นนท์ใช้เวลาอีกหนึ่งคืนอยู่กับกลุ่มคนเหล่านั้น เขาไม่ได้กินอะไรเลยตลอดคืน แม้จะรู้สึกหิวโหย แต่ก็ไม่กล้าขออาหารจากพวกเขา กลุ่มคนเหล่านั้นไม่ได้พูดคุยกับนนท์มากนัก พวกเขามีแต่ความหวาดระแวงและสายตาที่ห่างเหินใส่กันเอง
ในช่วงเช้าก่อนรุ่งสาง นนท์ตัดสินใจว่าจะต้องหนี เขาไม่สามารถอยู่กับคนกลุ่มนี้ได้นานกว่านี้ พวกเขาไม่ได้ให้ความรู้สึกปลอดภัยใดๆ นนท์แกล้งทำเป็นหลับ พยายามสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของพวกเขา
ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงสะกิดเบาๆ ที่แขน นนท์ลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วเขาก็เห็นหญิงสาวที่เขาเคยเห็นเมื่อคืน เธอชื่อ "พราว" เธอพยักหน้าให้เขา แล้วชี้ไปที่ประตูทางออกอย่างเงียบๆ พราวมีบาดแผลเล็กน้อยบนใบหน้าและรอยเขียวช้ำที่แขน ทำให้เขาสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
นนท์สบตาเธอ พราวไม่ได้พูดอะไร แต่สายตาของเธอบ่งบอกถึงความต้องการที่จะหนีเช่นกัน นนท์เข้าใจทันที เขาพยักหน้าตอบอย่างเงียบๆ ทั้งสองค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ พยายามไม่ให้เกิดเสียงดัง
พวกเขาเดินออกไปจากอาคารอย่างเงียบกริบ พราวเป็นคนนำทาง เธอรู้เส้นทางที่ซับซ้อนของซากปรักหักพังได้เป็นอย่างดี เธอพาเขาหลบเลี่ยงจากทางที่ดูอันตราย และพาเขาเข้าไปในทางที่ดูเหมือนจะเป็นอุโมงค์ใต้ดินเก่าๆ ที่ทอดตัวยาวไปสู่ความมืดมิด
“เราจะไปไหนกัน?” นนท์กระซิบถามขณะที่เดินตามเธอเข้าไปในอุโมงค์นั้น
“ไปที่ที่ปลอดภัยกว่านี้” พราวตอบเสียงเบา เธอหันมามองนนท์ ใบหน้าของเธอดูซีดเซียว แต่ดวงตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ฉันไม่ไว้ใจพวกนั้น”
นนท์พยักหน้า เขาก็รู้สึกไม่ต่างกัน เขาเดินตามพราวไปเรื่อยๆ ในอุโมงค์ที่มืดมิด อากาศชื้นและเย็นยะเยือก มีกลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินปะปนกันไป พวกเขาใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือที่แบตเตอรี่ใกล้หมดแล้วของพราวส่องนำทางไปอย่างระมัดระวัง
“เธอมาอยู่กับพวกนั้นได้ยังไง?” นนท์ถามอีกครั้ง เขาอยากรู้เรื่องราวของพราว
“ฉันหนีมาจากบ้านที่พังทลาย ฉันพยายามหาที่หลบภัย แล้วก็เจอพวกนั้น” พราวตอบเสียงเรียบ “แต่พวกเขาไม่ได้ใจดีอย่างที่คิด พวกเขาเอาทุกอย่างจากคนที่อ่อนแอกว่า”
นนท์รู้สึกเห็นใจ เขาเข้าใจความรู้สึกของพราวดี เพราะเขาก็เคยเป็นเหยื่อของการถูกแย่งชิงอาหารเช่นกัน เขาคิดว่าโลกใบใหม่นี้ไม่ได้มีที่ว่างสำหรับความเมตตาอีกต่อไปแล้ว
พวกเขาเดินอยู่ในอุโมงค์เกือบชั่วโมง ก่อนที่จะเห็นแสงสว่างจางๆ จากปลายอุโมงค์ พราวพาเขาปีนขึ้นบันไดเหล็กที่ขึ้นสนิมจนเก่าผุพังอย่างระมัดระวัง เมื่อขึ้นมาถึงด้านบน พวกเขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องใต้ดินเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกทิ้งร้าง
“ที่นี่เคยเป็นอะไร?” นนท์ถาม
“น่าจะเป็นโกดังเก็บของเก่า” พราวตอบ “ฉันเคยมาที่นี่กับพ่อแม่สมัยเด็กๆ”
นนท์มองสำรวจไปรอบๆ ห้องใต้ดิน มันดูเหมือนเป็นที่หลบภัยชั่วคราวที่ดีกว่าที่เขาเคยอยู่มากนัก พราวเริ่มค้นหาข้าวของที่พอจะใช้ได้ เธอดูเชี่ยวชาญกว่านนท์มากนัก เธอพบผ้าห่มเก่าๆ กระป๋องอาหารที่ยังไม่ถูกเปิด และที่กรองน้ำแบบง่ายๆ
“เธอรู้ได้ยังไงว่าต้องทำอะไรแบบนี้?” นนท์ถามด้วยความประหลาดใจ
“พ่อฉันสอนเรื่องการเอาชีวิตรอดให้ตั้งแต่เด็กๆ” พราวตอบ เธอหันมายิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นจางๆ แต่ก็ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงได้บ้าง “เขาบอกว่าโลกมันไม่แน่นอน”
นนท์รู้สึกถึงความหวังเล็กๆ ผุดขึ้นในใจ มิตรภาพในเงามรณะนี้อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เขาและพราวเริ่มร่วมมือกันทำความสะอาดห้องใต้ดิน เก็บข้าวของที่พอจะใช้ได้ และจัดแจงให้มันเป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราว
ในคืนนั้น พวกเขากินอาหารกระป๋องที่พราวพบด้วยกัน พราวใช้ความรู้ที่ได้จากพ่อของเธอมาสร้างเตาไฟขนาดเล็กจากเศษอิฐและท่อนไม้แห้ง ทำให้ห้องใต้ดินอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย พวกเขานั่งคุยกันไปเรื่อยๆ แลกเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเอง ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เคยกัดกินนนท์มาตลอดเริ่มจางหายไป
“เราจะไปไหนกันต่อ?” นนท์ถามเมื่อกินเสร็จ
“ฉันได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับพื้นที่ปลอดภัยทางเหนือ” พราวตอบ “แต่เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อน การเดินทางมันไม่ง่าย”
นนท์พยักหน้า เขารู้สึกว่าการมีพราวอยู่เคียงข้างทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น การมีเพื่อนร่วมทางในโลกที่มืดมิดใบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัย แต่มันคือเรื่องของกำลังใจ
พวกเขาใช้เวลาอีกหลายวันในห้องใต้ดินนั้น พราวสอนนนท์หลายอย่างเกี่ยวกับทักษะการเอาชีวิตรอด การหาอาหารที่ปลอดภัย การกรองน้ำให้ดื่มได้ และการสร้างกับดักง่ายๆ นนท์เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เขารู้สึกว่าสัญชาตญาณดิบในตัวของเขาเริ่มตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่
นนท์และพราวเริ่มออกสำรวจพื้นที่ใกล้เคียงในเวลากลางวัน พวกเขาพยายามหาเสบียงและของใช้ที่จำเป็นเพิ่มเติม และก็ไม่วายเจอสัตว์กลายพันธุ์พวกหนูขนาดใหญ่ หรือบางครั้งก็เป็นสุนัขที่กลายพันธุ์และดูดุร้ายกว่าปกติ พวกเขาต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการเผชิญหน้ากับสัตว์เหล่านั้น แต่ด้วยความร่วมมือกัน พวกเขาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้ง
วันหนึ่งขณะที่พวกเขากำลังสำรวจอาคารร้างแห่งหนึ่งเพื่อหาน้ำดื่ม พวกเขาก็พบเข้ากับกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่ง กลุ่มนี้ดูเหมือนจะเป็นกองโจร พวกเขามีอาวุธที่ดูทันสมัยกว่าที่นนท์เคยเห็น และมีท่าทางที่ดุร้ายกว่ามาก
“หลบ!” พราวกระซิบ นนท์รีบตามเธอไปหลบหลังกำแพงที่พังทลาย กลุ่มโจรเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันสังเกตเห็นพวกเขา
เหตุการณ์นั้นทำให้ทั้งคู่ตระหนักว่าอันตรายไม่ได้มีแค่จากธรรมชาติและสัตว์กลายพันธุ์ แต่ยังมีมนุษย์ด้วยกันเองที่อันตรายยิ่งกว่า นนท์และพราวรู้ดีว่าพวกเขาจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้ ฉลาดกว่านี้ และระมัดระวังกว่านี้ หากต้องการเอาชีวิตรอดในโลกที่กลายเป็นนรกบนดินใบนี้
นนท์มองไปที่พราว เธอกำลังตรวจสอบแผนที่เก่าๆ ที่เธอพบในห้องใต้ดิน แววตาของเธอบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตรอด มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วท่ามกลางความมืดมิดและอันตรายนี้ได้กลายเป็นแสงสว่างเล็กๆ ที่จุดประกายความหวังในใจของนนท์ เขาเชื่อว่าด้วยกันแล้ว พวกเขาจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

พิภพปริ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก