การเดินทางสู่ใจกลางเทือกเขาที่ซ่อนเร้นอารยธรรมเอเดนเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ภาคินและพรรคพวกไม่ได้เดินทางเพียงลำพัง แต่มีเรย์และนักรบชนเผ่าผู้พิทักษ์แห่งเอเดนอีกจำนวนหนึ่งร่วมเดินทางไปด้วย เส้นทางที่เคยดูเหมือนจะมืดมิดและอันตราย บัดนี้กลับมีแสงสว่างแห่งความหวังนำทาง เมื่อพวกเขารู้ว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพังในการต่อสู้
เรย์เป็นผู้นำทาง เขาพาพวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่าทึบ ผ่านช่องเขาแคบๆ และปีนป่ายหน้าผาสูงชัน การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน พวกเขาก็สามารถผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านั้นมาได้
ในระหว่างการเดินทาง เรย์เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอารยธรรมเอเดนให้ภาคินและพรรคพวกฟัง เอเดนคืออารยธรรมโบราณที่ซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาสูงมานานหลายศตวรรษ พวกเขาเป็นผู้พิทักษ์ความรู้และเทคโนโลยีโบราณที่สามารถช่วยฟื้นฟูโลกที่ล่มสลายได้
“แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า ‘ผู้พิทักษ์แห่งความมืด’ เข้ามาในดินแดนของเรา” เรย์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น “พวกเขาหลอกเราให้เชื่อว่าผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ เป็นศัตรู และพยายามจะยึดครองเทคโนโลยีของเรา”
ภาคินฟังเรื่องราวของเรย์ด้วยความตกใจ เขารู้สึกถึงความชั่วร้ายที่แฝงตัวอยู่ในโลกใบนี้
“พวกมันต้องการอะไรจากพวกคุณ?” ภาคินเอ่ยถาม
เรย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “พวกมันต้องการ ‘แก่นแห่งชีวิต’ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานโบราณที่สามารถสร้างและทำลายทุกสิ่งได้”
ภาคินเบิกตากว้าง “แก่นแห่งชีวิต? มันคืออะไร?”
เรย์อธิบายว่าแก่นแห่งชีวิตคือผลึกพลังงานขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในใจกลางของอารยธรรมเอเดน มันเป็นแหล่งพลังงานที่ไร้ขีดจำกัด และสามารถนำมาใช้เพื่อฟื้นฟูโลก หรือทำลายโลกได้ทั้งหมด
“ผู้พิทักษ์แห่งความมืดต้องการใช้แก่นแห่งชีวิตเพื่อสร้างโลกใหม่ในแบบที่พวกเขาต้องการ” เรย์กล่าว “แต่ถ้าพวกมันทำสำเร็จ โลกใบนี้ก็จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของพวกมันตลอดไป”
ภาคินกำหมัดแน่น เขารู้ดีว่าพวกเขาต้องหยุดยั้งผู้พิทักษ์แห่งความมืดให้ได้
“เราต้องไปที่นั่น” ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราต้องหยุดยั้งพวกมันให้ได้”
เรย์พยักหน้า “ใช่ เราต้องร่วมมือกัน”
การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความมุ่งมั่นที่จะปกป้องอารยธรรมเอเดนและแก่นแห่งชีวิต
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงทางเข้าอารยธรรมเอเดน มันคือถ้ำขนาดใหญ่ที่ถูกซ่อนไว้ด้วยพุ่มไม้หนาทึบและเถาวัลย์ เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในถ้ำ พวกเขาก็พบกับอุโมงค์ที่ทอดยาวลึกเข้าไปในภูเขา
ภายในอุโมงค์เต็มไปด้วยแสงไฟสลัวๆ ที่ส่องสว่างมาจากผลึกแร่ธาตุที่ฝังอยู่บนผนังถ้ำ อากาศในอุโมงค์เย็นยะเยือกและมีกลิ่นอับชื้นโชยออกมา
“ระวังตัวทุกคน” เรย์เตือน “ผู้พิทักษ์แห่งความมืดอาจจะซุ่มโจมตีเราอยู่”
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์อย่างช้าๆ เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังก้องไปทั่วอุโมงค์ ความเงียบที่ปกคลุมอยู่ภายในอุโมงค์ทำให้พวกเขารู้สึกถึงความลึกลับและอันตรายที่แฝงอยู่
ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ อุโมงค์ก็ยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ และมีสิ่งก่อสร้างโบราณที่ทำจากหินปรากฏขึ้นมาให้เห็น
“นี่คือส่วนหนึ่งของอารยธรรมเอเดน” เรย์กล่าว “พวกเราสร้างมันขึ้นมาเมื่อหลายพันปีก่อน”
ภาคินมองไปยังสิ่งก่อสร้างโบราณเหล่านั้นด้วยความทึ่ง เขารู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมที่สาบสูญแห่งนี้
ในขณะที่พวกเขากำลังเดินสำรวจอยู่นั้น ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอีกครั้ง และมีเสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงดังตามมา
“พวกมันมาแล้ว!” ไททันตะโกน
เงาร่างของคนหลายคนปรากฏขึ้นจากความมืดมิด พวกเขาสวมชุดคลุมสีดำสนิท และถืออาวุธที่ทำจากโลหะโบราณ
“ผู้พิทักษ์แห่งความมืด!” เรย์กัดฟันแน่น
หัวหน้าของผู้พิทักษ์แห่งความมืดเดินออกมาจากกลุ่มของพวกเขา เขามีรูปร่างสูงใหญ่ สวมหน้ากากสีดำสนิท และมีดวงตาที่เรืองแสงสีแดงฉาน
“ในที่สุดพวกแกก็มาถึง” หัวหน้าของผู้พิทักษ์แห่งความมืดกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “พวกแกไม่มีทางหยุดยั้งพวกเราได้หรอก”
ภาคินดึงมีดคู่ใจออกมาจากฝัก เขากัดฟันแน่น “เราจะหยุดยั้งพวกแกให้ได้!”
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ภาคินและพรรคพวกต่อสู้กับผู้พิทักษ์แห่งความมืดอย่างกล้าหาญ เรย์และนักรบชนเผ่าผู้พิทักษ์แห่งเอเดนก็เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย
ภาคินพุ่งเข้าใส่หัวหน้าของผู้พิทักษ์แห่งความมืดอย่างกล้าหาญ ใช้มีดคู่ใจของเขาฟันเข้าใส่ แต่หัวหน้าของผู้พิทักษ์แห่งความมืดก็ว่องไวเกินกว่าที่เขาจะทำอะไรได้
ไททันใช้ปืนไรเฟิลของเขายิงเข้าใส่ แต่ลูกกระสุนก็แทบจะไม่มีผลกับชุดเกราะของหัวหน้าของผู้พิทักษ์แห่งความมืดเลย
เมธาใช้ธนู ณัฐชาใช้ปืนพก ส่วนลุงชูและวินัยพยายามหลบหนีและหาทางช่วยเหลือ
การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด พวกเขามีจำนวนน้อยกว่า แต่ก็ต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ
ในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้อยู่นั้น หัวหน้าของผู้พิทักษ์แห่งความมืดก็พุ่งเข้าใส่ภาคินอย่างรวดเร็ว เขาใช้ดาบโลหะโบราณของเขาฟันเข้าใส่ภาคิน ทำให้ภาคินต้องกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว
ภาคินรู้ดีว่าเขาไม่สามารถเอาชนะหัวหน้าของผู้พิทักษ์แห่งความมืดได้ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว
“เราต้องหาทางไปที่แก่นแห่งชีวิต!” ภาคินตะโกนสุดเสียง
เรย์เข้าใจทันที เขาพยักหน้า “ตามฉันมา!”
เรย์นำภาคินและพรรคพวกวิ่งหนีจากการต่อสู้ มุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของอารยธรรมเอเดน ที่ซึ่งแก่นแห่งชีวิตซ่อนอยู่
ผู้พิทักษ์แห่งความมืดพยายามไล่ตามพวกเขา แต่เรย์และนักรบชนเผ่าผู้พิทักษ์แห่งเอเดนก็พยายามขัดขวางพวกมันไว้
การเดินทางไปยังแก่นแห่งชีวิตเต็มไปด้วยอุปสรรค พวกเขาต้องผ่านกับดักโบราณและสัตว์กลายพันธุ์ที่ถูกผู้พิทักษ์แห่งความมืดควบคุมไว้
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางของอารยธรรมเอเดน ภายในห้องโถงมีผลึกพลังงานขนาดมหึมาที่กำลังเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา มันคือแก่นแห่งชีวิต
แต่สิ่งที่ทำให้ภาคินเบิกตากว้างคือสิ่งที่อยู่รอบๆ แก่นแห่งชีวิต มีแท่นบูชาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และมีคนหลายคนกำลังยืนอยู่รอบๆ แท่นบูชา พวกเขาคือผู้พิทักษ์แห่งความมืดที่กำลังทำพิธีบางอย่าง
“พวกมันกำลังจะใช้แก่นแห่งชีวิต!” เรย์ตะโกนด้วยความตกใจ
หัวหน้าของผู้พิทักษ์แห่งความมืดหันมามองภาคินและพรรคพวก เขายิ้มเยาะ “พวกแกมาสายไปแล้ว”
ภาคินรู้ดีว่าพวกเขาไม่มีเวลาเหลือแล้ว พวกเขาต้องหยุดยั้งผู้พิทักษ์แห่งความมืดให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป.

พิภพปริ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก