เช้าวันอังคารไม่ได้แตกต่างจากวันจันทร์ที่ผ่านมามากนักในแง่ของความอลหม่าน สมศรียังคงต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เครื่องสำรองที่เก่ากว่าเครื่องเดิมเป็นเท่าตัว พัดลมซีพียูดังหึ่งๆ ราวกับจะบอกว่ามันทำงานหนักเกินไปแล้ว ส่วนหน้าจอที่เหลืองอ๋อยก็ทำให้เธอต้องเพ่งสายตามากกว่าปกติจนปวดหัวไปหมด
คุณชายชาคริตยังคงเดินสำรวจความเรียบร้อยของสำนักงานราวกับเป็นนายพลที่กำลังตรวจพล เขาจัดนู่นจัดนี่ด้วยท่าทางทะนงตน และบ่นพึมพำกับตัวเองถึงความไม่สมบูรณ์แบบของสิ่งรอบตัวที่ "ไม่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ" ตามที่เขาอ้าง
“คุณสมศรี! เอกสารประชาสัมพันธ์งานเกษตรแฟร์ยังไม่เรียบร้อยอีกหรือครับ!” คุณชายชาคริตเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของสมศรี แล้วชี้นิ้วไปยังกองเอกสารเล็กๆ ที่เธอกำลังจัดเรียงอยู่
“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณชายชาคริต เหลือแค่รอคอมฯ เครื่องจริงซ่อมเสร็จแล้วจะปริ้นท์ออกมาทั้งหมดค่ะ” สมศรีตอบพลางถอนหายใจในใจ ‘เพิ่งจะเก้าโมงเช้าเองนะ!’
“ไม่ได้การ! เรื่องงานราชการแบบนี้จะมารอช้าไม่ได้นะคุณสมศรี! ความรวดเร็วคือหัวใจสำคัญของการบริการประชาชน!” คุณชายชาคริตพูดเสียงดัง พลางโบกมือประกอบท่าทางราวกับกำลังกล่าวสุนทรพจน์
สมศรีได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก เธอรู้ดีว่าต่อให้เธออธิบายเรื่องข้อจำกัดของคอมพิวเตอร์เก่าๆ ไป เขาก็คงไม่เข้าใจอยู่ดี
ขณะที่สมศรีกำลังพยายามควบคุมอารมณ์อยู่ เสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานเธอก็ดังขึ้น
“สำนักงาน… ค่ะ สมศรีพูดค่ะ”
“น้องสมศรี! ป้าทองใบจะพาแขกคนสำคัญไปพบคุณหัวหน้าแผนกทะเบียนน่ะจ้ะ ตอนนี้ป้ากำลังจะไปถึงแล้วนะ” เสียงคุณป้าทองใบดังลอดสายมาด้วยความตื่นเต้น
“แขกคนสำคัญ?” สมศรีทวนคำ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะทุกครั้งที่คุณป้าทองใบใช้คำว่า “แขกคนสำคัญ” มักจะนำมาซึ่งเรื่องราวที่สำคัญจนน่าปวดหัวอยู่เสมอ
“ใช่จ้ะ ท่านเป็นถึงประธานชมรมผู้สูงอายุระดับจังหวัดเลยนะ! ชื่อท่านประธานวิเชียร” คุณป้าทองใบย้ำ
“ประธานชมรมผู้สูงอายุ… ค่ะคุณป้า” สมศรีตอบ เธอคิดในใจว่าคงเป็นเรื่องการติดต่อราชการปกติทั่วไป แต่พอวางสายเท่านั้นแหละ เธอก็รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก
ไม่นานนัก คุณป้าทองใบก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูสำนักงานพร้อมกับชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานคนหนึ่ง ชายคนนั้นสวมเสื้อเชิ้ตลายไทยดูสะอาดสะอ้าน ดวงตามีแววฉลาดเฉลียว และรอยยิ้มที่เป็นมิตร
“น้องสมศรี! มาแล้วจ้ะ นี่ท่านประธานวิเชียรนะ” คุณป้าทองใบแนะนำด้วยความภาคภูมิใจ
สมศรีลุกขึ้นยืนต้อนรับแขกวีไอพีอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะท่านประธานวิเชียร ยินดีต้อนรับสู่สำนักงานของเรานะคะ”
“สวัสดีครับคุณสมศรี ได้ยินชื่อคุณมานานแล้ว” ท่านประธานวิเชียรทักทายกลับด้วยรอยยิ้ม
“คุณป้าทองใบแจ้งว่าท่านประธานต้องการมาพบคุณหัวหน้าแผนกทะเบียนใช่ไหมคะ” สมศรีถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่แล้วจ้ะ! ท่านประธานจะมาติดต่อเรื่องการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกน่ะจ้ะ!” คุณป้าทองใบตอบแทนด้วยน้ำเสียงที่กระตือรือร้น
สมศรีถึงกับสะอึก ‘มรดกโลก? แผนกทะเบียนเนี่ยนะ?’ สมศรีทำงานที่นี่มาหลายปี ไม่เคยมีงานเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกมาก่อนเลยสักครั้ง งานของแผนกทะเบียนส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์ บัตรประชาชน หรือการรับรองเอกสารต่างๆ ไม่ใช่เรื่องระดับโลกแบบนี้แน่ๆ
“เอ่อ… คุณป้าคะ แผนกทะเบียนของเราจัดการเรื่องเอกสารทะเบียนราษฎร์น่ะค่ะ เรื่องมรดกโลกนี่… น่าจะเป็นของกรมศิลปากรหรือหน่วยงานด้านวัฒนธรรมมากกว่านะคะ” สมศรีพยายามอธิบายอย่างใจเย็นที่สุด
คุณป้าทองใบทำหน้ามุ่ย “อ้าวเหรอ? ป้าก็เห็นว่ามันมีคำว่า ‘ทะเบียน’ เหมือนกันนี่นา!”
“ทะเบียนราษฎร์ กับ ทะเบียนมรดกโลก มันคนละเรื่องกันเลยนะคะคุณป้า” สมศรีแทบจะทุบโต๊ะ เธอรู้สึกเหมือนกำลังอธิบายเรื่องฟิสิกส์ควอนตัมให้เด็กประถมฟัง
“แต่ป้าได้ยินมาว่าแผนกทะเบียนที่นี่เก่งเรื่องการจัดการเอกสารที่สุดเลยนะจ๊ะน้องสมศรี” คุณป้าทองใบยังคงไม่ละความพยายาม “นี่ท่านประธานวิเชียรตั้งใจมาจากต่างอำเภอเลยนะ”
ท่านประธานวิเชียรที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มมีสีหน้าสับสนเล็กน้อย “เอ่อ… ผมเองก็เข้าใจว่ามาถูกที่แล้วนะครับ เพราะคุณทองใบเธอบอกว่าที่นี่มีผู้เชี่ยวชาญด้านทะเบียน”
สมศรีรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่กลางวงล้อมของความเข้าใจผิดขั้นรุนแรง เธอหันไปมองคุณชายชาคริตที่กำลังยืนหันหลังให้กับสถานการณ์ทั้งหมด แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาคุยอย่างออกรสออกชาติ ราวกับว่าเขาไม่รับรู้ถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
“ไม่เป็นไรค่ะท่านประธาน เดี๋ยวสมศรีจะลองประสานงานกับแผนกที่เกี่ยวข้องให้นะคะ แต่เบื้องต้นคือแผนกทะเบียนของเราไม่ได้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงค่ะ” สมศรีพยายามหาทางออก
ขณะที่สมศรีกำลังพยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังกรมศิลปากร เสียงคุณชายชาคริตก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณสมศรี! นี่แขกวีไอพีของเรามาถึงแล้วหรือครับ! ทำไมคุณสมศรีถึงปล่อยให้ท่านยืนอยู่ตรงนั้นล่ะครับ! มานี่เลยครับท่านประธาน! ผมคุณชายชาคริต หัวหน้าแผนกที่นี่ ยินดีต้อนรับท่านอย่างเป็นทางการ!” คุณชายชาคริตเดินตรงเข้ามาหาด้วยท่าทางโอ้อวดเต็มที่ ราวกับว่าเขาเป็นเจ้าของสำนักงานแห่งนี้
สมศรีถึงกับกุมขมับ ‘เอาอีกแล้ว!’
คุณชายชาคริตเดินตรงไปจับมือท่านประธานวิเชียรอย่างกระตือรือร้น “ยินดีต้อนรับครับท่านประธาน! คุณสมศรีนี่ก็แปลกนะครับ ไม่ยอมนำทางท่านมาให้ผมต้อนรับ”
“เอ่อ… คือว่าท่านประธานมาติดต่อเรื่อง…” สมศรีพยายามอธิบาย
แต่คุณชายชาคริตไม่ฟัง เขาสวนขึ้นทันที “ใช่ครับ! เรื่องสำคัญที่สุด! ผมทราบดี! การขอขึ้นทะเบียน… เอ่อ… ทะเบียนประวัติองค์กรของเรา ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลใช่ไหมครับท่านประธาน?”
สมศรีตาโต ‘ทะเบียนประวัติองค์กร? ระดับสากล? นี่เขาไปเอามาจากไหนเนี่ย!’
ท่านประธานวิเชียรถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย “เอ่อ… ไม่ใช่ครับ ผมมาติดต่อเรื่องการขอขึ้นทะเบียน… มรดกโลกน่ะครับ”
คุณชายชาคริตหัวเราะร่วน “โอ้โห! มรดกโลกเชียวหรือครับ! ยอดเยี่ยมไปเลย! ที่นี่เราก็มีเอกสารมากมายที่ควรค่าแก่การเป็นมรดกโลกนะครับ! เช่นรายงานประจำปีที่ผมเป็นคนร่างเองนี่แหละครับ รับรองว่าละเอียดที่สุดในประเทศ!”
สมศรีแทบอยากจะวิ่งไปหยิบเอกสารประชาสัมพันธ์เกษตรแฟร์ฟาดหัวคุณชายชาคริตให้หลุดจากภวังค์แห่งความโอ้อวดนี้เสียจริง! นี่มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาโอ้อวดกันเล่นๆ นะ!
“เอ่อ… คุณชายชาคริตคะ ท่านประธานหมายถึงมรดกทางวัฒนธรรมน่ะค่ะ ไม่ใช่มรดกทางเอกสารของสำนักงานเรา” สมศรีพยายามแก้ไขความเข้าใจผิดอีกครั้ง
“นั่นแหละครับคุณสมศรี! มรดกทางวัฒนธรรมก็ต้องมาจากเอกสารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สิครับ!” คุณชายชาคริตยังคงพยายามเชื่อมโยงเรื่องราวให้เข้ากับความอวดดีของตัวเอง “ท่านประธานไม่ต้องห่วงนะครับ! ที่นี่เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านเอกสารทุกประเภท! ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น!”
คุณป้าทองใบพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย “ใช่แล้วจ้ะท่านประธาน คุณชายชาคริตเขาเก่งเรื่องเอกสารจริงๆ จ้ะ”
ท่านประธานวิเชียรที่ตอนแรกมีสีหน้าสงสัย ตอนนี้กลับกลายเป็นสีหน้าลำบากใจ เขาเหลือบมองสมศรีราวกับจะขอความช่วยเหลือ
“เอ่อ… คุณชายชาคริตครับ ผมเกรงว่าเราจะเข้าใจผิดเรื่องวัตถุประสงค์กันนิดหน่อยนะครับ” ท่านประธานวิเชียรพยายามพูดอย่างใจเย็น “ผมตั้งใจจะมาขอคำปรึกษาเรื่องการยื่นขอขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดีประจำชุมชนของเราครับ ไม่ใช่เอกสารของทางสำนักงานหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประวัติองค์กรอะไรเลยครับ”
คุณชายชาคริตถึงกับชะงักไปเล็กน้อย แต่ด้วยความเป็นคนที่ไม่ยอมเสียฟอร์ม เขาก็ยังคงพูดต่อไป “อ้อ! แหล่งโบราณคดี! แน่นอนครับ! ที่นี่เราก็มีประวัติศาสตร์ยาวนานไม่แพ้กัน! คุณสมศรี! รีบเอาแฟ้มประวัติสำนักงานของเรามาให้ท่านประธานดูหน่อยซิครับ! เผื่อท่านจะได้ไอเดีย!”
สมศรีแทบอยากจะกรี๊ดออกมา เธอรู้สึกว่าสถานการณ์มันเริ่มจะเกินควบคุมไปแล้ว แขกวีไอพีที่ควรจะได้รับการบริการอย่างดีที่สุด กลับกลายเป็นว่าถูกนำพาให้หลงประเด็นไปไกลโพ้น
เธอหันไปมองท่านประธานวิเชียรที่ยืนอยู่ข้างๆ ท่านประธานยิ้มเจื่อนๆ ให้กับเธอราวกับจะบอกว่า “ช่วยผมด้วยเถอะคุณสมศรี”
“คุณชายชาคริตคะ เบื้องต้นเรื่องการขึ้นทะเบียนแหล่งโบราณคดี ต้องติดต่อกรมศิลปากรและกระทรวงวัฒนธรรมค่ะ ไม่ใช่แผนกของเราค่ะ” สมศรีพยายามอธิบายอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดขึ้น
คุณชายชาคริตหันมามองสมศรีด้วยแววตาไม่พอใจ “คุณสมศรี! คุณจะไปขัดแขกวีไอพีทำไมกัน! ไม่เป็นไรหรอกครับท่านประธาน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของแผนกเรา แต่ด้วยคอนเนคชั่นระดับประเทศของผม ผมจะสามารถช่วยประสานงานให้ท่านได้อย่างแน่นอนครับ! เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย!”
คุณป้าทองใบพยักหน้าหงึกหงัก “เห็นไหมล่ะท่านประธาน ป้าบอกแล้วว่าคุณชายชาคริตเขาเก่งจะตายไป!”
ท่านประธานวิเชียรได้แต่ยิ้มแหยๆ เขารู้สึกเหมือนกำลังติดอยู่กลางมรสุมแห่งความเข้าใจผิดที่ดูไม่มีทางออก
“เอาเป็นว่า… เดี๋ยวผมจะขอข้อมูลเบื้องต้นจากท่านประธานก่อนนะครับ แล้วผมจะลองไปปรึกษาผู้รู้ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้” สมศรีพยายามตัดบท เธอรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้คุณชายชาคริตพูดต่อไป สถานการณ์จะยิ่งแย่ลงไปอีก
คุณชายชาคริตยังคงยิ้มกว้าง “เยี่ยมไปเลยคุณสมศรี! นี่แหละที่เขาเรียกว่า ‘บริการด้วยใจ’!”
สมศรีได้แต่ถอนหายใจ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเล่นละครตลกฉากหนึ่ง ที่เธอเป็นตัวละครเดียวที่ยังคงพยายามยึดติดกับความจริงและความถูกต้อง ในขณะที่ตัวละครอื่นๆ กำลังเริงร่าไปกับบทบาทสมมติที่พวกเขาคิดขึ้นเอง
เธอเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง เที่ยงวันพอดี! และเรื่องการขึ้นทะเบียนมรดกโลกก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลงง่ายๆ
“ฮือออ… อยากไปนอนจริงจังแล้วนะ” สมศรีพึมพำกับตัวเอง เธอเหนื่อยเกินกว่าจะแสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาได้อีกแล้ว การรับมือกับแขกวีไอพีที่หลงทางและหลงประเด็น พร้อมกับหัวหน้าที่ชอบโอ้อวด ดูเหมือนจะเป็นภารกิจที่ยากกว่าการขึ้นทะเบียนมรดกโลกเสียอีก

อลหม่านอยากนอน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก