พิภพปริ

ตอนที่ 3 — บทเรียนจากความหิว

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 653 คำ

การเดินเท้าในเมืองที่กลายเป็นซากปรักหักพังคือบทเรียนอันเจ็บปวด นนท์ต้องเรียนรู้ที่จะหลีกเลี่ยงอันตรายรอบตัวอย่างรวดเร็ว ก้อนหินขนาดเท่าศีรษะที่หล่นจากตึกสูงที่แตกร้าว พื้นดินที่ทรุดตัวอย่างกะทันหัน หรือแม้แต่สายไฟฟ้าที่ยังคงขาดห้อยระโยงระยางและอาจมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหลได้ทุกเมื่อ ทุกย่างก้าวคือความเสี่ยง

สามวันถัดมา นนท์แทบไม่ได้กินอะไรเลยนอกจากน้ำจิบๆ จากขวดที่พกมาจนใกล้จะหมด ‌ความหิวโหยกัดกินกระเพาะอย่างรุนแรงจนปวดหนึบไปทั่วตัว เขาเริ่มรู้สึกอ่อนแรงและเดินโซซัดโซเซเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง ดวงตาของนนท์เริ่มสอดส่ายหาสิ่งที่กินได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหารที่เหลือจากร้านค้า หรือแม้แต่พืชแปลกๆ ที่เริ่มงอกงามขึ้นมาตามรอยแตกของคอนกรีต

เขาเดินเข้ามาในซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่เพดานบางส่วนได้พังลงมา เผยให้เห็นแสงสว่างจางๆ จากด้านบน ​กลิ่นเหม็นเน่าของอาหารที่เน่าเสียคละคลุ้งไปทั่ว แต่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น นนท์ก็เห็นแสงแห่งความหวัง เขาพบโซนอาหารกระป๋องที่ดูเหมือนจะยังคงอยู่ดี ไม่ได้ถูกน้ำท่วมหรือถูกสัตว์กัดแทะ เขารีบกรูเข้าไปอย่างเร่งรีบ แต่ทันใดนั้น เสียงครืนๆ ‍ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง แผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้งอย่างรุนแรง

ชั้นวางของขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสินค้าที่เหลืออยู่เริ่มสั่นคลอน เศษหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาจากเพดานที่แตกร้าว นนท์รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การสั่นสะเทือนธรรมดา แต่เป็นอาฟเตอร์ช็อกขนาดใหญ่ที่อาจทำให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ เขามีเวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการตัดสินใจว่าจะรีบคว้าอาหารแล้วหนี หรือเสี่ยงชีวิตเพื่อหาให้ได้มากที่สุด

สัญชาตญาณดิบของความหิวชนะทุกสิ่ง นนท์คว้าถุงผ้าเก่าๆ ‌ที่อยู่ใกล้ๆ แล้วเริ่มยัดอาหารกระป๋อง ขนมปังกรอบ และขวดน้ำเท่าที่จะทำได้ลงไปอย่างรวดเร็ว เสียงปูนถล่มดังใกล้เข้ามาทุกที เสียงโครงเหล็กบิดเบี้ยวสนั่นหวั่นไหว นนท์รู้สึกเหมือนเวลากำลังหยุดนิ่ง มีเพียงตัวเขาที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่ง ‍เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่เพิ่มขึ้นจนยืนแทบไม่ไหว

ในวินาทีสุดท้ายที่เพดานเริ่มร่วงหล่นลงมา นนท์กระโดดพุ่งตัวออกจากทางเข้าหลักของซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่างไม่คิดชีวิต เขาได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตามหลังมา เศษฝุ่นและหินกระเด็นไปทั่ว นนท์กลิ้งไปตามพื้นถนนที่เต็มไปด้วยเศษซาก เขาไอค่อกแค่กด้วยฝุ่นและสำลักอากาศที่เต็มไปด้วยอนุภาคที่มองไม่เห็น ร่างกายของเขาเจ็บปวดไปหมด แต่ในมือของเขาก็ยังกำถุงผ้าที่เต็มไปด้วยอาหารไว้แน่น

เมื่อฝุ่นควันจางลง ​นนท์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เขามองย้อนกลับไป ซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ได้กลายเป็นกองซากปรักหักพังไปแล้วทั้งหมด หากเขาช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ชีวิตของเขาก็คงจบลงแล้วที่นั่น บทเรียนจากความหิวคือบทเรียนที่ต้องแลกด้วยชีวิต

นนท์รู้สึกถึงความรอดที่ใกล้ชิดกับความตายมากที่สุด เขาเปิดกระป๋องอาหารเนื้อสัตว์กระป๋องด้วยมือเปล่าที่สั่นเทา ​และเริ่มกินอย่างตะกละตะกลาม เขาไม่สนใจรสชาติ ไม่สนใจว่ามันจะสกปรกหรือไม่ เขากินเพื่อเติมพลังงานให้ร่างกายที่อ่อนล้า และเพื่อปลุกสัญชาตญาณของการเอาชีวิตรอดให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

ขณะที่กำลังกิน เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง มันเป็นเสียงขูดขีดเบาๆ อีกครั้ง ​แต่คราวนี้ดังกว่าและใกล้กว่าเมื่อครั้งก่อน นนท์เงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ แล้วเขาก็เห็นมัน สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กว่าหนูเท่าแมว แต่มีขนแหลมคมคล้ายเม่น และดวงตาสีแดงฉาน มันยืนจ้องมองเขาอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร และกำลังเตรียมพร้อมที่จะโจมตี

นนท์รีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว มือคว้าเศษเหล็กที่พกติดตัวมาไว้แน่น สิ่งมีชีวิตนั้นไม่ได้มาตัวเดียว แต่มีอีกสองสามตัวที่โผล่ออกมาจากซากปรักหักพังรอบๆ พวกมันดูเหมือนจะปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่นี้ได้อย่างดีเยี่ยม ร่างกายที่ผอมแห้งแต่แข็งแกร่ง ดวงตาที่สะท้อนความหิวโหยไม่ต่างจากเขาเอง

นนท์รู้ว่าการวิ่งหนีในสภาพที่อ่อนแรงแบบนี้ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เขาตัดสินใจที่จะเผชิญหน้ากับพวกมัน เสียงขู่ฟ่อของสัตว์ประหลาดพวกนั้นทำให้หัวใจของนนท์เต้นรัว แต่เขาก็พยายามควบคุมตัวเอง เขาเงยหน้าขึ้นมองสัตว์เหล่านั้นด้วยสายตาที่มุ่งมั่น ไม่มีความหวาดกลัวอีกต่อไป มีแต่ความต้องการที่จะมีชีวิตรอด

ตัวที่ใหญ่ที่สุดในฝูงกระโดดเข้ามาโจมตีเป็นตัวแรก นนท์เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วพร้อมกับฟาดเศษเหล็กเข้าใส่เต็มแรง เสียงดัง "เพล้ง!" พร้อมกับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของสัตว์นั้น นนท์รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะลังเล เขาต้องโจมตีอย่างรุนแรงและเด็ดขาด

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและดุเดือด นนท์ใช้ความได้เปรียบของการมีอาวุธและสติปัญญา แต่สัตว์เหล่านั้นก็มีจำนวนมากและว่องไว นนท์ได้รับบาดแผลหลายแห่ง แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เขานึกถึงสิ่งที่เขาต้องต่อสู้เพื่อมัน นั่นคือการมีชีวิตรอด

ในที่สุด ด้วยความมุ่งมั่นและพลังที่ซ่อนอยู่ นนท์ก็สามารถขับไล่สัตว์ประหลาดเหล่านั้นไปได้ พวกมันล่าถอยไปในความมืดมิด ทิ้งรอยเลือดและบาดแผลไว้เบื้องหลัง นนท์ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง เขาหอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าและความตื่นเต้น

เขาใช้มือที่เปื้อนเลือดและเขม่าดินควานหาผ้าพันแผลในถุงผ้าเพื่อทำแผล การต่อสู้ครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าเขาต้องแข็งแกร่งขึ้น ต้องฉลาดขึ้น และต้องดุร้ายขึ้นกว่าเดิม ในโลกใบใหม่นี้ ความอ่อนแอคือความตาย นนท์เงยหน้าขึ้นมองฟ้าที่มืดมิดอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่ บทเรียนจากความหิวและความตายสอนให้เขารู้ว่า สัญชาตญาณดิบเท่านั้นที่จะพาเขารอดไปได้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พิภพปริ

พิภพปริ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!