สัจธรรมทะเล

ตอนที่ 26 — การจากลาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

27 ตอน · 626 คำ

วันเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว แพรไหมฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้อย่างสมบูรณ์ และได้กลับมาใช้ชีวิตในหมู่บ้านอย่างเต็มตัว เธอออกทะเลไปพร้อมกับพ่อแสงและไอ้เสือเกือบทุกวัน ความสัมพันธ์ของทั้งสามคนแน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน

เช้าวันหนึ่ง ขณะที่พ่อแสง ไอ้เสือ ‌และแพรไหมกำลังช่วยกันกู้แหอยู่กลางทะเลอันสงบนิ่ง แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ ลมทะเลพัดเอื่อยๆ พัดพาเอาความสดชื่นและกลิ่นไอเค็มของทะเลเข้ามาในปอด

ทันใดนั้น ก็มีเรือลำหนึ่งแล่นเข้ามาใกล้ เรือลำนั้นเป็นเรือยนต์ขนาดกลางที่ดูทันสมัย และมีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่บนดาดฟ้าเรือ ใบหน้าของพวกเขาดูมีอายุ ​แต่ก็ยังคงความสง่างาม

แพรไหมมองไปยังเรือลำนั้นด้วยความสงสัย "คุณลุงคะ พวกเขาเป็นใครกันคะ"

พ่อแสงส่ายหน้า "ลุงก็ไม่รู้เหมือนกันหนูแพรไหม ไม่เคยเห็นเรือลำนี้มาก่อนเลย"

เรือลำนั้นแล่นเข้ามาใกล้จนจอดเทียบกับเรือของพ่อแสง ชายหญิงคู่นั้นกระโดดลงมาบนเรือของพ่อแสง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น

"แพรไหม! ลูกรัก!" ‍หญิงคนนั้นร้องอุทานด้วยความดีใจ เธอโผเข้ากอดแพรไหมอย่างแน่นหนา

แพรไหมเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอรู้สึกตกใจและทำอะไรไม่ถูก

"คุณแม่! คุณพ่อ!" แพรไหมร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้พบกับพ่อแม่ของเธอที่นี่

พ่อแม่ของแพรไหมเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ พวกเขาเดินทางไปทั่วโลกเพื่อทำงาน และไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับแพรไหมมากนัก ‌แพรไหมจึงเติบโตมากับคุณตาคุณยายที่หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ทางใต้

"ลูกหายไปไหนมาตั้งนาน แม่เป็นห่วงลูกแทบแย่" แม่ของแพรไหมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความกังวล

แพรไหมยิ้มอย่างอ่อนโยน "หนูขอโทษค่ะคุณแม่ หนูไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณแม่เป็นห่วง"

เธอหันไปมองพ่อแสงและไอ้เสือ "คุณลุงคะ นี่คุณพ่อคุณแม่ของหนูค่ะ ‍คุณพ่อคุณแม่คะ นี่คุณลุงแสงกับพี่เสือค่ะ พวกเขาเป็นคนดีมากเลยค่ะ ช่วยหนูไว้หลายครั้งแล้ว"

พ่อแม่ของแพรไหมยิ้มทักทายพ่อแสงและไอ้เสืออย่างอบอุ่น "ขอบคุณมากนะครับคุณลุง ที่ดูแลลูกสาวของพวกเราเป็นอย่างดี"

พ่อแสงยิ้มอย่างอบอุ่น "ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมรักหนูแพรไหมเหมือนลูกสาวของผมเอง"

พ่อแม่ของแพรไหมเล่าให้ฟังว่า ​พวกเขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ และได้ยินข่าวว่าแพรไหมหายตัวไป พวกเขาจึงรีบออกตามหาแพรไหมทันที

"ตอนนี้เราเจอแพรไหมแล้ว เราก็สบายใจแล้ว" พ่อของแพรไหมกล่าว "เราอยากให้แพรไหมกลับไปอยู่กับเราที่กรุงเทพฯ นะลูก"

แพรไหมรู้สึกตกใจเล็กน้อย เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องจากพ่อแสงและไอ้เสือไป

"แต่หนู... ​หนูก็รักที่นี่นะคะคุณพ่อคุณแม่" แพรไหมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความเศร้า

แม่ของแพรไหมยิ้มอย่างอ่อนโยน "แม่รู้จ้ะลูก แต่ที่กรุงเทพฯ มีโอกาสดีๆ มากมายรอหนูอยู่ หนูจะได้เรียนหนังสือสูงๆ ได้ทำงานดีๆ"

แพรไหมหันไปมองพ่อแสงและไอ้เสือ ​ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเศร้า เธอไม่อยากจากพวกเขาไปเลย

พ่อแสงยิ้มอย่างอบอุ่น "ไปเถอะหนูแพรไหม ไปใช้ชีวิตในแบบที่หนูอยากเป็น"

"ลุงรู้ว่าหนูแพรไหมเป็นเด็กดีและเก่ง หนูจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างแน่นอน"

แพรไหมน้ำตาคลอ เธอโผเข้ากอดพ่อแสงอย่างแน่นหนา "หนูจะคิดถึงคุณลุงนะคะ"

พ่อแสงตบหลังแพรไหมเบาๆ "ลุงก็จะคิดถึงหนูแพรไหมเหมือนกัน"

แพรไหมผละออกจากอ้อมกอดของพ่อแสง เธอหันไปกอดไอ้เสือ "พี่เสือคะ หนูจะคิดถึงพี่เสือนะคะ"

ไอ้เสือยิ้มอย่างอ่อนโยน "พี่ก็จะคิดถึงหนูแพรไหมเหมือนกัน"

แพรไหมเดินไปขึ้นเรือของพ่อแม่ของเธอ เธอโบกมือลาพ่อแสงและไอ้เสืออย่างอาลัยอาวรณ์

พ่อแสงและไอ้เสือยืนมองตามเรือของแพรไหมไปจนลับสายตา

"พ่อแสงครับ" ไอ้เสือกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความเศร้า "หนูแพรไหมจากเราไปแล้วนะครับ"

พ่อแสงถอนหายใจยาว "ใช่แล้วไอ้เสือ ชีวิตคนเราก็เป็นแบบนี้แหละ มีทั้งการพบและการจาก"

"แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็ต้องยอมรับมัน และปล่อยวางมันไป"

ไอ้เสือพยักหน้าอย่างเห็นด้วย "ผมเข้าใจครับพ่อแสง"

เขามองไปยังท้องทะเลเบื้องหน้า ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเข้าใจ "สัจธรรมของท้องทะเลนี่ลึกซึ้งจริงๆ เลยนะครับ"

พ่อแสงยิ้มอย่างอบอุ่น "ใช่แล้วไอ้เสือ ทะเลเป็นครูที่ดีที่สุดของลุงเลย"

เขามองไปยังคลื่นลูกแล้วลูกเล่าที่ซัดสาดกระทบฝั่ง "คลื่นมันไม่เคยหยุดนิ่ง มันเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา"

"ชีวิตคนเราก็เหมือนคลื่นนั่นแหละ มันไม่เคยหยุดนิ่ง มันเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา"

"เราไม่สามารถควบคุมคลื่นได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะโต้คลื่นได้"

"เมื่อเราเรียนรู้ที่จะโต้คลื่นได้ เราก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันได้อย่างมีความสุข"

ไอ้เสือพยักหน้าอย่างตั้งใจ เขาเริ่มเข้าใจความหมายของชีวิตมากขึ้น

การจากลาของแพรไหมในวันนี้ เป็นเหมือนบททดสอบครั้งสำคัญของพ่อแสงและไอ้เสือ พวกเขาได้เรียนรู้ว่าความสุขที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่การครอบครองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่อยู่ที่การยอมรับและปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง และการได้แบ่งปันความรักและความเมตตาให้กับผู้อื่น

คลื่นยังคงซัดสาดกระทบฝั่งอย่างแผ่วเบา เป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจของชายชรา สองหนุ่มสาวที่เต้นเป็นจังหวะแห่งความสงบสุข พวกเขาได้เรียนรู้แล้วว่าความสุขที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่การครอบครองสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่อยู่ที่การยอมรับและปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างต่างหาก

หน้านิยาย
หน้านิยาย
สัจธรรมทะเล

สัจธรรมทะเล

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!