สลับภพชะตา

ตอนที่ 21 — เงาแห่งอดีตที่ตามหลอน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,059 คำ

ความเงียบงันในห้องลับใต้ดินนั้นหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าก้อนหินที่ทับถมอยู่เบื้องบน ณิชารู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากแท่นบูชาหินอ่อนสีดำสนิทตรงกลางห้อง มันไม่ใช่พลังงานที่คุ้นเคย แต่เป็นความรู้สึกเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูก ราวกับความทรงจำอันมืดมิดของโลกใบนี้ถูกเก็บกักไว้ในหินก้อนนั้น

“นี่คือวิหารแห่งเงา... สถานที่ที่ราชันย์เงาเคยประกอบพิธีต้องห้าม” เสียงของเอเดรียนเอ่ยขึ้นเบาๆ แฝงไว้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ‌ทั้งความเคารพ ความหวาดกลัว และความเศร้าสร้อย “ตำนานเล่าว่า ที่นี่คือจุดเริ่มต้นของคำสาปทั้งหมด”

ณิชากวาดสายตาไปรอบๆ ผนังหินแกะสลักเป็นลวดลายประหลาด คล้ายอักษรโบราณที่บิดเบี้ยวและมืดมิด รูปปั้นของสิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายมนุษย์แต่มีปีกค้างคาวและเขากำยำตั้งตระหง่านอยู่ตามมุมห้อง ​ดวงตาของมันสลักจากอัญมณีสีแดงเข้มที่สะท้อนแสงสลัวๆ จากคบเพลิงให้ดูเหมือนมีชีวิต

“แล้วเรามาที่นี่ทำไมคะ?” ณิชาถาม พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ ความรู้สึกอึดอัดนี้ทำให้เธออยากจะวิ่งหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

เอเดรียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เรามาที่นี่เพื่อค้นหาความจริงเบื้องหลังคำสาป... และเพื่อหาทางหยุดยั้งมัน” เขาเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา ‍ก่อนจะใช้มือลูบไล้ไปตามพื้นผิวหินที่เย็นเฉียบ “มีบันทึกโบราณกล่าวไว้ว่า พลังของราชันย์เงาไม่ได้มาจากความชั่วร้ายโดยกำเนิด แต่เป็นพลังที่ถูกบิดเบือน... พลังที่เคยบริสุทธิ์”

คำพูดของเอเดรียนทำให้ณิชาฉงนใจ “พลังที่เคยบริสุทธิ์? หมายความว่ายังไงคะ?”

“ราชันย์เงา... หรือที่รู้จักกันในนาม ‌'เอเธอร์' ก่อนที่เขาจะถูกครอบงำด้วยความมืดมิด เคยเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง เป็นผู้ที่ได้รับพรจากเทพีแห่งชีวิต” เอเดรียนอธิบาย ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความเศร้า “แต่ด้วยความริษยาของเหล่าเทพบางองค์ และความอ่อนแอในจิตใจของเขาเอง ‍ทำให้เอเธอร์ถูกล่อลวงให้ใช้พลังแห่งการสร้างสรรค์ในทางที่ผิด พลังที่ควรจะนำมาซึ่งชีวิต กลับกลายเป็นพลังแห่งการทำลายล้าง”

ณิชารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอหอย เรื่องราวนี้ช่างน่าเศร้าและซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ “แล้วคำสาปนี้... มันเกิดจากอะไรกันแน่คะ?”

“คำสาปแห่งราชันย์เงา ไม่ใช่เพียงการสูญสิ้นพลังเวทมนตร์ แต่เป็นการกัดกิน ​'แก่นแท้' ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดในมิติที่สิบหก” เสียงของเอเดรียนหนักแน่นขึ้น “มันคือการทำให้ทุกสิ่งกลับคืนสู่ความว่างเปล่า... สู่ความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์”

ทันใดนั้น แสงสลัวๆ จากคบเพลิงก็ริบหรี่ลง ราวกับมีบางสิ่งดูดกลืนแสงสว่างไป ​ณิชารู้สึกได้ถึงกระแสลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านกาย แม้จะอยู่ในห้องใต้ดินที่ปิดสนิท ขนแขนของเธอลุกชันขึ้นมาทันที

“อะไรกันคะ?” เธอถามเสียงกระซิบ

เอเดรียนหันขวับ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง “มันมาแล้ว... พลังงานของราชันย์เงา”

ไม่ทันขาดคำ เงาร่างสีดำทะมึนก็ปรากฏขึ้นจากมุมห้อง ​มันไม่ใช่เงาที่เกิดจากแสงและวัตถุ แต่เป็นเงาที่ดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมดในบริเวณนั้น รูปร่างของมันคล้ายมนุษย์ แต่บิดเบี้ยวและสูงใหญ่กว่าปกติ ดวงตาของมันเรืองแสงสีม่วงเข้มจ้องมองมายังพวกเขา

“นี่คือ... ราชันย์เงาอย่างนั้นหรือ?” ณิชาถามด้วยเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง

“ไม่... นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของพลังงานที่หลงเหลืออยู่ เป็นภาพสะท้อนของความมืดมิดที่ยังคงวนเวียนอยู่ในสถานที่แห่งนี้” เอเดรียนตอบ พลางชักดาบเวทมนตร์ออกจากฝัก แสงสีฟ้าอ่อนๆ แผ่ออกมาจากคมดาบ ส่องสว่างความมืดมิดรอบตัว

เงาร่างนั้นเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า แต่ทุกย่างก้าวของมันกลับทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย มันส่งเสียงคำรามต่ำๆ ที่ฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับพัน

“เราต้องหยุดมัน... ไม่เช่นนั้นมันจะดูดกลืนพลังงานในห้องนี้จนหมด” เอเดรียนกล่าว ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เงาร่างนั้นอย่างไม่ลังเล ดาบเวทมนตร์ฟาดฟันเข้าใส่ แต่คมดาบกลับทะลุผ่านเงาร่างไปราวกับฟันอากาศ

ณิชาเห็นว่าเอเดรียนกำลังลำบาก เธอจึงรวบรวมสมาธิ พยายามดึงพลังงานจากภายในกายของเธอออกมา พลังแห่งชีวิตที่เธอเคยใช้รักษาอาการบาดเจ็บของเอเดรียน ณิชายกมือขึ้น พลังสีเขียวมรกตเรืองรองออกมาจากฝ่ามือของเธอ เธอพุ่งพลังนั้นเข้าใส่เงาร่าง

ทันทีที่พลังสีเขียวมรกตสัมผัสกับเงาร่าง มันก็ส่งเสียงคำรามอย่างเจ็บปวด ร่างที่มืดมิดนั้นสั่นสะท้าน ก่อนจะเริ่มสลายตัวไปทีละน้อย

“พลังแห่งชีวิต... มันไม่ชอบพลังแห่งชีวิต!” เอเดรียนตะโกนบอก “ณิชา! ใช้พลังนั้นอีก!”

ณิชาพยักหน้า เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่เธอมี พลังแห่งชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ พลังที่เธอไม่เคยเข้าใจอย่างถ่องแท้ เธอพุ่งพลังนั้นออกไปอย่างต่อเนื่อง ราวกับสายน้ำที่หลั่งไหลไม่หยุดหย่อน

เงาร่างนั้นกรีดร้องอย่างโหยหวน มันพยายามจะต้านทาน แต่พลังแห่งชีวิตของณิชานั้นบริสุทธิ์และทรงพลังเกินกว่าที่มันจะรับไหว ร่างของมันค่อยๆ จางหายไปในที่สุด เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กลับคืนมา

ณิชาทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจอย่างแรง เธอรู้สึกอ่อนเพลียอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับพลังชีวิตของเธอถูกใช้ไปจนหมดสิ้น

เอเดรียนรีบเข้ามาประคองเธอ “ณิชา! เธอเป็นอะไรหรือเปล่า?”

“ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่รู้สึกเหนื่อยมาก” ณิชาตอบ เสียงของเธอแหบพร่า

เอเดรียนมองเธอด้วยความชื่นชม “เธอทำได้ดีมาก ณิชา พลังของเธอ... มันน่าทึ่งจริงๆ”

“พลังของฉัน... มันคืออะไรกันแน่คะ?” ณิชาถามด้วยความสงสัย

เอเดรียนส่ายหน้า “ฉันก็ไม่แน่ใจนัก แต่พลังแห่งชีวิตที่เธอใช้ มันบริสุทธิ์และแข็งแกร่งอย่างที่ไม่เคยมีใครครอบครองมาก่อนในมิติแห่งนี้... บางที นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เธอถูกเลือกให้มาที่นี่”

เขาช่วยพยุงณิชาให้ลุกขึ้น ก่อนจะพาเธอเดินสำรวจแท่นบูชาอีกครั้ง เมื่อเงาร่างหายไป บรรยากาศในห้องก็ดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย เอเดรียนใช้มือลูบไล้ไปตามแท่นบูชาอีกครั้ง คราวนี้เขาพบรอยแกะสลักเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวหิน

“นี่ไง! บันทึกโบราณที่ฉันพูดถึง” เอเดรียนกล่าวด้วยความตื่นเต้น “มันถูกซ่อนไว้ด้วยเวทมนตร์อำพราง”

เขาเริ่มอ่านข้อความที่สลักไว้บนแท่นบูชาอย่างช้าๆ ณิชาพยายามทำความเข้าใจ แต่ภาษาที่ใช้เป็นภาษาโบราณที่เธอไม่คุ้นเคย

“มันกล่าวถึง... 'แก่นแท้แห่งชีวิต' และ 'การบิดเบือนแห่งพลัง'” เอเดรียนแปล “มันบอกว่าราชันย์เงาไม่ได้ต้องการทำลายมิตินี้ แต่เขาต้องการ 'สร้างสรรค์' สิ่งใหม่... สิ่งที่เหนือกว่าชีวิตและความตาย”

“สร้างสรรค์?” ณิชาทวนคำ “แต่ทำไมมันถึงกลายเป็นคำสาปที่ทำลายล้างไปได้ล่ะคะ?”

“เพราะเขาพยายามจะทำลาย 'สมดุล' ของมิติ” เอเดรียนตอบ “พลังแห่งชีวิตและพลังแห่งความตายจะต้องอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล หากสิ่งใดสิ่งหนึ่งถูกบิดเบือนหรือถูกทำลาย มิติแห่งนี้ก็จะล่มสลาย”

ณิชานิ่งคิด เธอเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง “เหมือนกับโลกของฉัน... ทุกสิ่งต้องมีสมดุล”

“ใช่แล้ว ณิชา” เอเดรียนพยักหน้า “บันทึกนี้ยังกล่าวถึง 'หัวใจแห่งเอเธอร์'... แก่นแท้ของราชันย์เงาที่ยังคงบริสุทธิ์ซ่อนอยู่ในที่แห่งหนึ่ง”

“หัวใจแห่งเอเธอร์?”

“มันคือความหวังสุดท้ายของเรา ณิชา ถ้าเราสามารถค้นพบและปลุกพลังแห่งหัวใจนั้นขึ้นมาได้ เราอาจจะสามารถหยุดยั้งคำสาปนี้ได้” เอเดรียนกล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง

แต่ณิชากลับรู้สึกกังวล “แล้วเราจะหามันเจอได้ยังไงคะ? และมันอยู่ที่ไหน?”

เอเดรียนเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้อง “บันทึกกล่าวว่า 'หัวใจแห่งเอเธอร์ซ่อนอยู่ในอ้อมกอดแห่งแสงสว่างอันเป็นนิรันดร์... ที่ซึ่งดวงดาวมิอาจเอื้อมถึง'”

“อ้อมกอดแห่งแสงสว่างอันเป็นนิรันดร์... ที่ซึ่งดวงดาวมิอาจเอื้อมถึง?” ณิชาทวนคำ เธอพยายามตีความหมายของประโยคนี้ แต่ก็ไม่เข้าใจ

“มันเป็นปริศนา ณิชา” เอเดรียนกล่าว “แต่ฉันคิดว่าฉันพอจะเดาได้ว่ามันอยู่ที่ไหน”

“ที่ไหนคะ?”

“ยอดเขาแห่งแสง... ภูเขาที่สูงที่สุดในมิติที่สิบหก ภูเขาที่เชื่อกันว่าเป็นที่ประทับของเทพีแห่งชีวิต” เอเดรียนตอบ “แต่การเดินทางไปที่นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ณิชา”

ณิชามองไปยังเอเดรียน เธอเห็นความมุ่งมั่นในดวงตาของเขา แม้จะรู้สึกเหนื่อยล้าและหวาดกลัว แต่เธอก็รู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น เธอคือผู้ถูกเลือก และนี่คือภารกิจของเธอ

“ฉันจะไปกับคุณค่ะ” ณิชาตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “เราจะหามันให้เจอ”

เอเดรียนยิ้มให้เธอ “ขอบคุณนะ ณิชา”

ทั้งสองยังคงอยู่ในห้องลับใต้ดินอีกพักใหญ่ เพื่อศึกษาบันทึกโบราณและเตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง การต่อสู้กับเงาแห่งอดีตในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันยาวนานและเต็มไปด้วยอันตราย แต่ณิชาก็รู้สึกว่าเธอแข็งแกร่งขึ้น เธอเริ่มเข้าใจพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเธอมากขึ้น และที่สำคัญที่สุด เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว

เมื่อแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องลับใต้ดินผ่านช่องระบายอากาศเล็กๆ ณิชากับเอเดรียนก็ตัดสินใจที่จะออกเดินทางสู่ยอดเขาแห่งแสงทันที ความหวังของมิติที่สิบหกแขวนอยู่บนบ่าของพวกเขา และณิชาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเธอ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สลับภพชะตา

สลับภพชะตา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!