระมัดระวังทุกก้าว
ในขณะที่พวกเขากำลังเดินลึกเข้าไปในป่า ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นมาจากด้านบน ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก
“เสียงอะไรน่ะ?” ณัฐชาเอ่ยถาม
ทันใดนั้นเอง ลูกธนูหลายดอกก็พุ่งลงมาจากด้านบน ทำให้พวกเขาต้องกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว
“มีคนอยู่!” เมธาตะโกน
ภาคินเงยหน้าขึ้นมอง และเห็นเงาร่างของคนหลายคนกำลังยืนอยู่บนต้นไม้สูงใหญ่ พวกเขาสวมชุดคลุมสีเข้ม และถือธนูอยู่ในมือ
“พวกคุณเป็นใคร?” ภาคินตะโกนถาม
คนเหล่านั้นไม่ตอบ แต่กลับยิงธนูลงมาอีกครั้ง
ไททันตัดสินใจอย่างรวดเร็ว “ถอยไป! พวกมันมีจำนวนมาก!”
พวกเขาพยายามวิ่งหนีจากลูกธนูที่พุ่งลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง แต่คนเหล่านั้นก็ว่องไวเกินกว่าที่พวกเขาจะหนีพ้น
ในที่สุด พวกเขาก็ถูกล้อมเอาไว้ด้วยคนเหล่านั้น คนเหล่านั้นมีรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรง และมีใบหน้าที่เคร่งขรึม
“พวกคุณเป็นใคร?” หัวหน้าของคนเหล่านั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
ภาคินพยายามอธิบาย “เราคือผู้รอดชีวิตที่กำลังเดินทางมายังอารยธรรมเอเดน เราได้รับการติดต่อจากสถานีวิทยุสื่อสารลับของคุณ”
หัวหน้าของคนเหล่านั้นมองไปยังภาคินด้วยความไม่เชื่อ “สถานีวิทยุสื่อสารลับ? เราไม่เคยติดต่อกับใครเลย”
ภาคินเบิกตากว้าง “เป็นไปไม่ได้! เราได้รับสัญญาณจากคุณมาตลอด”
หัวหน้าของคนเหล่านั้นส่ายหน้า “เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย”
ภาคินรู้สึกถึงความผิดปกติ เขาหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา และพยายามติดต่อกับสถานีวิทยุสื่อสารลับอีกครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา
“มันเกิดอะไรขึ้น?” ภาคินพึมพำกับตัวเอง
ไททันเดินเข้ามาหาภาคิน เขาพึมพำข้างหูของภาคิน “ดูเหมือนว่าเราจะถูกหลอกแล้วนะภาคิน”
ภาคินมองไปยังหัวหน้าของคนเหล่านั้น เขารู้สึกถึงความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ
“พวกคุณหลอกเรา!” ภาคินตะโกนสุดเสียง
หัวหน้าของคนเหล่านั้นยิ้มเล็กน้อย “เราไม่ได้หลอกคุณ เราแค่ใช้ประโยชน์จากความหวังของคุณ”
ทันใดนั้นเอง คนเหล่านั้นก็พุ่งเข้าใส่พวกเขา ภาคินและพรรคพวกตัดสินใจที่จะสู้จนถึงที่สุด
ภาคินใช้มีดคู่ใจของเขาฟันเข้าใส่คนเหล่านั้นอย่างกล้าหาญ ไททันใช้ปืนไรเฟิลของเขายิงเข้าใส่ เมธาใช้ธนู ณัฐชาใช้ปืนพก ส่วนลุงชูและวินัยพยายามหลบหนี
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด พวกเขามีจำนวนน้อยกว่า แต่ก็ต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ
ในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้อยู่นั้น ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นมาจากส่วนลึกของป่า ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก
เงาร่างขนาดมหึมาปรากฏขึ้นจากความมืดมิด มันคือสัตว์กลายพันธุ์ขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายกอริลลา แต่มีเกล็ดสีดำสนิทและกรงเล็บแหลมคม ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉาน และมีเขี้ยวขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากปาก
“กอริลลาปีศาจ!” หัวหน้าของคนเหล่านั้นอุทานด้วยความตกใจ
กอริลลาปีศาจคำรามกึกก้อง มันพุ่งเข้าใส่คนเหล่านั้นด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า
คนเหล่านั้นต่างตกใจและพยายามวิ่งหนี แต่กอริลลาปีศาจก็ว่องไวเกินกว่าที่พวกเขาจะหนีพ้น
ภาคินมองไปยังกอริลลาปีศาจ เขารู้ดีว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องสู้กับมัน
“เราต้องช่วยพวกเขา!” ภาคินกล่าว
ไททันพยักหน้า “ใช่ เราต้องร่วมมือกัน”
ภาคินและพรรคพวกตัดสินใจที่จะร่วมมือกับคนเหล่านั้นในการต่อสู้กับกอริลลาปีศาจ
ภาคินพุ่งเข้าใส่กอริลลาปีศาจอย่างกล้าหาญ ใช้มีดคู่ใจของเขาฟันเข้าใส่ขาของมัน ไททันใช้ปืนไรเฟิลของเขายิงเข้าใส่ดวงตาของมัน เมธาใช้ธนู ณัฐชาใช้ปืนพก ส่วนลุงชูและวินัยพยายามหลบหนีและหาทางช่วยเหลือ
หัวหน้าของคนเหล่านั้นมองไปยังภาคินด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าภาคินจะยอมช่วยพวกเขา
“ทำไมคุณถึงช่วยเรา?” หัวหน้าของคนเหล่านั้นเอ่ยถาม
ภาคินตอบกลับไป “เราไม่ได้ช่วยคุณ เราแค่ช่วยตัวเอง เราไม่อยากให้สัตว์ร้ายตัวนี้ทำร้ายใครได้อีก”
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด กอริลลาปีศาจแข็งแกร่งและดุร้าย แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน พวกเขาก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้
ในที่สุด หลังจากต่อสู้อย่างหนัก กอริลลาปีศาจก็อ่อนแรงลง และล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น
ทุกคนต่างโล่งอกที่รอดชีวิตมาได้อีกครั้ง
หัวหน้าของคนเหล่านั้นเดินเข้ามาหาภาคิน เขาคุกเข่าลงต่อหน้าภาคิน “ฉันขอโทษที่เข้าใจผิดคุณ ฉันขอโทษที่หลอกคุณ”
ภาคินพยักหน้า “ไม่เป็นไร เราเข้าใจ”
หัวหน้าของคนเหล่านั้นลุกขึ้นยืน “ฉันชื่อเรย์ เราคือชนเผ่าผู้พิทักษ์แห่งเอเดน เราถูกหลอกให้เชื่อว่าผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ เป็นศัตรู”
ภาคินเบิกตากว้าง “ถูกหลอก? ใครหลอกพวกคุณ?”
เรย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า ‘ผู้พิทักษ์แห่งความมืด’ พวกเขาหลอกเราให้เชื่อว่าผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ เป็นภัยคุกคาม และพยายามจะยึดครองดินแดนของเรา”
ภาคินมองไปยังเรย์ด้วยความตกใจ เขารู้สึกถึงความชั่วร้ายที่แฝงตัวอยู่ในโลกใบนี้
“พวกเราต้องไปที่นั่น” ภาคินกล่าว “เราต้องไปช่วยอารยธรรมเอเดน”
เรย์พยักหน้า “ใช่ เราต้องร่วมมือกัน”
ภาคินและพรรคพวกตัดสินใจที่จะร่วมมือกับชนเผ่าผู้พิทักษ์แห่งเอเดนในการต่อสู้กับผู้พิทักษ์แห่งความมืด และปกป้องอารยธรรมที่สาบสูญแห่งนี้.

พิภพปริ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก