หลังจากค้นพบห้องลับและสมุดบันทึกของนารีรัตน์ ธีร์และพิมนำสมุดบันทึกและข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดที่พบกลับมาที่กองบังคับการเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด บันทึกเล่มนั้นได้เปิดเผยปมปริศนาที่ซับซ้อนและดำมืดของตระกูลสิริธราเทพ ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกันอย่างน่าตกใจ
ธีร์และพิมใช้เวลาหลายชั่วโมงในการอ่านบันทึกของนารีรัตน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกเขาพบว่านารีรัตน์ถูกกักขังอยู่ในห้องลับนั้นนานหลายปี และเสียชีวิตลงด้วยความตรอมใจ โดยไม่มีใครรู้เรื่องราวของเธอเลย บันทึกสุดท้ายของเธอเต็มไปด้วยความหวังว่าคนรักของเธอ นรินทร์ จะกลับมาและเปิดเผยความจริง
"นี่มันน่าเศร้าจริงๆ นะคะ" พิมถอนหายใจ "ชีวิตของเธอถูกทำลายเพียงเพราะความรักที่แตกต่าง"
"และตระกูลสิริธราเทพก็พยายามลบเธอออกไปจากประวัติศาสตร์อย่างสมบูรณ์" ธีร์เสริม "แม้แต่ในทะเบียนตระกูลก็ไม่มีชื่อเธอปรากฏอยู่เลย"
ธีร์เริ่มตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับนรินทร์ ชายหนุ่มสามัญชนผู้มีพรสวรรค์ด้านศิลปะ ซึ่งเป็นคนรักของนารีรัตน์ แต่การค้นคว้าเป็นไปอย่างยากลำบาก ชื่อ "นรินทร์" เป็นชื่อสามัญ และไม่มีข้อมูลใดๆ ที่เชื่อมโยงกับศิลปะโบราณปรากฏขึ้นมาเลย
"ถ้าสัญลักษณ์บนร่างเหยื่อคือตราประจำตัวของนารีรัตน์ และถูกใช้เพื่อสื่อสารเรื่องราวของเธอ แสดงว่าคนร้ายต้องการให้เรื่องราวของนารีรัตน์ถูกเปิดเผย" ธีร์สรุป "แต่ทำไมถึงต้องฆ่าคนถึงสองคน โดยห่างกันถึงสิบปี"
พิมมองภาพถ่ายเหยื่อในคดีเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะ "หรือว่าเหยื่อทั้งสองคนนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของนารีรัตน์ หรือมีส่วนรู้เห็นกับความลับที่ถูกปกปิดมานาน"
ธีร์พยักหน้า "เหยื่อในคดีเก่าคือ อาจารย์วันทนีย์ นักโบราณคดีที่เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ และเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสัญลักษณ์โบราณ"
จู่ๆ ความทรงจำที่ธีร์พยายามจะลืมเลือนมาตลอดสิบปีก็ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน อาจารย์วันทนีย์เป็นคนแรกที่เขาปรึกษาเรื่องสัญลักษณ์ประหลาดบนร่างของเหยื่อในคดีนั้น และเธอก็เป็นคนเดียวที่บอกว่าสัญลักษณ์นั้น "มีความหมาย" แต่เธอยังไม่ทันจะได้ถอดรหัส ก็ถูกฆาตกรรมเสียก่อน นั่นคือเหตุผลที่ธีร์ไม่สามารถไขคดีได้ในตอนนั้น
"อาจารย์วันทนีย์... เธอคงพยายามถอดรหัสสัญลักษณ์นั้น และอาจจะเข้าใกล้ความจริงมากเกินไป" ธีร์กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "และคนร้ายก็รู้เรื่องนั้น จึงต้องฆ่าเธอปิดปาก"
"ถ้าอย่างนั้น... คุณลลิตาเองก็อาจจะกำลังเข้าใกล้ความจริงเช่นกัน" พิมเสริม "อรินเคยบอกว่าคุณลลิตาสนใจประวัติศาสตร์ของตระกูลสิริธราเทพ และเธอก็ได้ภาพวาดลายเส้นโบราณที่เป็นแผนที่นำทางมาสู่ห้องลับแห่งนี้"
"เป็นไปได้ว่าคุณลลิตากำลังจะเปิดเผยความจริงเรื่องนารีรัตน์ และอาจจะรู้เรื่องที่ตระกูลพยายามปกปิด" ธีร์กล่าวอย่างครุ่นคิด "แต่ใครกันล่ะที่เป็นคนร้าย เขาคือคนในตระกูลสิริธราเทพเอง หรือเป็นทายาทของนรินทร์ที่ต้องการแก้แค้น"
พิมพลิกดูประวัติของตระกูลสิริธราเทพอีกครั้ง "ถ้าเป็นทายาทของนรินทร์จริงๆ เขาจะอยู่ที่ไหน และทำไมถึงใช้เวลาถึงสิบปีในการก่อเหตุครั้งที่สอง"
"หรืออาจจะเป็นคนในตระกูลสิริธราเทพที่รู้สึกผิดในสิ่งที่บรรพบุรุษทำลงไป และต้องการเปิดเผยความจริงนี้ด้วยตัวเอง แต่เลือกวิธีการที่ผิด" ธีร์ตั้งข้อสันนิษฐาน
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมอยู่กับการวิเคราะห์ ก็มีข้อมูลใหม่จากทีมงานของพิมเข้ามาแจ้ง เรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลสิริธราเทพที่ถูกปกปิดเอาไว้ ไม่ใช่มีแค่เรื่องของนารีรัตน์ แต่ยังรวมถึงเรื่องราวของ "นรินทร์" เองด้วย
จากข้อมูลที่ได้มา นรินทร์ไม่ได้ถูกฆ่าตายหรือถูกเนรเทศออกไปอย่างถาวร เขาได้หนีรอดไปได้ และมีลูกกับหญิงสาวอีกคนที่ไม่ใช่คนในตระกูลสิริธราเทพ และลูกหลานของนรินทร์ก็ยังคงมีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
"นี่แหละครับสารวัตร" ธีร์กล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย "ทายาทของนรินทร์... พวกเขาคือผู้ที่จะสืบทอดความแค้นและต้องการเปิดเผยความจริงเรื่องนารีรัตน์"
"แต่ใครกันล่ะที่เป็นทายาทของนรินทร์" พิมถาม "ข้อมูลนี้มันกว้างเกินไป"
ธีร์นิ่งคิด เขามองไปที่ภาพวาดลายเส้นโบราณอีกครั้ง ภาพวาดนี้ไม่เพียงแค่แผนที่ แต่ยังเต็มไปด้วยสัญลักษณ์แปลกๆ ที่ศาสตราจารย์ธวัชชัยเคยกล่าวถึงว่าเป็นอักษรภาพเฉพาะกลุ่ม
"ผมคิดว่าสัญลักษณ์เหล่านั้น... มันคือรหัสลับที่เชื่อมโยงกับทายาทของนรินทร์" ธีร์กล่าว "อาจจะเป็นรหัสประจำตระกูล หรือสัญลักษณ์ที่นรินทร์สร้างขึ้นเพื่อสื่อสารกับลูกหลานของเขา"
ธีร์และพิมเริ่มกลับไปตรวจสอบภาพวาดลายเส้นโบราณอีกครั้งอย่างละเอียด คราวนี้พวกเขาไม่ได้มองแค่ภาพวาดเป็นแผนที่ แต่เป็นรหัสลับที่ซับซ้อน สัญลักษณ์ต่างๆ ถูกนำมาเทียบเคียงกับข้อมูลที่ได้จากบันทึกของนารีรัตน์ และประวัติของตระกูลสิริธราเทพ
ยิ่งค้นคว้าลึกเท่าไหร่ ธีร์ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในวังวนของอดีต ความทรงจำเก่าๆ ที่เคยเลือนรางกลับมาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เขานึกถึงช่วงเวลาที่เขาเป็นตำรวจใหม่ๆ ที่เต็มไปด้วยไฟ และความผิดพลาดที่เขาทำลงไปในคดีเก่าเมื่อสิบปีก่อน
ในตอนนั้น ธีร์ได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีการหายตัวไปของอาจารย์วันทนีย์ เขาพยายามอย่างหนักที่จะไขคดี แต่ความเข้าใจในประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์โบราณของเขามีจำกัด และด้วยความกดดันจากผู้ใหญ่ในคดีที่อยากปิดคดีเร็วๆ ทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะค้นพบความจริงเบื้องหลังรอยแผลเป็นนั้น
ธีร์กำหมัดแน่นด้วยความเจ็บปวดและรู้สึกผิด เขาเคยเชื่อว่าการหลีกหนีจากอดีตจะช่วยให้เขาลืมความเจ็บปวดได้ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันเป็นเพียง "รอยจำลวง" ที่เขาหลอกตัวเองให้เชื่อ อดีตไม่เคยหายไปไหน มันเพียงแค่รอเวลาที่จะกลับมาทวงคืนความยุติธรรม
"สารวัตรครับ ผมคิดว่าเราต้องกลับไปที่บ้านร้างอีกครั้ง" ธีร์กล่าว "ผมรู้สึกว่ามันยังมีความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ และผมอยากจะพยายามทำความเข้าใจกับสัญลักษณ์ในภาพวาดให้ลึกซึ้งกว่านี้"
พิมพยักหน้า "ดิฉันจะไปกับคุณด้วยค่ะ คดีนี้มันซับซ้อนเกินกว่าจะปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งรับผิดชอบ"
ทั้งสองตกลงที่จะกลับไปยังบ้านร้างในวันรุ่งขึ้น เพื่อค้นหาเบาะแสเพิ่มเติมที่อาจจะเชื่อมโยงไปถึงตัวคนร้าย และทำความเข้าใจกับความหมายที่แท้จริงของรอยแผลเป็นนั้น
ธีร์มองภาพวาดลายเส้นโบราณในมืออีกครั้ง เขาเชื่อมั่นว่ามันจะนำพาเขาไปสู่คำตอบของปริศนาทั้งหมด และในที่สุด เขาก็จะได้เผชิญหน้ากับ "เงาอดีต" ที่ตามหลอกหลอนเขามานานนับสิบปี เพื่อชำระสะสางทั้งคดีเก่าและคดีใหม่ พร้อมกับความทรงจำอันเจ็บปวดของตัวเอง
ปมซ้อนปมที่ถักทอจากความรักต้องห้าม ความลับดำมืดของตระกูล และความแค้นที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น กำลังจะคลี่คลายลงในไม่ช้า และธีร์รู้ดีว่านี่คือภารกิจที่เขาต้องทำให้สำเร็จ ไม่ใช่แค่ในฐานะนักสืบ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องการความยุติธรรม

รอยจำลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก