โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
23 ตอน · 1,026 คำ
เช้ามืดวันต่อมา อากาศยังคงชื้นและเย็นจัด กลิ่นดินและไอน้ำค้างลอยอบอวลไปทั่ว ภาคภูมิยืนตรวจความพร้อมของลูกทีมแต่ละคนภายใต้แสงจันทร์ที่เริ่มเลือนหายไป เหล่าพยัคฆ์ไพรแต่งกายด้วยชุดรบสีเข้มที่ผสมผสานเทคโนโลยีล่องหนเข้ากับวัสดุกันกระสุน น้ำหนักของยุทธภัณฑ์บนตัวไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขา ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงพร้อมรับทุกสถานการณ์
ภารกิจแรกคือการแทรกซึมเข้าไปในศูนย์ข้อมูลขององค์กรเงามรณะ หรือ DSO ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารระฟ้าแห่งหนึ่งใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ข้อมูลที่ผู้การวิชัยส่งมาให้บ่งชี้ว่านี่คือศูนย์รวมข้อมูลและเครือข่ายประสาทขององค์กร ก่อนหน้านี้ได้มีรายงานการลักพาตัวนักวิทยาศาสตร์ด้านพลังงานและวิศวกรคอมพิวเตอร์หลายรายในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งภาคภูมิเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับ "รหัสดับตะวัน"
"ณัฐพล นายจะประจำอยู่ที่จุดสนับสนุนห่างจากเป้าหมายประมาณสองกิโลเมตร คอยให้การสนับสนุนด้านเทคนิคและแฮกระบบรักษาความปลอดภัย" ภาคภูมิสั่งการ น้ำเสียงหนักแน่น แต่แฝงความกังวลเล็กน้อย การทำภารกิจในเมืองหลวงขนาดใหญ่มีความเสี่ยงสูงกว่าการปฏิบัติการในป่าเขาที่พวกเขาคุ้นเคย "รับทราบครับพันตรี ผมได้เตรียมอุปกรณ์แฮกเกอร์รุ่นล่าสุดไว้แล้ว พร้อมเจาะทุกกำแพงไฟร์วอลล์" ณัฐพลตอบอย่างมั่นใจ สายตาหลังแว่นจ้องมองไปที่แท็บเล็ตคู่ใจ "ศักดิ์ชาย นายกับอารักษ์จะดูแลพื้นที่รอบนอกและเป็นแนวหน้าในการเปิดทาง" ภาคภูมิหันไปหาสองนักรบผู้แข็งแกร่ง "ใช้ความเงียบให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการปะทะโดยไม่จำเป็น" ศักดิ์ชายพยักหน้าหนักๆ มีดสั้นเล่มใหญ่ถูกเหน็บไว้ที่เอวของเขา อารักษ์เพียงแค่มองนิ่งๆ ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา เขาเป็นเหมือนเงาที่เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วและไร้เสียง "ฉันกับชนาภาจะนำทีมแทรกซึมเข้าไปในอาคาร เราต้องกู้ข้อมูลเกี่ยวกับรหัสดับตะวัน และตำแหน่งของฐานหลักให้ได้" ภาคภูมิสรุป "จำไว้ ทุกคนต้องรอดกลับมา"
เครื่องบินขนส่งขนาดเล็กที่ดัดแปลงเป็นพิเศษพาพวกเขาเคลื่อนที่อย่างเงียบกริบไปยังเป้าหมาย ภายในเครื่องบิน ทุกคนต่างทบทวนแผนการและตรวจสอบอุปกรณ์ครั้งสุดท้าย บรรยากาศเงียบงัน แต่เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็น
เมื่อใกล้ถึงเป้าหมาย อารักษ์ถูกปล่อยตัวลงจากเครื่องบินก่อน เขาลงจอดบนดาดฟ้าอาคารใกล้เคียงอย่างนุ่มนวลราวกับขนนก ร่างเงาของเขาหายวับไปในความมืดมิดทันทีที่เท้าสัมผัสพื้น สองนาทีต่อมา สัญญาณไฟสีเขียวก็กะพริบขึ้นบนหน้าจอของภาคภูมิ แสดงว่าอารักษ์ได้เคลียร์พื้นที่และเปิดทางได้สำเร็จ
"ไปกันเลย" ภาคภูมิสั่ง ตัวเขาและชนาภาโรยตัวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์โดยใช้สายโรยตัวแบบพิเศษ พวกเขาเคลื่อนไหวราวกับสายลมที่พัดผ่านยามค่ำคืน เสียงจากภายนอกอาคารดูราวกับจะถูกกลืนหายไปกับความมืดและสมาธิที่แน่วแน่ของทั้งคู่
การรักษาความปลอดภัยของอาคารระฟ้าแห่งนี้แข็งแกร่งกว่าที่คิด กล้องวงจรปิดระบบอินฟราเรดติดตั้งอยู่ทุกซอกทุกมุม เลเซอร์เซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนถูกวางเป็นตาข่ายแน่นหนา แต่สำหรับพยัคฆ์ไพรแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงบททดสอบเล็กๆ น้อยๆ ที่พวกเขาคุ้นเคย
"ทางเข้าหลักถูกล็อกด้วยระบบสแกนลายนิ้วมือและม่านพลังงานครับพันตรี" ณัฐพลรายงานผ่านระบบสื่อสารไร้สาย "ผมกำลังพยายามแฮกมันอยู่" "กี่นาที?" ภาคภูมิถามขณะที่เขากับชนาภากำลังเคลื่อนที่ผ่านช่องระบายอากาศที่แคบและมืดมิด "สิบนาทีอย่างต่ำครับ ระบบมันซับซ้อนกว่าที่คิด" "เราไม่มีเวลารอนานขนาดนั้น" ชนาภาตอบอย่างใจเย็น "ดูเหมือนพวกเขากำลังเตรียมการอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน ฉันได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจำนวนมาก"
จังหวะนั้นเอง อารักษ์ก็ส่งสัญญาณภาพจากกล้องติดหมวกของเขา มันเป็นภาพภายในห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ล้ำสมัย และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ DSO จำนวนนับสิบคน กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด อาวุธที่พวกเขาถือไม่ใช่ปืนธรรมดา แต่เป็นอาวุธพลังงานที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์ไซไฟ
"อาวุธพลังงาน!" ศักดิ์ชายอุทานเสียงต่ำ "พวกมันมีเทคโนโลยีล้ำหน้ากว่าที่เราคิดไว้เยอะ" "ณัฐพล มีช่องทางอื่นไหม?" ภาคภูมิถาม "กำลังหาอยู่ครับ... เจอแล้ว! มีช่องทางบริการที่เชื่อมกับท่อระบายอากาศด้านหลังอาคาร แต่มันเล็กมาก และมีเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหวตลอดแนว" ณัฐพลรายงาน "เล็กแค่ไหน?" ชนาภาถาม "แค่พอให้คนตัวเล็กที่สุดผ่านไปได้ครับ"
ทุกคนหันไปมองอารักษ์ อารักษ์เป็นคนที่มีรูปร่างผอมเพรียวและคล่องตัวที่สุดในทีม "ฉันจะเข้าไปเอง" อารักษ์กล่าว น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "อันตรายเกินไปอารักษ์ ถ้าถูกจับได้นายจะตกเป็นเป้าได้ง่ายๆ" ภาคภูมิเตือน "ผมคุ้นเคยกับพื้นที่แคบและมืดครับพันตรี" อารักษ์ตอบพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แทบจะมองไม่เห็น "ผมจะเป็นเงาให้กับหน่วยเอง"
ณัฐพลเริ่มแฮกระบบเซ็นเซอร์ในช่องทางบริการ ชนาภาและภาคภูมิให้การสนับสนุนจากภายนอก ส่วนศักดิ์ชายคอยเฝ้าระวังพื้นที่โดยรอบ อารักษ์เคลื่อนที่เข้าไปในช่องทางที่แคบและมืดมิดนั้นอย่างชำนาญ การเคลื่อนไหวของเขานุ่มนวลและไร้เสียง สลับกับการหลบหลีกเซ็นเซอร์ที่ณัฐพลปิดเปิดให้เป็นช่วงๆ ราวกับกำลังเต้นรำกับความตาย
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความตึงเครียดเริ่มก่อตัวขึ้น "ใกล้ถึงแล้วอารักษ์ อีกแค่ห้าสิบเมตร" ณัฐพลรายงาน ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยก็ดังสนั่นขึ้นทั่วทั้งอาคาร ไฟสีแดงกะพริบไปทั่วทุกหนแห่ง "แย่แล้ว! ณัฐพล ระบบรักษาความปลอดภัยถูกรีเซ็ต! พวกมันรู้ตัวแล้ว!" ชนาภารายงานเสียงดัง "เป็นไปไม่ได้! ผมกำลังคุมระบบอยู่!" ณัฐพลตอบอย่างตกใจ "ต้องมีคนแฮกเข้ามาในระบบผม!"
"ไม่ทันแล้ว! มีทหาร DSO กำลังตรงมาทางคุณอารักษ์!" ศักดิ์ชายตะโกนจากจุดเฝ้าระวัง ภาคภูมิกระชับปืนไรเฟิลในมือ "อารักษ์! หาที่กำบัง! เรากำลังเข้าไปช่วย!"
แต่ก่อนที่ภาคภูมิและชนาภาจะทันตั้งตัว ประตูเหล็กบานหนึ่งในช่องทางบริการก็ถูกเปิดออกอย่างรุนแรง ทหาร DSO สามนายพร้อมอาวุธพลังงานโผล่ออกมา แสงเลเซอร์สีแดงพุ่งเข้าใส่ร่างของอารักษ์อย่างรวดเร็ว อารักษ์ซึ่งติดอยู่ในพื้นที่แคบและไร้ที่กำบัง พยายามหลบหลีกอย่างเต็มที่ แต่กระสุนพลังงานเม็ดหนึ่งก็พุ่งเฉียดไหล่ซ้ายของเขาไปอย่างจัง ทำให้เขาเซล้มลง
"อารักษ์!" ภาคภูมิและชนาภาตะโกนพร้อมกัน "ผมไม่เป็นไรครับ!" อารักษ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังคงนิ่ง แต่ก็มีแววเจ็บปวด เขากำมีดสั้นในมือแน่น จ้องมองศัตรูที่กำลังก้าวเข้ามา "ศักดิ์ชาย! เปิดทางให้เรา!" ภาคภูมิสั่ง "กำลังไปครับพันตรี!" ศักดิ์ชายตอบเสียงหนักแน่น เขาใช้อุปกรณ์พิเศษยิงระเบิดขนาดเล็กเข้าใส่ประตูทางเข้าด้านข้าง ทำให้เกิดแรงระเบิดและควันคละคลุ้ง เป็นการสร้างความปั่นป่วนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ท่ามกลางความโกลาหล ภาคภูมิและชนาภาก็พังประตูที่อยู่ใกล้ที่สุดเข้าไปในอาคาร พวกเขาพบกับทหาร DSO หลายสิบนายที่กำลังเคลื่อนที่มายังจุดเกิดเหตุ การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด
ชนาภาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วราวกับพายุ เธอใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงคู่ใจจัดการศัตรูจากระยะไกลอย่างแม่นยำ ทุกนัดคือเป้าหมาย เธอคือมัจจุราชแห่งกระสุนปืน ภาคภูมิใช้ปืนพกคู่ใจพร้อมกับทักษะการต่อสู้ระยะประชิดอันไร้เทียมทาน เขาล้มศัตรูลงทีละคนด้วยความเร็วและแม่นยำราวกับพยัคฆ์ที่กำลังล่าเหยื่อ
ณัฐพลยังคงพยายามแฮกระบบเพื่อช่วยอารักษ์ "ผมกำลังพยายามปิดช่องทางนั้นอยู่ครับ! อารักษ์ พยายามถ่วงเวลาไว้!" อารักษ์ที่บาดเจ็บพยายามหลบหลีกและสวนกลับด้วยมีดสั้น แต่จำนวนศัตรูมีมากกว่า เขาถูกต้อนจนมุม
ในขณะที่ทุกคนกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ทหาร DSO นายหนึ่งที่ไม่ใช่คนทั่วไป ร่างกายสูงใหญ่ แขนข้างหนึ่งถูกแทนที่ด้วยแขนกลที่ทรงพลังและมีแววตาเย็นชาดุจเครื่องจักร เขาคือ "ผู้พันคาเมรอน" ผู้นำหน่วยรบพิเศษของ DSO ซึ่งได้รับฉายาว่า "มือเพชฌฆาต" เดินออกมาจากมุมมืด
"ดูเหมือนจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมเยียนสินะ" เสียงของคาเมรอนดุดันและแข็งกร้าว "พวกแกคงเป็นเศษสวะจากหน่วยรบพิเศษที่หายสาบสูญไปนั่นสินะ 'พยัคฆ์ไพร'"
ภาคภูมิเบิกตากว้างเมื่อเห็นคาเมรอน เขาจำบุรุษผู้นี้ได้ คาเมรอนคืออดีตหน่วยรบพิเศษจากพันธมิตรที่เคยร่วมปฏิบัติการกับภาคภูมิเมื่อห้าปีก่อนในภารกิจที่ล้มเหลว และเป็นคนที่หายตัวไปอย่างลึกลับหลังเหตุการณ์นั้น ภาคภูมิไม่คิดว่าเขาจะกลายมาเป็นศัตรูและเป็นคนของ DSO
"คาเมรอน! แกยังไม่ตาย!" ภาคภูมิคำรามด้วยความโกรธปนความตกใจ คาเมรอนยิ้มเหี้ยม "โชคชะตานำพาเรามาพบกันอีกครั้ง ภาคภูมิ ครั้งนี้ฉันจะไม่พลาดโอกาสที่จะกำจัดแกให้สิ้นซาก"
สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว จากภารกิจแทรกซึมกลายเป็นสมรภูมิรบเต็มรูปแบบ ภาคภูมิรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับคาเมรอนไม่ใช่เรื่องง่าย และเวลาของพวกเขาก็เหลือน้อยลงทุกที

รหัสดับตะวัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก