เงากระซิบอดีต

ตอนที่ 12 — ม่านคลี่คลาย ใจยังค้างคา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,085 คำ

ม่านแห่งความวุ่นวายค่อยๆ คลี่คลายลง เสียงแฟลชจากกล้องและไมโครโฟนจำนวนมากที่เคยจ่ออยู่ตรงหน้าสารวัตรดารินเงียบหายไปพร้อมกับการแยกย้ายของสื่อมวลชนที่ต่างรีบไปเผยแพร่ข่าวใหญ่แห่งปี การแถลงข่าวเมื่อช่วงบ่ายสิ้นสุดลงด้วยความตื่นเต้นระคนโล่งใจของสาธารณชน แต่สำหรับดารินแล้ว ความรู้สึกนั้นยังคงค้างคาอยู่ในใจราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาในความมืดมิดของจิตใจ

ภายในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารคดีที่สูงเป็นตั้ง ดารินนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ‌ดวงตาคมกริบจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างที่เผยให้เห็นท้องฟ้ายามเย็นที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงอ่อนๆ แสงไฟจากตึกรามบ้านช่องเริ่มสว่างไสวขึ้นมาทีละดวง ทว่าในห้องของเธอ แสงสว่างนั้นดูจะริบหรี่ลงทุกที เธอหยิบแก้วกาแฟเย็นชืดขึ้นจิบ พลางถอนหายใจยาว ดารินรู้สึกราวกับมีหนามเล็กๆ ฝังอยู่ในใจ ​มันไม่ใช่ความไม่พอใจในผลของคดี หรือความผิดหวังในตัวคุณหญิงพิมล แต่เป็นความรู้สึกที่ว่า เธอยังพลาดอะไรบางอย่างไป พลาดชิ้นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพทั้งหมดสมบูรณ์

คดีการตายของ ดร.อภิชาติถูกปิดลงในสายตาของสาธารณชน คุณหญิงพิมลถูกตั้งข้อหาและหลักฐานทุกอย่างก็ชัดเจน ทั้งพินัยกรรมปลอม ‍การปิดบังอำพรางศพคุณวิทวัส และแรงจูงใจเรื่องมรดกที่ซับซ้อน แต่ทำไม ดร.อภิชาติถึงได้ทิ้งเบาะแสที่ซับซ้อนและเสี่ยงอันตรายถึงเพียงนั้น? ทำไมเขาไม่เพียงแค่แจ้งตำรวจ? และทำไมเบาะแสเหล่านั้นถึงนำไปสู่ “วิมานแก้ว” ที่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความลับดำมืดที่ฝังลึกกว่าที่ใครจะคาดคิด

ดารินกวาดสายตาไปยังเอกสารที่กองพะเนินบนโต๊ะ ‌เธอตัดสินใจที่จะไม่ปล่อยให้ความรู้สึกที่ค้างคานี้กัดกินใจ เธอต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรถูกมองข้ามไปอีกแล้ว เธอหยิบแฟ้มคดีที่เขียนด้วยลายมือของ ดร.อภิชาติขึ้นมาอีกครั้ง แฟ้มนั้นเต็มไปด้วยสมุดบันทึกส่วนตัว แผนผังลายมือที่ซับซ้อน และภาพถ่ายเก่าๆ ที่ซีดจาง ‍ดารินเริ่มพลิกหน้ากระดาษช้าๆ อ่านทวนทุกประโยคที่ ดร.อภิชาติเขียนไว้ราวกับกำลังอ่านรหัสลับ

เธอหยุดที่หน้าหนึ่งซึ่งมีแผนผังของคฤหาสน์และอุโมงค์ “วิมานแก้ว” พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า “จุดเริ่มต้นมิใช่จุดสิ้นสุด... รากเหง้าแห่งความมืดมิดยังคงหยั่งลึก” ​ข้อความนี้ทำให้ดารินขมวดคิ้ว เดิมทีเธอคิดว่ามันหมายถึงการที่อุโมงค์วิมานแก้วเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงความลับของพิมล แต่ตอนนี้...มันอาจมีความหมายอื่นที่ลึกซึ้งกว่านั้น

เธอเลื่อนสายตาไปที่หน้าถัดไป เป็นหน้าที่มีภาพวาดโบราณของสัญลักษณ์บางอย่างที่คล้ายกับลวดลายบนผนังอุโมงค์ “วิมานแก้ว” และมีข้อความกำกับไว้ด้านล่างว่า “คำสาปแห่งอดีต... ผู้เฝ้ารอคอย” ​ดารินจำได้ว่าภาพนี้คล้ายกับภาพสลักที่พวกเขาพบในบริเวณวัดโบราณที่ศาสตราจารย์สุทธิชัยเป็นผู้ชี้พิกัดให้

ศาสตราจารย์สุทธิชัย... ชายสูงวัยผู้เปี่ยมความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ผู้ที่ดูเหมือนจะบริสุทธิ์และให้ความร่วมมือกับคดีอย่างเต็มที่ เขาเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องวัดโบราณนั้นอย่างละเอียด และเป็นคนแรกที่บอกถึงตำนานเกี่ยวกับ “วิมานแก้ว” และทรัพย์สมบัติที่ถูกซ่อนไว้ใต้ดิน ดารินจำได้ว่าเขาดูตื่นเต้นอย่างมากเมื่อได้ยินเรื่องการค้นพบอุโมงค์ใต้ดิน ​แต่ก็ดูเหมือนจะควบคุมอารมณ์ได้ดี

ดารินหยิบรายงานการสำรวจพื้นที่วัดโบราณขึ้นมาอ่านอีกครั้ง รายงานฉบับนั้นมีรายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างของวัดโบราณและวัตถุโบราณที่พบ ดารินพยายามจดจำทุกรายละเอียด เธอเปรียบเทียบข้อมูลในรายงานกับบันทึกของ ดร.อภิชาติ และแผนที่ลายมือของเขาอย่างพิถีพิถัน

แล้วสายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับบางสิ่ง

ในสมุดบันทึกของ ดร.อภิชาติ มีการสเก็ตช์ภาพวัตถุโบราณชิ้นหนึ่ง ซึ่งดูคล้ายกับเครื่องรางโบราณที่ทำจากทองสัมฤทธิ์ มีลวดลายสลักซับซ้อน ทว่าในรายงานการสำรวจของศาสตราจารย์สุทธิชัย กลับไม่มีการกล่าวถึงวัตถุชิ้นนี้เลย ไม่มีการระบุว่ามีการค้นพบ หรือไม่พบวัตถุดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้น ดร.อภิชาติได้เขียนกำกับภาพนี้ไว้ด้วยปากกาหมึกสีแดง ว่า “กุญแจสู่ความจริง... มิได้มีเพียงหนึ่งเดียว”

ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปตามสันหลังของดาริน ภาพสเก็ตช์นี้ดูราวกับถูกจงใจซ่อนไว้ท่ามกลางบันทึกอื่นๆ และการที่ศาสตราจารย์สุทธิชัยไม่ได้กล่าวถึงมันเลยในรายงานของเขา ซึ่งเป็นรายงานที่ละเอียดแทบทุกตารางนิ้วของการสำรวจ มันช่างผิดปกติเกินไป

เธอหันไปหยิบโทรศัพท์มือถือ กดโทรหามานพทันที แม้จะเป็นเวลาค่ำแล้วก็ตาม

“มานพ ตรวจสอบประวัติศาสตราจารย์สุทธิชัยอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะข้อมูลด้านการเงิน และผลงานทางโบราณคดีในช่วงห้าปีที่ผ่านมา รวมถึงประวัติการติดต่อกับบุคคลสำคัญต่างๆ” ดารินสั่งเสียงเข้ม “และให้ทีมวิทยาการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่วัดโบราณอีกครั้ง เน้นไปที่จุดที่ ดร.อภิชาติเคยระบุไว้ในแผนที่ของเขา”

“ครับสารวัตร มีอะไรผิดปกติเหรอครับ?” มานพถามด้วยความสงสัย

“ฉันยังไม่แน่ใจ” ดารินตอบพลางจ้องมองภาพสเก็ตช์วัตถุโบราณในบันทึกของ ดร.อภิชาติ “แต่ฉันรู้สึกเหมือนเรากำลังมองข้ามบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญมากไป... บางสิ่งที่อาจจะเป็นแรงจูงใจเบื้องหลังของทุกสิ่ง”

เธอวางสายจากมานพ และจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดอีกครั้ง ถ้าหากวัตถุชิ้นนี้มีความสำคัญอย่างที่ ดร.อภิชาติระบุไว้ในบันทึก แล้วทำไมมันถึงไม่ถูกค้นพบ หรือถูกเปิดเผย? หรือว่ามันถูกใครบางคนนำออกไปจากพื้นที่ก่อนที่ทีมสำรวจจะเข้าถึง?

ดารินนึกย้อนไปถึงวันที่พวกเขาเข้าไปในป่ารกทึบนั้น ศาสตราจารย์สุทธิชัยเป็นคนนำทางและให้ข้อมูลทุกอย่าง เขารู้รายละเอียดของพื้นที่ราวกับเคยไปมาหลายครั้งแล้ว และเขาก็เป็นคนแรกที่แนะนำให้พวกเขามุ่งหน้าไปยังบริเวณวัดโบราณ การที่เขาสามารถชี้จุดได้อย่างแม่นยำตั้งแต่แรก แม้ว่าพื้นที่นั้นจะถูกปกคลุมไปด้วยป่าทึบและเถาวัลย์รกเรื้อ...มันน่าแปลกหรือไม่?

เธอจำได้ว่าศาสตราจารย์สุทธิชัยดูหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อทีมสำรวจใช้เวลานานในการเคลียร์ทาง และดูเหมือนจะเร่งรัดให้เข้าไปถึงจุดศูนย์กลางของวัดให้เร็วที่สุด ดารินเคยคิดว่านั่นเป็นเพราะความกระหายใคร่รู้ของนักโบราณคดี แต่ตอนนี้...มันอาจจะเป็นอย่างอื่น

หรือว่าศาสตราจารย์สุทธิชัยไม่ได้บริสุทธิ์อย่างที่ทุกคนคิด? หรือว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับ “ความมืดมิดที่ยังหยั่งลึก” ที่ ดร.อภิชาติกล่าวถึง?

ดารินพลิกสมุดบันทึกของ ดร.อภิชาติไปอีกหน้า เธอพบภาพถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่ง เป็นภาพถ่ายที่ซีดจางของกลุ่มคนห้าคนยืนอยู่หน้าซากปรักหักพังของวัดโบราณแห่งนั้น ในบรรดาคนเหล่านั้น มีชายคนหนึ่งที่ดารินจำหน้าได้ทันที...เขาคือศาสตราจารย์สุทธิชัย แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือชายที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา ชายผู้นั้นมีใบหน้าละม้ายคล้ายกับ ดร.อภิชาติอย่างน่าประหลาด ราวกับเป็นพี่น้องกัน เพียงแต่ดูอ่อนวัยกว่ามาก และที่มุมล่างของภาพ มีคำเขียนด้วยลายมือของ ดร.อภิชาติ: “กลุ่มผู้ริเริ่ม... สู่จุดจบเดียวกัน”

ดารินจ้องมองภาพนั้นนานนับนาที สมองของเธอเริ่มประมวลผลข้อมูลที่เพิ่งได้รับรู้ ภาพนี้ไม่ได้ถูกรวมอยู่ในหลักฐานทางคดีใดๆ ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครเคยเห็นมัน ยกเว้น ดร.อภิชาติ และตอนนี้คือเธอ

กลุ่มผู้ริเริ่ม...ใครคือพวกเขา? และทำไม ดร.อภิชาติถึงเขียนว่า “สู่จุดจบเดียวกัน”? มันหมายถึงอะไร?

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง เลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อ จนกระทั่งเจอชื่อของศาสตราจารย์สุทธิชัย เธอกำลังจะกดโทรออก แต่แล้วก็ชะงักมือไว้

นี่ไม่ใช่เวลาที่จะเผชิญหน้า เธอต้องหาหลักฐานเพิ่มเติม ต้องรู้ให้แน่ชัดว่าอะไรคือความเชื่อมโยงที่แท้จริงระหว่างศาสตราจารย์สุทธิชัยกับ ดร.อภิชาติ และกลุ่มคนในภาพถ่ายนั้น เธอต้องรู้ว่า “กุญแจสู่ความจริง” ที่ ดร.อภิชาติกล่าวถึงคืออะไร และมันหายไปไหน

ความรู้สึกเย็นวาบอีกครั้งแล่นผ่านหัวใจของดาริน เมื่อจู่ๆ เธอก็สังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในภาพถ่ายโบราณนั้น ในมือของชายหนุ่มที่คล้ายกับ ดร.อภิชาติ เขากำลังถือวัตถุบางอย่าง มันเป็นวัตถุขนาดเล็กที่ทำจากทองสัมฤทธิ์ มีลวดลายสลักซับซ้อน...เหมือนกับภาพสเก็ตช์ที่ ดร.อภิชาติวาดไว้ในสมุดบันทึกอย่างไม่ผิดเพี้ยน!

วัตถุชิ้นนั้นคือเครื่องรางโบราณที่หายไป!

และในเวลานั้นเอง ประตูห้องทำงานของดารินก็ถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาในความมืดมิดของห้อง ดารินเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยสัญชาตญาณของนักสืบที่ตื่นตัว แสงไฟสลัวจากด้านนอกส่องเข้ามาเพียงพอที่จะเผยให้เห็นเงาตะคุ่มของร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยความมืดมิด แต่ดารินกลับรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาอย่างเย็นชา

“สารวัตรดาริน...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้าๆ “ผมว่า...เรามีเรื่องต้องคุยกันให้ชัดเจน”

ดารินเบิกตากว้าง หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอไม่เคยคาดคิดว่าเขาจะมาหาเธอที่นี่ ในเวลานี้ และที่สำคัญที่สุด... เขามาทำไม?

ชายคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยภายใต้ความมืดสลัว รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเขา รอยยิ้มที่ดูเหมือนเป็นมิตร แต่กลับซ่อนเร้นความหมายบางอย่างที่ลึกล้ำและน่าขนลุก

“คุณกำลังเล่นกับไฟอยู่นะสารวัตร” ศาสตราจารย์สุทธิชัยเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เสียงของเขาเต็มไปด้วยคำเตือนที่ทำให้เส้นผมของดารินลุกชัน “เรื่องบางเรื่อง...ปล่อยให้มันเป็นอดีตไปจะดีกว่า”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงากระซิบอดีต

เงากระซิบอดีต

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!