สลับภพชะตา

ตอนที่ 12 — ตื่นขึ้นในภพใหม่

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,395 คำ

แสงสีขาวจ้าจางหายไปพร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนร่างกายกำลังถูกบิดขยี้จากทุกทิศทาง สิ่งสุดท้ายที่ณิชารู้สึกได้คือความว่างเปล่าอันมืดมิดที่ไร้สิ้นสุด ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับกลายเป็นความสงบเย็น และเมื่อเปลือกตาที่หนักอึ้งเปิดออกอีกครั้ง ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือท้องฟ้าสีครามสดใส ก้อนเมฆสีขาวนุ่มฟูลอยอ้อยอิ่งราวกับภาพวาด แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมาอย่างอบอุ่น ไม่ได้ร้อนแรงจนแสบผิว ‌แต่กลับให้ความรู้สึกสบายอย่างประหลาด

เธอสูดหายใจเข้าเต็มปอด กลิ่นหอมของดอกไม้ป่าที่เธอไม่คุ้นชื่อผสมผสานกับกลิ่นดินชื้นๆ ที่เพิ่งได้รับน้ำฝน มันเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคยจากโลกเดิมของเธอ กลิ่นที่ห่างหายไปนานแสนนานนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในมิติที่สิบหกที่ถูกกัดกินด้วยคำสาปแห่งราชันย์เงา

ณิชาค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง สัมผัสของหญ้านุ่มๆ ใต้ปลายนิ้วทำให้เธอประหลาดใจ ​มันเป็นหญ้าสีเขียวสด ไม่ใช่หญ้าแห้งเหี่ยวหรือดินแตกระแหงเหมือนที่เธอเห็นมาตลอดในมิติที่สิบหก เธอสำรวจรอบกายอย่างระมัดระวัง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา มีต้นไม้ใหญ่รูปร่างแปลกตาแต่เขียวชอุ่มยืนต้นตระหง่านเป็นหย่อมๆ ดอกไม้ป่าสารพัดสีสันแข่งกันชูช่อรับแสงตะวัน สายลมพัดเอื่อยๆ พากลิ่นหอมฟุ้งของพืชพรรณมาแตะจมูก

“นี่มัน… ‍ที่ไหนกัน” เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงของตัวเองฟังดูแปลกไป ราวกับไม่ได้ยินมานานแสนนาน

ความทรงจำสุดท้ายที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวคือการเผชิญหน้ากับราชันย์เงา พลังงานความมืดมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของมัน ความรู้สึกโกรธที่พุ่งพล่านเมื่อเห็นคาเรนถูกทำร้าย และจากนั้น… แสงสีขาวจ้าที่กลืนกินทุกสิ่ง

“คาเรน!” ‌ชื่อนั้นหลุดออกจากปากเธออย่างรวดเร็ว ความกังวลถาโถมเข้ามาแทนที่ความพิศวง ณิชากวาดสายตาไปรอบๆ อย่างบ้าคลั่ง มองหาชายหนุ่มองครักษ์ผู้พิทักษ์ที่อยู่เคียงข้างเธอมาตลอด เสียงหัวใจของเธอเต้นรัวแรงขึ้นทุกวินาที

เธอเห็นร่างหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เธอตื่นขึ้นมา ณิชารีบปรี่เข้าไปหาทันทีด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ ร่างกายของเธอเบาหวิวราวกับขนนก ‍พลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด ราวกับได้รับการเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาจากการต่อสู้และการเดินทางดูเหมือนจะมลายหายไปจนหมดสิ้น

เมื่อมาถึงร่างนั้น ณิชาทรุดตัวลงคุกเข่า ภาพที่เห็นทำให้เธอใจหายวาบ มันคือคาเรน ใบหน้าของเขาซีดเผือด มีรอยแผลขนาดใหญ่ที่สีข้าง ​เลือดแห้งกรังติดเสื้อเกราะที่ฉีกขาด ดวงตาของเขาปิดสนิท ไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆ ณิชาแตะที่คอของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นอ่อนแรง แต่ยังคงเต้นอยู่

“คาเรน… คาเรน ได้ยินฉันไหม” ​เธอเขย่าร่างของเขาเบาๆ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความกลัว “อย่าเป็นอะไรไปนะ…”

เธอพยายามเรียกชื่อเขาซ้ำๆ แต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ ณิชารู้สึกถึงความสิ้นหวัง แต่ก็ต้องกัดฟันไว้ เธอไม่อาจปล่อยให้ความรู้สึกนั้นครอบงำได้ เธอต้องทำอะไรบางอย่าง

เธอพยายามนึกถึงความรู้ทางการแพทย์ที่เคยเรียนมาในโลกเดิม ​แต่มันเลือนรางเหลือเกิน เธอมองหาร่องรอยของเวทมนตร์เยียวยาที่เคยเห็นในมิติที่สิบหก แต่พลังเวทมนตร์ในร่างของเธอเองกลับนิ่งสงบ ไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆ ราวกับว่าเวทมนตร์แบบที่เธอรู้จักมันไม่มีอยู่จริงในที่แห่งนี้ หรือไม่ก็ถูกปิดกั้นไว้

ณิชาค่อยๆ ประคองศีรษะของคาเรนขึ้นมาหนุนตัก มือข้างหนึ่งสัมผัสที่บาดแผลของเขา พลังงานบางอย่างที่เธอไม่คุ้นเคยเริ่มไหลเวียนออกจากฝ่ามือของเธอ มันเป็นแสงสีเขียวอ่อนๆ ที่ส่องประกายระยิบระยับ แตกต่างจากพลังแสงสีขาวที่เธอเคยใช้รักษาตัวเองอย่างสิ้นเชิง แสงนั้นค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่บาดแผลของคาเรน และน่าประหลาดที่เลือดที่แห้งกรังเริ่มอ่อนตัวลง บาดแผลดูเหมือนจะกระชับเข้าหากันเล็กน้อย

“มันได้ผลเหรอเนี่ย…” ณิชาพึมพำอย่างไม่อยากจะเชื่อ เธอไม่รู้ว่าพลังนี้มาจากไหน หรือทำไมจู่ๆ เธอก็ใช้มันได้ มันไม่ใช่พลังแห่งการรักษาวิเศษที่เธอเคยเห็น แต่มันเหมือนเป็นการเร่งกระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติของร่างกาย

เธอรักษาคาเรนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแน่ใจว่าเขาพ้นจากภาวะวิกฤตแล้ว ถึงแม้บาดแผลจะยังไม่หายสนิท แต่ก็ดูดีขึ้นมาก สีหน้าซีดเซียวของเขาก็เริ่มมีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อย

เมื่ออาการของคาเรนทรงตัวแล้ว ณิชาจึงเริ่มสำรวจสภาพแวดล้อมอีกครั้งอย่างจริงจัง เธอหยิบกริชประจำตัวออกมาจากซองข้างเอว กริชโลหะที่เคยหมองคล้ำจากพลังงานด้านลบในมิติที่สิบหก บัดนี้กลับเปล่งประกายวาววับ ราวกับได้รับการขัดเกลามาใหม่

“ถ้าเป็นแบบนี้…” เธอทดลองเรียกพลังเวทมนตร์ออกมาอีกครั้ง คราวนี้เธอจดจ่อจิตใจไปที่พลังงานที่สัมผัสได้ในอากาศ ปรากฏว่าพลังงานเหล่านั้นตอบสนองต่อการเรียกของเธอ แตกต่างจากในมิติที่สิบหกที่เต็มไปด้วยพลังงานด้านลบที่ขัดขวางการใช้เวทมนตร์ทุกรูปแบบ ที่นี่… พลังงานเวทมนตร์บริสุทธิ์และไหลลื่น ราวกับอยู่ในแหล่งกำเนิดของมันเอง

ณิชาลองร่ายเวทมนตร์ง่ายๆ ที่เธอเคยฝึกฝนมา เสียงพึมพำของเธอทำให้ดอกไม้ป่ารอบๆ เปล่งประกายเรืองรองชั่วขณะ มันทำงานได้! เวทมนตร์ของเธอไม่เพียงแต่ใช้ได้ แต่ยังทรงพลังและควบคุมง่ายกว่าเดิมหลายเท่า ราวกับเธอได้ปลดล็อกศักยภาพที่แท้จริง

“นี่มันอะไรกันแน่” เธอขมวดคิ้ว “เรามาอยู่ในสถานที่ที่พลังเวทมนตร์ยังบริสุทธิ์อยู่เหรอ หรือว่า… นี่คือมิติที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง”

เธอจ้องมองไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้าอีกครั้ง ท้องฟ้าสีครามที่ไร้ร่องรอยของเมฆหมอกทมิฬ ต้นไม้สูงใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาอย่างสบายตา กลิ่นหอมของดอกไม้และเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว มันช่างแตกต่างจากโลกที่เธอจากมาเมื่อครู่ลิบลับ

ในขณะที่เธอกำลังจมอยู่กับความคิด คาเรนก็เริ่มขยับตัวเบาๆ ณิชารีบก้มลงมองเขาด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของเขาค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่ดูสับสน

“ณิชา… ที่นี่… ที่ไหน” เสียงของเขาแหบพร่า

“คาเรน! คุณฟื้นแล้ว!” ณิชาแทบจะร้องไห้ด้วยความโล่งใจ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่นี่ที่ไหน แต่ดูเหมือนเราจะปลอดภัยจากราชันย์เงาแล้ว”

คาเรนพยายามจะลุกขึ้น แต่ก็ต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ณิชารีบประคองเขาไว้ “อย่าเพิ่งขยับมากค่ะ คุณบาดเจ็บหนัก”

เขาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ตาสำรวจสภาพแวดล้อม “พลัง… ข้าสัมผัสได้ถึงพลังอันบริสุทธิ์ มันเป็นพลังที่ข้าไม่เคยรู้สึกมาก่อนในมิติที่สิบหก นี่ไม่ใช่โลกของเรา… ไม่ใช่แล้ว”

“คุณคิดว่าเราถูกส่งมาที่ไหนคะ” ณิชาถาม

คาเรนหลับตาลงครู่หนึ่ง ราวกับกำลังใช้พลังสัมผัสบางอย่าง “ข้าไม่แน่ใจนัก… แต่พลังงานที่นี่เข้มข้นอย่างเหลือเชื่อ เหมือนเป็นต้นกำเนิดของทุกสิ่ง มันบริสุทธิ์จนน่าตกใจ เวทมนตร์ของข้า… มันถูกฟื้นฟูจนเต็มเปี่ยม”

เขาเงยหน้ามองณิชา “แล้วเจ้าล่ะ พลังของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

“ฉันก็รู้สึกเหมือนกันค่ะ พลังเวทมนตร์ของฉันใช้ได้ดีกว่าเดิมมาก แถมฉันยัง… ใช้พลังบางอย่างที่คล้ายกับการรักษาได้ด้วย” ณิชาเล่าเรื่องพลังงานสีเขียวที่ไหลออกจากฝ่ามือของเธอ

คาเรนเบิกตากว้าง “นั่น… คือพลังแห่งชีวิต พลังที่ถูกผนึกไว้ในผู้ถูกเลือกมานานแสนนาน พลังที่จะรักษาและฟื้นฟูทุกสิ่ง นี่มัน… เป็นไปได้ยังไง”

“พลังแห่งชีวิต?” ณิชาทวนคำ เธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

“ในตำนานเก่าแก่เล่าขานว่า ผู้ถูกเลือกจะมีพลังแห่งชีวิตซ่อนเร้นอยู่ เพื่อใช้ต่อกรกับคำสาปแห่งราชันย์เงาที่กัดกินพลังชีวิต แต่ไม่มีใครเคยเห็นมันปรากฏตัวมาก่อน ไม่แม้แต่ในยุคก่อนที่คำสาปจะรุนแรงถึงเพียงนี้” คาเรนอธิบาย “การที่เจ้าใช้มันได้ที่นี่… แสดงว่าที่แห่งนี้อาจจะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงกับแก่นแท้ของมิติทั้งปวง”

“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์?” ณิชาเริ่มรู้สึกถึงความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ “แล้วราชันย์เงา… มันจะตามเรามาที่นี่ได้ไหมคะ”

คาเรนส่ายหน้า “ข้าไม่คิดเช่นนั้น พลังงานมืดของมันไม่น่าจะสามารถทะลุผ่านเข้ามาในสถานที่ที่บริสุทธิ์เช่นนี้ได้ง่ายๆ แต่เราก็ประมาทไม่ได้”

ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความหวังที่ริบหรี่ แต่ก็ยังมีความกังวลแฝงอยู่ พวกเขาถูกส่งมาที่นี่ได้อย่างไร? ใครเป็นผู้ส่ง? และทำไม? คำถามมากมายผุดขึ้นในใจของณิชา

“เราคงต้องหาทางสำรวจที่นี่ดูค่ะ เผื่อจะเจอเบาะแสอะไรบางอย่าง” ณิชาตัดสินใจ

คาเรนพยักหน้า เขายังคงอ่อนแรง แต่ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “เจ้าพูดถูก เราต้องหาคำตอบให้ได้ว่าที่นี่คือที่ใด และอะไรคือจุดประสงค์ที่พาเรามาที่นี่”

พวกเขาช่วยกันพยุงตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ณิชาสังเกตเห็นว่าชุดของพวกเขาสะอาดสะอ้านขึ้นอย่างน่าประหลาด ราวกับได้รับการชำระล้างจากพลังงานบางอย่าง แม้แต่บาดแผลของคาเรนก็ดูเหมือนจะหายไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงรอยจางๆ เท่านั้น

พวกเขาเริ่มเดินสำรวจไปตามทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มุ่งหน้าไปยังแนวป่าเบื้องหน้า เสียงนกร้องและลมพัดใบไม้สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบ แต่ในความเงียบสงบนั้น ณิชากลับรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ ราวกับมีดวงตามากมายกำลังจับจ้องมองพวกเขาจากเงามืดของต้นไม้

เมื่อเดินลึกเข้าไปในป่า ต้นไม้ก็ยิ่งสูงใหญ่และหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาเป็นลำๆ สร้างมิติให้กับพงไพร ณิชาสังเกตเห็นว่ามีพืชพรรณบางชนิดที่ดูแปลกตา แผ่กิ่งก้านสาขาออกไปในรูปแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน และมีแสงเรืองรองบางๆ ปล่อยออกมาจากใบของมัน

จู่ๆ คาเรนก็หยุดชะงัก “เดี๋ยวก่อน… ข้ารู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่าง”

ณิชาหยุดตามไป เธอพยายามสัมผัสถึงพลังงานรอบตัว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร “อะไรคะ”

“มันเป็นพลังงานโบราณ… เก่าแก่กว่าที่ข้าเคยสัมผัสมาทั้งหมด มันเหมือนกับ… วิญญาณของสถานที่แห่งนี้กำลังตื่นขึ้น” คาเรนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ทันใดนั้น พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ เสียงอื้ออึงคล้ายเสียงกระซิบแผ่วเบากังวานไปทั่วป่า ณิชารู้สึกได้ถึงพลังเวทมนตร์มหาศาลที่พุ่งขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ราวกับสถานที่แห่งนี้กำลังมีชีวิตและกำลังจะเปิดเผยความลับบางอย่าง

ต้นไม้รอบๆ ตัวพวกเขาก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมาพร้อมกัน แสงนั้นค่อยๆ รวมตัวกันเป็นรูปร่าง คล้ายกับเส้นสายที่พันรอบลำต้นและกิ่งก้าน จนในที่สุดก็ปรากฏเป็นรูปทรงของสัญลักษณ์โบราณที่ไม่คุ้นตา สัญลักษณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นภาษาหรืออักษรภาพของเผ่าพันธุ์ที่ไม่รู้จัก

“มันกำลังสื่อสารกับเรา” คาเรนกระซิบ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและหวาดระแวง

ณิชาพยายามจะทำความเข้าใจสัญลักษณ์เหล่านั้น แต่ก็ไม่เข้าใจความหมายใดๆ เลย ทว่าในขณะที่เธอกำลังจ้องมองสัญลักษณ์นั้นอย่างตั้งใจ พลังบางอย่างในตัวเธอก็เริ่มตอบสนอง ราวกับมีเสียงกระซิบแผ่วเบาในจิตใจของเธอ บอกใบ้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่

และในวินาทีต่อมา สัญลักษณ์เหล่านั้นก็สว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงก้องกังวานที่แผ่ซ่านไปทั่วป่า เสียงที่ไม่ได้เป็นภาษาพูด แต่เป็นเสียงที่ส่งตรงเข้าสู่จิตสำนึกของณิชา มันเป็นเสียงเรียก… เสียงเรียกจากหินโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลนัก ล้อมรอบด้วยกำแพงเถาวัลย์สีเขียวชอุ่ม และเมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้เพียงก้าวเดียว เถาวัลย์เหล่านั้นก็คลี่คลายออก เผยให้เห็นทางเข้าสู่ถ้ำมืดมิดที่ดูเหมือนจะซ่อนเร้นความลับนับพันปี และจากภายในถ้ำนั้น… มีแสงสีรุ้งเรืองรองเปล่งออกมา พลังงานมหาศาลที่ดึงดูดเธออย่างไม่อาจต้านทานได้ ราวกับว่าชะตากรรมของเธอถูกผูกมัดไว้กับสิ่งที่อยู่ภายในนั้นมาตั้งแต่ต้น

แต่ในขณะที่ณิชากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปในถ้ำนั้น สายตาของเธอก็พลันเหลือบไปเห็นสัญลักษณ์บางอย่างที่สลักอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่ที่หน้าถ้ำ มันเป็นสัญลักษณ์ที่เธอคุ้นเคย… สัญลักษณ์ที่เธอเคยเห็นเพียงครั้งเดียวในหนังสือโบราณที่ราชันย์เงาเคยอ่าน นั่นคือสัญลักษณ์… แห่งการผนึกวิญญาณ และเหนือสัญลักษณ์นั้น คืออัญมณีสีดำมืดมิดที่เรืองแสงริบหรี่ราวกับมีชีวิต ชีพจรของณิชาเต้นแรงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นไปตามสันหลัง… นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยอย่างที่เธอคิดไว้ในตอนแรก มันอาจเป็นกับดักที่แยบยลที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สลับภพชะตา

สลับภพชะตา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!