จากการถอดรหัสของธีร์ ทั้งสัญลักษณ์ดอกบัวที่แตกต่างกันในแต่ละรอยแผลเป็นและรหัสลับจากภาพวาดลายเส้นโบราณ ชี้เป้าไปที่บุคคลคนหนึ่งอย่างชัดเจน บุคคลที่เคยปรากฏตัวในการสืบสวนนี้แล้ว และมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลสิริธราเทพอย่างใกล้ชิด
"สัญลักษณ์รูปดอกบัวที่กำลังตูมบนร่างของคุณลลิตา หมายถึงการเริ่มต้นของการค้นหาความจริง และตำแหน่งที่ต้นขาคือการเดินทาง" ธีร์อธิบายกับพิม "แต่สัญลักษณ์ที่ถูกซ่อนอยู่ในกลีบดอกบัวตูมนั้น มันคืออักษรย่อของชื่อ 'อริน' ครับสารวัตร"
พิมเบิกตากว้าง "คุณอริน ศิลปินนั่นเหรอคะ"
"ใช่ครับ" ธีร์พยักหน้า "และจากการตรวจสอบประวัติของตระกูลสิริธราเทพอย่างละเอียดอีกครั้ง เราพบว่านรินทร์ ชายหนุ่มคนรักของนารีรัตน์ ได้มีบุตรสาวคนหนึ่งกับหญิงสาวนอกตระกูลก่อนที่เขาจะหายสาบสูญไป"
"และบุตรสาวคนนั้น ก็คือบรรพบุรุษของคุณอรินงั้นหรือคะ" พิมถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ
"ใช่ครับ" ธีร์ยืนยัน "ตระกูลของอรินสืบเชื้อสายมาจากนรินทร์โดยตรง และพวกเขาก็ยังคงใช้นามสกุลเดิมของนรินทร์ที่ถูกเปลี่ยนให้ฟังดูทันสมัยขึ้นในภายหลัง อริน... เธอคือทายาทของนรินทร์ ผู้ที่ถูกตระกูลสิริธราเทพกระทำในอดีต"
พิมนิ่งไปครู่หนึ่ง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสับสน "แต่ถ้าคุณอรินคือคนร้าย ทำไมเธอถึงยังให้ความร่วมมือกับการสอบสวนของเรา และทำไมเธอถึงเป็นคนให้ภาพวาดลายเส้นโบราณแก่คุณลลิตาด้วยตัวเอง"
"นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังจะอธิบายครับสารวัตร" ธีร์กล่าว "ผมคิดว่าอรินไม่ได้เป็นคนฆ่า แต่เธอรู้เรื่องทั้งหมด และกำลังปกป้องคนที่ลงมือฆ่า"
จากการวิเคราะห์สัญลักษณ์และข้อมูลที่ได้จากบันทึกของนารีรัตน์ ธีร์พบว่าสัญลักษณ์ดอกบัวที่ถูกกรีดบนร่างเหยื่อทั้งสองนั้น มีนัยยะของการ "เรียกร้อง" และ "การบอกใบ้" สัญลักษณ์บนร่างอาจารย์วันทนีย์ที่บ่งบอกถึง "การเริ่มต้น" และ "ความรู้" นั้น สอดคล้องกับอาชีพของเธอที่เป็นนักโบราณคดี
"อาจารย์วันทนีย์อาจจะถูกฆ่าเพราะเธอรู้ความจริงเรื่องนารีรัตน์และนรินทร์ และกำลังจะเปิดเผยมัน" ธีร์กล่าว "ส่วนคุณลลิตา... เธอเองก็กำลังสืบหาความจริงเรื่องนี้เช่นกัน และเธออาจจะได้รับภาพวาดลายเส้นโบราณมาจากอริน"
"อรินให้ภาพวาดนั้นกับคุณลลิตาเพื่ออะไรคะ" พิมถาม
"เพื่อนำทางคุณลลิตาไปสู่ความจริง" ธีร์ตอบ "และเพื่อเปิดเผยความลับดำมืดของตระกูลสิริธราเทพ ให้ทุกคนได้รับรู้"
"แต่ทำไมต้องใช้วิธีรุนแรงถึงขนาดฆ่าคนคะ" พิมยังคงสงสัย "ถ้าแค่อยากเปิดเผยความจริง ทำไมไม่ทำอย่างสันติ"
"เพราะความแค้นมันฝังลึกมานานครับสารวัตร" ธีร์กล่าว "และบางครั้ง การเปิดเผยความจริงที่ถูกปกปิดมานาน ก็ต้องแลกมาด้วยสิ่งที่ไม่คาดฝัน"
ธีร์และพิมตัดสินใจเผชิญหน้ากับอรินอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ในฐานะพยาน แต่ในฐานะผู้ต้องสงสัยว่าปกปิดข้อมูลสำคัญ
พวกเขาเดินทางไปยังแกลเลอรีศิลปะของอริน แกลเลอรีที่เต็มไปด้วยผลงานศิลปะแนว Art History ที่สะท้อนเรื่องราวในอดีต อรินกำลังยืนอยู่หน้าภาพวาดขนาดใหญ่ที่แสดงถึงหญิงสาวในชุดโบราณที่ถูกกักขังอยู่ในกรงทอง ภาพนั้นดูเศร้าหมองและน่าเวทนา
"คุณอรินคะ เรามีเรื่องจะคุยกับคุณ" พิมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด
อรินหันกลับมามอง สีหน้าของเธอไม่ได้แสดงความประหลาดใจนัก ราวกับเธอรู้ดีอยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องมาถึง
"เชิญค่ะ" เธอตอบเรียบๆ
ทั้งสามคนเข้าไปในห้องทำงานของอริน ธีร์วางสมุดบันทึกของนารีรัตน์ และภาพวาดลายเส้นโบราณลงบนโต๊ะ
"คุณอรินคะ เราทราบแล้วว่าคุณคือทายาทของนรินทร์ และคุณรู้เรื่องราวของนารีรัตน์เป็นอย่างดี" พิมเปิดประเด็นโดยตรง "เรายังทราบอีกว่าคุณเป็นคนให้ภาพวาดลายเส้นโบราณนี้กับคุณลลิตา"
อรินนิ่งเงียบ ใบหน้าของเธอนิ่งสนิท แต่แววตาของเธอกลับฉายแววเจ็บปวด
"คุณอรินคะ ดิฉันรู้ว่าคุณพยายามจะปกป้องใครบางคน" ธีร์กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าพิม "แต่ตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องบอกความจริงทั้งหมดออกมา"
อรินมองไปที่สมุดบันทึกของนารีรัตน์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเศร้า "เธอคือบรรพบุรุษของฉัน... คือคนที่ถูกลบเลือนไปจากประวัติศาสตร์ของตระกูลสิริธราเทพ"
"แล้วใครคือคนร้ายตัวจริงที่ลงมือฆ่าอาจารย์วันทนีย์และคุณลลิตาคะ" พิมถามอย่างไม่รอช้า
อรินเงียบไปนาน เธอหลับตาลงราวกับกำลังรวบรวมความกล้าหาญ ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองธีร์และพิม ดวงตาของเธอแดงก่ำ
"คนที่ลงมือฆ่า... คือน้องชายของฉันค่ะ" อรินกล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือ "เขาชื่อ... นรินทร์"
ธีร์และพิมมองหน้ากันอย่างตกตะลึง ชื่อ "นรินทร์" เป็นชื่อเดียวกับคนรักของนารีรัตน์ในอดีต ราวกับว่าโชคชะตากำลังเล่นตลก หรือบางที... อาจจะเป็นการสืบทอดความแค้นอย่างจงใจ
"น้องชายของคุณชื่อนรินทร์งั้นหรือคะ" พิมถามย้ำ
"ใช่ค่ะ พ่อของพวกเราตั้งชื่อเขาตามบรรพบุรุษของเรา เพื่อระลึกถึงความเจ็บปวดและความอยุติธรรมที่เคยเกิดขึ้น" อรินตอบพลางน้ำตาคลอเบ้า "เขาเป็นคนอ่อนไหวและเก็บกดมาตั้งแต่เด็ก เพราะเราถูกสอนให้รับรู้เรื่องราวของนารีรัตน์มาโดยตลอด"
"แล้วทำไมน้องชายของคุณถึงต้องลงมือฆ่าคะ" ธีร์ถามอย่างใจเย็น
"เขาต้องการเปิดเผยความจริงค่ะ" อรินตอบ "เขาเห็นว่าตระกูลสิริธราเทพยังคงลอยหน้าอยู่ในสังคมอย่างสง่างาม ในขณะที่เรื่องราวของนารีรัตน์ยังคงถูกฝังกลบ และเมื่ออาจารย์วันทนีย์พยายามจะค้นคว้าเรื่องสัญลักษณ์นั้น เขากลัวว่าเธอจะถูกตระกูลสิริธราเทพขัดขวางไม่ให้เปิดเผยความจริงเหมือนที่พวกเขาเคยทำกับนารีรัตน์"
"แล้วคุณลลิตาล่ะคะ"
"ลลิตาเป็นเพื่อนของฉันค่ะ" อรินกล่าว "ฉันเป็นคนให้ภาพวาดลายเส้นโบราณกับเธอเอง ฉันอยากให้เธอค้นพบความจริงเรื่องบรรพบุรุษของเธอ และเธอเองก็ดูเหมือนจะสนใจเรื่องนี้มาก แต่ฉันไม่คิดว่าน้องชายของฉันจะลงมือทำอย่างรุนแรงแบบนี้"
"คุณอรินรู้เห็นกับการฆาตกรรมใช่ไหมคะ" พิมถามเสียงแข็ง
อรินส่ายหน้า "เปล่าค่ะ ฉันไม่รู้เรื่องการฆาตกรรมเลย ฉันแค่รู้ว่าน้องชายของฉันกำลังวางแผนจะเปิดเผยความจริงเรื่องนารีรัตน์ แต่ฉันไม่คิดว่าเขาจะใช้ความรุนแรง"
"แล้วรอยแผลเป็นบนร่างเหยื่อล่ะคะ" ธีร์ถาม "คุณรู้ไหมว่ามันคืออะไร"
"มันคือรหัสลับที่น้องชายของฉันใช้สื่อสารกับฉันค่ะ" อรินตอบพลางสะอื้น "เขารู้ว่าฉันเป็นศิลปินที่สนใจสัญลักษณ์โบราณ และเขารู้ว่าฉันจะเข้าใจความหมายของมัน"
"แล้วรหัสลับนั้นสื่อถึงอะไรคะ" พิมถาม
"มันคือการเรียกร้องให้ฉันช่วยเขาเปิดเผยความจริง" อรินตอบ "เขากำลังส่งเสียงขอความช่วยเหลือ และกำลังบอกว่าเขาจะไม่มีวันหยุด จนกว่าความจริงทั้งหมดจะถูกเปิดเผย"
ความจริงที่ถูกเก็บงำมานานหลายทศวรรษ กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาแล้ว ธีร์รู้สึกเหมือนเงาที่ตามหลอกหลอนเขามานานนับสิบปี กำลังจะถูกคลี่คลายลงในไม่ช้า
อรินยอมสารภาพเรื่องราวทั้งหมด รวมถึงความแค้นที่ฝังรากลึกในใจของน้องชาย และการที่เธอพยายามปกปิดความจริงมาโดยตลอด ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความรักพี่น้อง ความเห็นอกเห็นใจในความเจ็บปวดของบรรพบุรุษ และความกลัวที่จะเผชิญหน้ากับความจริง
ธีร์และพิมมองหน้ากันด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในใจ คดีนี้ซับซ้อนกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก มันไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดา แต่มันคือการเรียกร้องหาความยุติธรรมที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ "รอยจำลวง" ที่รอวันเปิดเผย

รอยจำลวง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก