ห้องพักใจ

ตอนที่ 5 — เงาเมืองยามราตรี

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,805 คำ

แสงสุดท้ายของวันอาทิตย์ทอดตัวลงอาบไล้ผืนน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ย้อมให้ผิวน้ำระยิบระยับเป็นสีทองแดงอร่าม ก่อนจะค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับความมืดที่คืบคลานเข้ามาแทนที่ ทิ้งไว้เพียงเงาตะคุ่มของตึกสูงเสียดฟ้าที่เรียงรายอยู่ริมฝั่ง และแสงไฟดวงน้อยใหญ่ที่เริ่มจุดประกายขึ้นแข่งกับดวงดาวบนฟากฟ้า

ในห้องพักใจที่อยู่ชั้นสิบห้าของคอนโดมิเนียมหรูริมน้ำแห่งหนึ่ง ‘รินรดา’ หรือ ‌‘ริน’ ยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ ปล่อยให้ความเงียบงันโอบล้อมกาย เสียงดนตรีคลาสสิกเบาๆ จากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เธอเพิ่งเปิดคลอไว้เมื่อครู่แทบจะไม่ได้ยิน เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากกระจกใส ราวกับว่ามันกำลังสะท้อนความรู้สึกภายในใจของเธอในตอนนี้

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่เหตุการณ์ในวันที่เธอได้พบกับ ​‘คุณภาคย์’ ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้องพักใจแห่งนี้อีกครั้งอย่างไม่คาดฝัน ความรู้สึกของเธอก็ปั่นป่วนไม่เป็นสุข ภาพของเขาในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแข็งแรงใต้ผิวสีน้ำผึ้ง กับรอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาให้เธอในวันนั้นยังคงติดตาตรึงใจ ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา

เธอจำได้ดีถึงบทสนทนาสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความอึดอัดแต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย

“คุณรินรดา?” ‍เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยขึ้นในวันนั้น ดวงตาคมกริบจ้องมองมาที่เธออย่างไม่วางตา ราวกับกำลังพยายามค้นหาบางสิ่งบางอย่างในแววตาของเธอ

รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอพยักหน้ารับเบาๆ โดยไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ “ค่ะ... เอ่อ... คุณภาคย์”

“ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอคุณที่นี่อีก” ‌เขาพูดพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องพักใจที่ตอนนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ทำงานศิลปะของเธอชั่วคราว “ห้องนี้... มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะเลยนะครับ”

คำพูดของเขาทำให้รินรดารู้สึกประหม่า เธอรู้ดีว่าห้องนี้มีความหมายกับเขามากแค่ไหน มันคือสถานที่ที่เขาเคยใช้ชีวิตอยู่กับ ‘พราวฟ้า’ อดีตคนรักของเขา ‍ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอเอง และเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอได้รู้จักกับภาคย์ในวันวาน

“ค่ะ... รินปรับให้มันเหมาะกับการทำงานน่ะค่ะ” เธอตอบเสียงเบา แทบจะเป็นกระซิบ

“ดูเหมือนคุณจะชอบที่นี่จริงๆ” ภาคย์ยิ้มบางๆ แต่แววตาของเขากลับดูเศร้าหมองลงเล็กน้อย “ผมดีใจนะครับที่เห็นคุณมีความสุขกับมัน”

รินรดาไม่รู้จะตอบอะไร ​เธอทำได้เพียงส่งยิ้มตอบกลับไปอย่างฝืนๆ ความรู้สึกผิดบาปที่ซ่อนอยู่ในใจมันเริ่มกัดกินเธออีกครั้ง ห้องพักใจแห่งนี้เป็นของภาคย์ แต่เขากลับมอบมันให้เธอได้ใช้พักพิงชั่วคราว หลังจากที่เธอต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ และพราวฟ้าก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ความทรงจำเหล่านั้นย้อนกลับมาอีกครั้งในค่ำคืนนี้ รินรดายกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่ตอนนี้กำลังเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมการได้เจอภาคย์อีกครั้งถึงได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเธอมากขนาดนี้ ​ทั้งที่เธอพยายามจะลืมเลือนความรู้สึกที่เคยมีให้เขาในอดีตมาตลอดหลายปี

เสียงเคาะประตูเบาๆ ดึงรินรดาออกจากภวังค์ เธอหันกลับไปมอง พบว่าเป็น ‘น้าสมร’ แม่บ้านประจำคอนโดที่มักจะแวะเวียนมาดูแลความเรียบร้อยของห้องนี้เป็นประจำ น้าสมรถือถาดอาหารค่ำที่จัดวางไว้อย่างสวยงามเข้ามาในห้อง

“คุณรินคะ น้าเอาข้าวมาให้ค่ะ” ​น้าสมรพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ใบหน้าของน้าสมรเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัย แต่ดวงตากลับฉายแววเมตตาเสมอ

“ขอบคุณค่ะน้าสมร” รินรดายิ้มตอบ พยายามซ่อนความรู้สึกที่ว้าวุ่นไว้ภายใต้รอยยิ้มนั้น

“วันนี้คุณรินดูเหม่อๆ นะคะ มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” น้าสมรสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของรินรดา เธอวางถาดอาหารลงบนโต๊ะกลางห้องนั่งเล่นอย่างเบามือ

รินรดาเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวยาวสีครีมที่ตั้งอยู่กลางห้อง เธอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เปล่าหรอกค่ะน้าสมร แค่คิดอะไรเพลินๆ น่ะค่ะ”

“คุณภาคย์แวะมาเมื่อวันก่อนนี่คะ” น้าสมรเอ่ยขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ “น้าเห็นเขายืนคุยกับคุณรินอยู่ตั้งนาน”

คำพูดของน้าสมรทำให้รินรดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า เธอพยักหน้ารับ “ค่ะ เขาแวะมาดูห้องน่ะค่ะ”

“คุณภาคย์เขาก็ยังเหมือนเดิมนะคะ ถึงแม้จะดูสุขุมขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะ” น้าสมรพูดพลางจัดจานอาหารให้เข้าที่ “แต่แววตาเขาก็ยังดูเศร้าๆ อยู่เลยค่ะ ตั้งแต่คุณพราวฟ้าจากไป เขาก็ไม่เคยกลับมาที่ห้องนี้อีกเลย เพิ่งจะมาครั้งนี้แหละค่ะ”

รินรดารู้สึกเจ็บแปลบในอกเมื่อได้ยินชื่อของพราวฟ้า เธอรู้ดีว่าภาคย์รักพราวฟ้ามากแค่ไหน และการจากไปของพราวฟ้าก็ทิ้งรอยแผลลึกไว้ในใจของเขา รวมถึงตัวเธอเองด้วย

“รินก็คิดถึงพราวฟ้าค่ะ” รินรดาพูดเสียงแผ่ว พลางมองไปยังภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนัง เป็นภาพทุ่งดอกไม้สีม่วงที่พราวฟ้าเคยชอบ

“คุณพราวฟ้าเขาคงอยากเห็นคุณรินมีความสุขนะคะ” น้าสมรพูดอย่างอ่อนโยน “คุณภาคย์ก็คงเหมือนกันค่ะ”

รินรดาเงยหน้ามองน้าสมร “น้าสมรคิดอย่างนั้นเหรอคะ”

“ค่ะ” น้าสมรยิ้ม “น้าเห็นคุณรินมาอยู่ที่นี่ น้าก็ดีใจนะคะ ห้องนี้มันจะได้ไม่เงียบเหงาเกินไป”

หลังจากน้าสมรกลับไปแล้ว รินรดาก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา อาหารค่ำที่น้าสมรเตรียมไว้ให้ยังคงวางอยู่ตรงหน้าโดยที่เธอไม่ได้แตะต้อง ความรู้สึกผิดบาปเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าการที่เธอมาอยู่ที่นี่มันอาจจะทำให้ภาคย์รู้สึกเจ็บปวด เพราะทุกมุมของห้องนี้คงเต็มไปด้วยความทรงจำของเขากับพราวฟ้า

แต่ในขณะเดียวกัน ห้องพักใจแห่งนี้ก็เป็นเหมือนที่พึ่งพิงเดียวของเธอในยามที่ชีวิตไร้ทิศทาง มันเป็นสถานที่ที่เธอสามารถปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดออกมาได้ผ่านปลายพู่กัน และเป็นที่ที่เธอรู้สึกปลอดภัยที่สุด

รินรดาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนดูรูปภาพเก่าๆ รูปของเธอกับพราวฟ้าในวัยเด็ก รูปของเธอ พราวฟ้า และภาคย์ที่ถ่ายด้วยกันในงานเลี้ยงแห่งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ในรูปนั้น ภาคย์กำลังโอบไหล่พราวฟ้าอย่างรักใคร่ และพราวฟ้าก็ยิ้มอย่างมีความสุข ในขณะที่เธอยืนอยู่ข้างๆ พวกเขา พร้อมรอยยิ้มที่พยายามจะซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้

ความรู้สึกที่เธอมีต่อภาคย์มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอได้พบเขาในฐานะแฟนของเพื่อนสนิท มันเป็นความรู้สึกต้องห้ามที่เธอพยายามจะเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกของหัวใจมาโดยตลอด เธอรู้ดีว่ามันผิด เธอไม่ควรจะรู้สึกแบบนั้นกับคนรักของเพื่อนสนิท แต่หัวใจของเธอกลับไม่เคยเชื่อฟังเหตุผล

เมื่อพราวฟ้าจากไปอย่างกะทันหัน โลกของรินรดาเหมือนพังทลายลง เธอเสียเพื่อนรักไป และความรู้สึกผิดที่เคยมีต่อภาคย์ก็ยิ่งทวีคูณขึ้น เธอโทษตัวเองที่เคยมีความรู้สึกที่ไม่เหมาะสมกับคนรักของเพื่อน ทั้งที่พราวฟ้าไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย

ภาคย์เองก็จมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้า เขาปิดตัวเองจากโลกภายนอก และมอบกุญแจห้องพักใจแห่งนี้ให้รินรดา พร้อมกับบอกว่า “คุณรินอยู่ที่นี่เถอะครับ ผมคงไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว”

คำพูดของเขาในวันนั้นยังคงก้องอยู่ในหูของรินรดา เธอรู้ว่าเขาคงอยากจะหนีจากความทรงจำทั้งหมดที่อยู่ในห้องนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกเหมือนกำลังแย่งชิงบางสิ่งบางอย่างไปจากเขา

รินรดาตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปยังมุมหนึ่งของห้อง ที่มีขาตั้งภาพวาดและผ้าใบเปล่าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ เธอหยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มสีน้ำมันสีครามเข้ม แล้วเริ่มละเลงลงบนผ้าใบอย่างช้าๆ ปล่อยให้ความรู้สึกทั้งหมดที่อัดอั้นอยู่ในใจไหลผ่านปลายพู่กันออกมา

เธอวาดภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ และมีเงาของตึกสูงเสียดฟ้าสะท้อนอยู่บนผืนน้ำเบื้องล่าง มันเป็นภาพที่เธอเห็นจากหน้าต่างห้องพักใจแห่งนี้ทุกคืน และมันก็เป็นเหมือนภาพสะท้อนของจิตใจเธอในตอนนี้ ที่เต็มไปด้วยความมืดมิดแต่ก็ยังมีประกายแห่งความหวังเล็กๆ ซ่อนอยู่

ขณะที่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับการวาดภาพ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น เธอหยิบมันขึ้นมาดู พบว่าเป็นสายที่ไม่รู้จัก แต่เป็นเบอร์ที่คุ้นตา เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกดรับสาย

“สวัสดีค่ะ” เธอพูดเสียงแผ่ว

“คุณรินรดาใช่ไหมครับ” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากปลายสาย ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นระรัวอีกครั้ง

“ค่ะ... คุณภาคย์” เธอตอบอย่างประหม่า

“ผมเองครับ พอดีผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณหน่อย” เสียงของเขาฟังดูจริงจังกว่าที่เคย “คุณพอจะมีเวลาไหมครับ”

รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ เธอไม่รู้ว่าภาคย์ต้องการจะคุยเรื่องอะไร แต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่ามันต้องเป็นเรื่องสำคัญ และอาจจะเกี่ยวข้องกับห้องพักใจแห่งนี้

“เอ่อ... ได้ค่ะ” เธอตอบ “เรื่องอะไรคะ”

“ผมอยากจะคุยเรื่องห้องนี้ครับ” เขาตอบตรงๆ “พรุ่งนี้เช้าคุณพอจะว่างไหมครับ ผมอยากจะแวะเข้าไปหาคุณที่คอนโด”

คำพูดของภาคย์ทำให้รินรดารู้สึกใจหายวาบ เธอรู้ดีว่าวันนี้ต้องมาถึงสักวัน วันที่ภาคย์จะกลับมาทวงคืนห้องพักใจแห่งนี้ไปจากเธอ และเธอก็พร้อมที่จะคืนมันให้เขาเสมอ

“ได้ค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว “พรุ่งนี้เช้า... กี่โมงดีคะ”

“สักสิบโมงเช้าได้ไหมครับ” เขาถาม

“ได้ค่ะ” รินรดาตอบ พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นเครือ

“ขอบคุณครับ” เขาพูด ก่อนจะวางสายไป

รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาในใจ ทั้งความรู้สึกผิด ความเสียใจ และความหวาดกลัว เธอรู้ดีว่าการจากไปจากห้องพักใจแห่งนี้อาจจะทำให้เธอต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย และเธอจะได้ไม่ต้องซ่อนความรู้สึกผิดบาปนี้ไว้อีกต่อไป

คืนนั้น รินรดานอนไม่หลับ เธอพลิกตัวไปมาบนเตียง พยายามข่มตาให้หลับลง แต่ภาพของภาคย์ในวันวานและคำพูดของเขาในโทรศัพท์ก็ยังคงก้องอยู่ในหู เธอคิดถึงพราวฟ้า คิดถึงความทรงจำเก่าๆ ที่มีร่วมกัน และคิดถึงอนาคตที่ไม่แน่นอนของเธอ

แสงแรกของวันใหม่สาดส่องเข้ามาในห้องพักใจ รินรดาลุกขึ้นจากเตียงด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้ง เธอเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง และเรือลำเล็กๆ ที่กำลังแล่นผ่านไปอย่างช้าๆ

เธอรู้ว่าวันนี้จะเป็นวันที่สำคัญในชีวิตของเธอ และไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เธอก็พร้อมที่จะยอมรับมัน เธอจะเผชิญหน้ากับความจริง และจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

รินรดาเดินไปที่ขาตั้งภาพวาด เธอหยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเริ่มเติมรายละเอียดให้กับภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เธอกำลังวาดอยู่ เธอเติมแสงจันทร์สีเงินยวงลงไปบนผืนน้ำ และแต้มดวงดาวเล็กๆ ให้ระยิบระยับมากขึ้น ราวกับว่าเธอต้องการจะเติมความหวังลงไปในภาพนั้น

เมื่อวาดเสร็จ เธอถอยออกมามองภาพวาดตรงหน้า มันเป็นภาพที่สวยงามและเต็มไปด้วยความรู้สึก มันเป็นเหมือนบันทึกการเดินทางของจิตใจเธอตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาในห้องพักใจแห่งนี้

เวลาสิบโมงเช้าตรง เสียงกริ่งประตูดังขึ้น รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินไปเปิดประตู

ภาคย์ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน กางเกงสแลคสีเข้ม เขายังคงดูดีเหมือนเดิม แต่แววตาของเขากลับดูจริงจังและเคร่งเครียด

“สวัสดีครับคุณรินรดา” เขาเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“สวัสดีค่ะคุณภาคย์” รินรดาตอบ พยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด

เขาก้าวเข้ามาในห้อง และกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องพักใจที่ตอนนี้เต็มไปด้วยอุปกรณ์วาดภาพและผลงานศิลปะของเธอ

“ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะเลยนะครับ” เขาพูดด้วยรอยยิ้มบางๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่ได้ไปถึงดวงตาของเขา

รินรดารู้สึกอึดอัด เธอไม่รู้จะเริ่มต้นบทสนทนาอย่างไรดี

“คุณภาคย์มีอะไรจะคุยกับรินหรือเปล่าคะ” เธอตัดสินใจถามตรงๆ

ภาคย์หันมาสบตาเธอ ดวงตาคมกริบของเขาทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกมองทะลุปรุโปร่ง

“ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับคุณครับคุณรินรดา” เขาพูดเสียงเรียบ “เรื่องห้องนี้... และเรื่องของเรา”

คำว่า ‘เรื่องของเรา’ ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง เธอไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่ความรู้สึกบางอย่างในใจเธอกลับเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้

ภาคย์เดินไปหยุดอยู่หน้าภาพวาดท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เธอยังวาดไม่เสร็จดี เขามองภาพนั้นอย่างพิจารณา ก่อนจะหันกลับมามองเธออีกครั้ง

“คุณรินรดา... ผมรู้ว่าคุณคงคิดว่าผมจะมาทวงห้องนี้คืน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “แต่ความจริงแล้ว... ผมอยากจะบอกคุณว่า ผมอยากให้คุณอยู่ที่นี่ต่อไปครับ”

คำพูดของเขาทำให้รินรดารู้สึกประหลาดใจ เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะพูดแบบนี้

“คุณภาคย์...” เธอเอ่ยชื่อเขาอย่างแผ่วเบา

“ผมรู้ว่าห้องนี้มีความหมายกับคุณมากแค่ไหน” เขาพูดต่อ “และผมก็รู้ว่าคุณมีความสุขกับการอยู่ที่นี่”

รินรดารู้สึกเหมือนมีน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตา เธอไม่เข้าใจว่าทำไมภาคย์ถึงได้ใจดีกับเธอมากขนาดนี้ ทั้งที่เธอเองก็เคยมีความรู้สึกที่ไม่เหมาะสมกับเขา

“แต่ว่า... ห้องนี้มันเป็นของคุณนะคะ” เธอพูดเสียงสั่น

“ใช่ครับ มันเป็นของผม” ภาคย์พยักหน้ารับ “แต่ตอนนี้... ผมอยากจะให้มันเป็นของคุณครับ”

คำพูดของภาคย์ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ทำแบบนี้

“คุณภาคย์หมายความว่ายังไงคะ” เธอถามเสียงสั่นเครือ

ภาคย์เดินเข้ามาหาเธอช้าๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะอ่านออก

“ผมอยากจะยกห้องนี้ให้คุณครับคุณรินรดา” เขาพูดเสียงนุ่มนวล “ผมอยากให้คุณอยู่ที่นี่ต่อไป และสร้างความทรงจำใหม่ๆ ในห้องนี้”

รินรดาอึ้งไปกับคำพูดของเขา เธอไม่รู้จะตอบอะไร เธอรู้สึกเหมือนกำลังฝันไป

“แต่ว่า... ทำไมล่ะคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสน

ภาคย์ยิ้มบางๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความเศร้า “เพราะผมรู้ว่าพราวฟ้าเองก็คงอยากให้เป็นแบบนี้”

คำพูดของเขา

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ห้องพักใจ

ห้องพักใจ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!