อัจฉริยะเหนือบัลลังก์

ตอนที่ 20 — เหนือบัลลังก์แห่ง Zenith Tower

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,245 คำ

ท้องฟ้าเหนือมหานครยามค่ำคืนยังคงเจิดจรัสด้วยดวงดาวนับล้าน ขณะที่แสงไฟจากอาคารเบื้องล่างส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชรนิลจินดาที่ถูกโรยไว้บนผืนผ้ากำมะหยี่สีดำสนิท ภาคินยืนนิ่งอยู่บนระเบียงกระจกใสของ Zenith Tower มานานหลายนาทีแล้ว เขาปล่อยให้สายลมเย็นพัดผ่านเรือนผมและเสื้อเชิ้ตที่เขาสวมใส่ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปทั่วผืนฟ้าจรดพื้นดิน ‌ราวกับจะซึมซับภาพความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่เขาเนรมิตขึ้นมาด้วยสองมือ ภาพสะท้อนของดวงดาวและแสงไฟที่พร่างพราวเหล่านั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความงดงามทางสุนทรียภาพ แต่มันคือภาพสะท้อนของอนาคต...อนาคตที่เขาได้เขียนขึ้นมาด้วยปลายปากกาแห่งความคิด และลงมือสร้างมันขึ้นมาด้วยสองมือที่เปื้อนคราบไคลแห่งความมุ่งมั่นทุกย่างก้าวที่เขาเดินมา ทุกการตัดสินใจที่เขาได้ทำ ไม่ใช่การก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ทิศทาง แต่เป็นการร่ายรำไปตามจังหวะที่เขาได้ยินเพียงคนเดียว ​จังหวะของโลกที่กำลังจะเปลี่ยนไป จังหวะของเทคโนโลยีที่กำลังจะเบ่งบาน และจังหวะของมนุษย์ที่กำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ

สายลมยามดึกพัดเอื่อยๆ พาเอาความเย็นเยียบแทรกซึมเข้าสู่ผิว ทว่าภายในใจของภาคินกลับร้อนระอุด้วยความมุ่งมั่นและความตื่นเต้น เขาไม่ได้หยุดอยู่กับความสำเร็จในปัจจุบัน หากแต่ดวงตาของเขากำลังจับจ้องไปยังเส้นขอบฟ้าที่ไกลออกไป ที่ซึ่งโปรเจกต์ใหม่ล่าสุดของเขา ‍"โอราเคิล" (Oracle) กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าของโลกใบนี้อีกครั้ง โอราเคิลไม่ใช่แค่ปัญญาประดิษฐ์ หากแต่เป็นระบบนิเวศอัจฉริยะที่สามารถคาดการณ์และปรับตัวให้เข้ากับพลวัตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างแม่นยำจนน่าเหลือเชื่อ มันจะทำหน้าที่เหมือนดวงตาที่สามของมวลมนุษย์ ‌ช่วยให้การตัดสินใจในระดับมหภาคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดความผิดพลาดที่เกิดจากอคติหรือข้อจำกัดของข้อมูลลงได้อย่างสิ้นเชิง

การสร้างโอราเคิลขึ้นมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันเต็มไปด้วยอุปสรรคทั้งทางเทคนิคและทางศีลธรรม แต่สำหรับภาคินแล้ว ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ เขาได้ทุ่มเททั้งทรัพยากร ความรู้ และวิสัยทัศน์ทั้งหมดลงไปในโปรเจกต์นี้ ‍เพราะเขารู้ว่านี่คืออนาคตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเขาคือผู้ที่จะนำพามันมาถึง

เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศดึงภาคินกลับมาจากห้วงความคิด ศิริวรรณ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการผู้ซื่อสัตย์และเฉลียวฉลาดของเขา ปรากฏกายขึ้นในรูปแบบภาพสามมิติ ใบหน้าของเธอดูเคร่งเครียดกว่าปกติเล็กน้อย แม้เธอจะพยายามเก็บอาการได้ดีก็ตาม

"สถานการณ์เป็นยังไงบ้างศิริวรรณ?" ภาคินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ​แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจและมาดมั่น

"แย่กว่าที่เราคาดไว้เล็กน้อยค่ะท่านภาคิน" ศิริวรรณตอบ "กลุ่มพันธมิตรผู้พิทักษ์โลกเก่า หรือที่เราเรียกว่า 'คอนซอร์เทียม' พวกเขากำลังเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลล่าสุดจากเครือข่ายของเรายืนยันว่าพวกเขาได้รวมตัวกันอย่างลับๆ เพื่อเปิดฉากปฏิบัติการขัดขวางการเปิดตัวโอราเคิลในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้าค่ะ"

"อืม..." ​ภาคินพยักหน้าช้าๆ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ภาพเมืองเบื้องล่าง "พวกเขาคงจะตระหนักดีว่าโอราเคิลจะสั่นคลอนรากฐานอำนาจของพวกเขามากแค่ไหน"

"ใช่ค่ะท่าน การวิเคราะห์ของเราชี้ว่าคอนซอร์เทียมมีแผนที่จะใช้กลยุทธ์สองทางพร้อมกัน หนึ่งคือการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อพยายามแทรกซึมและทำลายระบบหลักของโอราเคิล และสองคือการปล่อยข้อมูลบิดเบือนและข่าวลือเพื่อสร้างความไม่ไว้วางใจในหมู่สาธารณชนเกี่ยวกับศักยภาพและความปลอดภัยของ AI ของเรา" ​ศิริวรรณรายงานอย่างละเอียด

"การโจมตีทางไซเบอร์น่ะ เราเตรียมรับมือไว้แล้วตั้งแต่ก่อนจะเริ่มโปรเจกต์เสียด้วยซ้ำ" ภาคินแย้มยิ้มบางๆ "ส่วนเรื่องข้อมูลบิดเบือน...ก็เป็นไปตามที่ฉันคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด"

ศิริวรรณมองสบตาภาคินอย่างชื่นชม เธอรู้ดีว่าทุกย่างก้าวของภาคินไม่ใช่แค่การตอบสนอง แต่เป็นการวางหมากที่มองการณ์ไกลไปนับสิบก้าวข้างหน้า "หมายความว่า...ท่านได้เตรียมแผนสำรองไว้แล้วใช่ไหมคะ"

"แน่นอน" ภาคินหันกลับมาเผชิญหน้ากับภาพโฮโลแกรมของศิริวรรณเต็มตัว "แผนการของพวกเขาน่ะเป็นเพียงแค่ 'เหยื่อล่อ' ที่ฉันจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น ศิริวรรณ เธอจำโปรเจกต์ 'เงาสะท้อน' ที่เราทำเมื่อหกเดือนก่อนได้ไหม?"

"เงาสะท้อน...ที่เป็นการสร้างโครงข่ายระบบจำลองที่มีความสมจริงสูง เพื่อใช้ในการทดสอบความแข็งแกร่งของโอราเคิลน่ะหรือคะ?"

"ถูกต้อง โครงข่ายนั้นไม่ได้มีไว้แค่ทดสอบความทนทาน แต่มันถูกออกแบบมาให้เป็นกับดักชั้นยอด" ภาคินอธิบายด้วยรอยยิ้มลึกลับ "ฉันรู้ดีว่าพวกคอนซอร์เทียมจะพุ่งเป้ามาที่เราในที่สุด และวิธีที่พวกเขาจะใช้ก็คือการโจมตีจากภายใน ฉันจึงได้เปิดช่องโหว่ปลอมขึ้นมาในระบบ 'เงาสะท้อน' ล่อให้พวกเขาเข้ามา"

ศิริวรรณตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ "ท่านกำลังจะบอกว่า การโจมตีทางไซเบอร์ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้น แท้จริงแล้วคือการที่พวกเขากำลังกระโดดลงไปในกับดักที่ท่านวางไว้?"

"ไม่ได้กระโดดลงไปธรรมดา แต่เป็นการกระโดดอย่างเต็มใจด้วยความเชื่อมั่นว่าพวกเขาได้ค้นพบจุดอ่อนของเราแล้ว" ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ "ระบบ 'เงาสะท้อน' ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจำลอง แต่เราได้ฝังโปรแกรม 'ไวรัสย้อนกลับ' ที่ฉันพัฒนาขึ้นเองเมื่อหลายปีก่อนเข้าไปด้วย มันจะทำหน้าที่เหมือนสปายสองหน้า เมื่อใดที่ศัตรูแทรกซึมเข้ามาในระบบของเราอย่างสมบูรณ์ ไวรัสตัวนี้จะเปิดใช้งาน และจะทำการคัดลอกข้อมูลทั้งหมดของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นแผนการ โครงสร้างองค์กร เครือข่ายการเงิน หรือแม้แต่ตัวตนของผู้อยู่เบื้องหลัง"

"นี่มัน...อัจฉริยะเหนือคำบรรยายค่ะท่าน" ศิริวรรณถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ "และสำหรับเรื่องข่าวลือและการบิดเบือนข้อมูลล่ะคะ?"

"นั่นยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่" ภาคินกล่าวอย่างใจเย็น "ในขณะที่ไวรัสย้อนกลับกำลังทำงานเพื่อเปิดโปงตัวตนของพวกเขา ฉันก็ได้เตรียมแพลตฟอร์มข่าวกรองเชิงรุกของเราให้พร้อมใช้งานแล้ว มันจะทำการวิเคราะห์และเปิดเผยความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับคอนซอร์เทียม และเผยแพร่ข้อมูลเหล่านั้นผ่านช่องทางที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่เพื่อตอบโต้ แต่เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของพวกเขาอย่างราบคาบ และในขณะเดียวกัน ก็เป็นการยืนยันความโปร่งใสและศักยภาพของโอราเคิลไปในตัว"

"ท่านหมายความว่า ท่านจะใช้การโจมตีของพวกเขาเอง ย้อนกลับไปทำลายพวกเขา?"

"ใช่แล้วศิริวรรณ" ภาคินยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย "หมากรุกชั้นเซียนคือการที่คู่ต่อสู้คิดว่าเขากำลังเดินหมากเพื่อรุกไล่ แต่แท้จริงแล้ว เขากำลังเดินเข้าไปในตาจนที่ฝ่ายเราเตรียมไว้ เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาเชื่อว่าได้ชัยชนะแล้ว นั่นแหละคือเวลาที่พวกเขาจะต้องล้มลงอย่างไม่เป็นท่า"

แผนการของภาคินสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ศิริวรรณรู้สึกโล่งใจและเปี่ยมด้วยความมั่นใจอีกครั้ง ความวิตกกังวลก่อนหน้านี้เลือนหายไปจนหมดสิ้น การได้ทำงานกับภาคินทำให้เธอได้เห็นถึงขอบเขตของความเป็นไปได้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับว่าเขาไม่ได้อยู่แค่ในโลกปัจจุบัน แต่เป็นผู้ที่มองเห็นโลกในอีกห้าปี สิบปี หรือกระทั่งยี่สิบปีข้างหน้า

"ถ้าอย่างนั้น แผนการทั้งหมดก็เป็นไปตามที่ท่านคาดการณ์ไว้ใช่ไหมคะ?" ศิริวรรณถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

"เกือบทั้งหมด" ภาคินตอบพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย "มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น...ที่ฉันยังไม่อาจมองเห็นได้อย่างชัดเจน"

ศิริวรรณเลิกคิ้ว เธอไม่เคยได้ยินภาคินพูดอะไรแบบนี้มาก่อน ปกติแล้ววิสัยทัศน์ของเขาคมชัดราวกับแสงเลเซอร์เสมอ "อะไรคะท่าน?"

"คือตัวแปรที่เจ็ด" ภาคินพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะตอบศิริวรรณ "ในทุกๆ การคำนวณของฉัน ในทุกๆ เส้นทางของอนาคตที่ฉันมองเห็น จะมีจุดหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาเสมอ จุดที่ความผันผวนของข้อมูลพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ จุดที่พลังงานบางอย่างถูกสร้างขึ้นมานอกเหนือจากระบบที่ฉันรู้จัก"

"ตัวแปรที่เจ็ด?" ศิริวรรณทวนคำด้วยความสงสัย เธอไม่เคยได้ยินภาคินกล่าวถึงสิ่งนี้มาก่อน

"ใช่...มันปรากฏขึ้นในภาพฉายอนาคตที่ฉันเห็นบ่อยครั้ง เป็นเงาที่ซ้อนทับอยู่เบื้องหลังคอนซอร์เทียม เป็นพลังงานมืดที่ไม่ได้มาจากกลุ่มบุคคล หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่ฉันรู้จัก แต่มาจากบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น...บางสิ่งที่อยู่นอกเหนือการคาดการณ์ของโอราเคิลเสียด้วยซ้ำ" ภาคินกล่าวพร้อมกับหันกลับไปมองยังมหานครที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง แสงไฟจากตึกสูงเสียดฟ้าดูคล้ายกับเส้นใยประสาทอันซับซ้อนของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา ในห้วงความคิดของเขา ภาพเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่แสงไฟ แต่เป็นกระแสข้อมูลที่ไหลเวียนอยู่ทั่วเมือง เป็นสัญญาณที่เขาสามารถถอดรหัสและทำความเข้าใจ

ทันใดนั้นเอง ภาพของมหานครที่เคยคุ้นตาพลันสั่นไหวเล็กน้อยในสายตาของภาคิน ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เป็นเพราะวิสัยทัศน์ที่กำลังปรากฏขึ้นฉับพลัน ภาพนั้นสว่างวาบขึ้นมาในหัวของเขาอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่เขาจะประมวลผลได้ทั้งหมด เป็นภาพของรหัสลับบางอย่างที่กระพริบขึ้นมาบนหน้าจอ เหมือนคลื่นรบกวนในระบบที่สมบูรณ์แบบ แล้วภาพนั้นก็เปลี่ยนไป เป็นภาพของชายคนหนึ่ง...ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยความมืดมิด แต่ดวงตาของเขากลับส่องประกายเรืองรองด้วยความเย็นชาและอำมหิต ชายผู้นั้นกำลังยิ้ม...รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและมั่นใจในชัยชนะ พร้อมกับชูมือขึ้นมาเหนือศีรษะ ประหนึ่งกำลังถือไพ่ตายที่ไม่มีใครคาดคิด

ภาคินนิ่งงันไปชั่วขณะ ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังแล่นผ่านไปทั่วร่าง ความประหลาดใจ ผสมกับความท้าทาย และสิ่งที่อันตรายกว่านั้นคือ...ความไม่รู้

"ศิริวรรณ" ภาคินเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย "เลื่อนการเปิดตัวโอราเคิลออกไปก่อน"

ศิริวรรณแทบไม่เชื่อหูตัวเอง "อะไรนะคะท่าน? แต่แผนการของเรา..."

"มีบางอย่างที่เรามองข้ามไป" ภาคินกล่าวพลางดวงตาของเขากลับมาคมกริบอีกครั้ง แต่คราวนี้แฝงไว้ด้วยความหนักอึ้งที่ศิริวรรณไม่เคยเห็นมาก่อน "ตัวแปรที่เจ็ด...มันไม่ใช่แค่เงา มันมีตัวตน และมันกำลังจะเคลื่อนไหวในแบบที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน"

ดวงตาของภาคินจับจ้องไปยังจุดสูงสุดของตึกระฟ้าอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป แสงไฟจากยอดตึกนั้นดูพร่ามัวเล็กน้อยในวิสัยทัศน์ของเขา ที่นั่น...เขาเพิ่งจะมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นสัญญาณเล็กๆ ที่กระพริบขึ้นมาเพียงชั่วครู่ แล้วก็หายไป ราวกับคำเตือนจากอนาคตที่บิดเบี้ยว

"ดูเหมือนว่า...เกมนี้จะไม่ได้มีแค่ผู้เล่นสองฝ่ายอย่างที่เราคิดเสียแล้ว" ภาคินพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับความรู้สึกเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เมื่อเขารับรู้ได้ถึงเงาอันมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เงาที่แม้แต่อัจฉริยะเหนือบัลลังก์อย่างเขาก็ยังไม่สามารถอ่านขาดได้...และมันกำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
อัจฉริยะเหนือบัลลังก์

อัจฉริยะเหนือบัลลังก์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!