เสียงจอแจของคีย์บอร์ดที่ถูกพิมพ์อย่างเร่งรีบ เสียงคลิกเมาส์รัวๆ และเสียงพูดคุยที่ปนไปด้วยความตื่นเต้นดังเซ็งแซ่อยู่ภายในสตูดิโอเล็กๆ ที่จัดแต่งอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทค นี่คือฐานบัญชาการของทีม “นักล่าท้าผีไร้ขีดจำกัด” หรือที่รู้จักกันในนาม "Unbound Paranormal Hunters" ทีมสร้างคอนเทนต์วิดีโอแนวสยองขวัญที่กำลังมาแรงในโลกออนไลน์
นิล หัวหน้าทีมและผู้กำกับ เธอมีแววตาคมกริบฉายประกายความมุ่งมั่นและแฝงไว้ด้วยความท้าทาย เธอเชื่อมั่นในพลังของกล้องมากกว่าสิ่งลี้ลับใดๆ และมองปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเป็นเพียง "คอนเทนต์ชั้นดี" ที่รอการเปิดเผย เธอกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ สลับไปมาระหว่างโปรแกรมตัดต่อวิดีโอและหน้าเว็บไซต์ค้นคว้าข้อมูล
"ฟ้า! ต้น! มาดูกันหน่อย เร็วเข้า!" นิลตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นเกินปกติ
ฟ้า นักประวัติศาสตร์ประจำทีม เธอเป็นคนเดียวที่ยังคงสงบอยู่ท่ามกลางความอลหม่าน เธอกำลังก้มหน้าอ่านเอกสารเก่าแก่เล่มหนาเตอะที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอสวมแว่นตากรอบกลม ทำให้ดูฉลาดและสุขุมเกินวัย ผมยาวสีดำขลับถูกรวบขึ้นอย่างเป็นระเบียบ เธอนิ่งเงียบราวกับกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงประวัติศาสตร์ที่ดำมืด
ต้น ชายหนุ่มร่างผอม ขี้กลัวจนขึ้นชื่อ แต่กลับเป็นอัจฉริยะด้านเทคโนโลยี เขาเป็นผู้ดูแลอุปกรณ์ กล้องทุกตัว และเซ็นเซอร์ทุกชิ้นอยู่ในมือของเขาอย่างเชี่ยวชาญ เขากำลังนั่งห่อตัวอยู่หลังกองกล้องดิจิทัล กล้องอินฟราเรด และเครื่องบันทึกเสียงหลากหลายชนิด ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนอดนอน แม้จะยังไม่ทันได้ออกเดินทาง เขาก็เริ่มวิตกกังวลแล้ว
ทั้งสองคนเดินเข้ามาหานิลที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ต้นก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ส่วนฟ้าเดินมาด้วยท่าทีระมัดระวังตามแบบฉบับของเธอ
"ดูนี่สิ!" นิลเลื่อนเมาส์ไปที่ภาพขนาดใหญ่บนหน้าจอ เป็นภาพถ่ายทางอากาศของอาคารขนาดมหึมาที่ทรุดโทรมจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม กำแพงอิฐสีซีด ผนังบางส่วนพังทลายลง เผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่บิดเบี้ยว ไร้ซึ่งหน้าต่างและประตู เหมือนกับดวงตาที่ว่างเปล่าจ้องมองมายังโลกภายนอก ล้อมรอบด้วยป่ารกทึบและเถาวัลย์เลื้อยปกคลุมจนแทบจะกลืนกินอาคารทั้งหลัง
"โรงพยาบาลวิปลาส... สถานที่แห่งความลับดำมืดที่รอคอยการเปิดเผย" นิลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเร้าใจ ราวกับกำลังพากย์สารคดีของตัวเอง "ฟ้า เธอช่วยสรุปข้อมูลที่เรามีเกี่ยวกับที่นี่หน่อยสิ"
ฟ้าถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยข้อมูลที่น่าขนลุก "ตามเอกสารเก่าที่ฉันหามาได้ โรงพยาบาลวิปลาสถูกสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1950 เพื่อเป็นสถานบำบัดผู้ป่วยจิตเวช แต่มีข่าวลือหนาหูว่าการรักษาที่นั่นไม่ได้เป็นไปตามหลักจรรยาบรรณแพทย์ มีรายงานการทดลองที่โหดเหี้ยมกับผู้ป่วย ทั้งการผ่าตัดสมองแบบผิดวิธี การช็อกไฟฟ้าเกินขนาด การกักขังในสภาพที่ย่ำแย่ และการทรมานจิตใจด้วยวิธีต่างๆ นานา มีผู้ป่วยหลายคนเสียชีวิตในสภาพที่น่าอนาถและไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงได้ ศพของพวกเขาก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย..."
ต้นสะดุ้งเฮือก หน้าซีดลงกว่าเดิม "ผ่าตัดสมอง... ช็อกไฟฟ้า... แค่ฟังก็ขนลุกแล้ว นี่เราต้องไปที่แบบนั้นจริงๆ เหรอครับพี่นิล?"
นิลหันมายิ้มอย่างมั่นใจ "แน่นอนสิต้น! ก็เพราะมันน่ากลัวและเต็มไปด้วยปริศนานี่แหละ ถึงเป็นคอนเทนต์ชั้นเยี่ยม นี่คือโอกาสของเราที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้กับวงการนักล่าท้าผีออนไลน์"
"แต่ที่นี่มันต่างจากที่อื่นๆ นะนิล" ฟ้าแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ตำนานเล่าว่าวิญญาณของผู้ป่วยที่ตายอย่างทรมานยังคงวนเวียนอยู่ที่นั่น พวกเขาไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ เพราะความเจ็บปวดและความแค้นยังฝังลึกอยู่ในทุกซอกทุกมุมของโรงพยาบาล มีรายงานการหายตัวไปของคนที่ลองเข้าไปสำรวจหลายราย ไม่มีใครกลับออกมาในสภาพเดิมได้เลย"
"ก็ดีสิ! มันจะได้เพิ่มความน่าสนใจไง!" นิลดีดนิ้ว "ลองคิดดูสิ ฟ้า ลองจินตนาการถึงยอดวิวที่จะพุ่งกระฉูด คอมเมนต์จากคนที่อยากรู้อยากเห็น เราจะเปิดโปงความจริงที่ถูกซ่อนไว้ และบันทึกภาพปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน"
ต้นกลืนน้ำลายเอื้อม "แต่ถ้ามันเป็นจริงล่ะครับ ถ้าวิญญาณพวกนั้นยังอยู่จริง แล้วถ้าเราไปปลุกพวกเขาให้ตื่นขึ้นมาล่ะ?"
"นั่นแหละคือความท้าทาย!" นิลหัวเราะเบาๆ "เรามีอุปกรณ์ครบครัน ต้น นายเป็นคนเก่งที่สุดเรื่องเทคโนโลยีของเรา เราจะติดตั้งกล้องอินฟราเรด กล้องจับความร้อน เครื่องบันทึกเสียง EVPs และเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวทุกซอกทุกมุมของโรงพยาบาล เราจะไม่มีทางพลาดอะไรไปได้เลย"
เธอหันกลับไปที่หน้าจออีกครั้ง "ดูแผนผังคร่าวๆ ที่ฉันได้มาสิ" นิลคลิกเปิดไฟล์ภาพแผนผังโรงพยาบาลที่เขียนด้วยลายมือเก่าๆ และมีรอยขาดเล็กน้อย "ตัวอาคารหลักมีสามชั้น ชั้นใต้ดินอีกหนึ่งชั้น และมีปีกอาคารแยกออกไปอีกสองปีก สันนิษฐานว่าเป็นส่วนของห้องทดลองและห้องขังเดี่ยว"
"ห้องขังเดี่ยว?" ต้นทวนคำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "หมายความว่าไงครับพี่นิล"
"ก็หมายความว่าบางทีที่นี่อาจจะไม่ได้มีแค่ห้องผู้ป่วยธรรมดาไงต้น" นิลตอบด้วยรอยยิ้มลึกลับ "บางทีมันอาจจะเป็น 'คุก' สำหรับคนที่ถูกมองว่าวิปลาสแต่แท้จริงแล้วเป็นเหยื่อของการทดลองที่ผิดมนุษย์"
ฟ้าก้มลงมองเอกสารในมืออีกครั้ง แววตาของเธอฉายแววกังวล "ในบันทึกบางชิ้นที่ฉันเจอ มีการกล่าวถึง 'โครงการดวงตาที่สาม' เป็นโครงการลับที่ดำเนินการในชั้นใต้ดิน พวกเขาพยายามค้นคว้าเกี่ยวกับการรับรู้เหนือธรรมชาติในผู้ป่วยจิตเวช แต่รายละเอียดทั้งหมดถูกปิดผนึกไว้ ฉันเดาว่ามันคงเกี่ยวข้องกับการทดลองที่รุนแรงที่สุด"
"ชั้นใต้ดินสินะ..." นิลยิ้มกว้าง "นั่นแหละคือจุดที่เราต้องไปเยือนเป็นอันดับแรก"
ต้นตัวสั่นเล็กน้อย "ผมว่าเราควรจะเตรียมเครื่องรางของขลังไปด้วยนะครับพี่นิล เผื่อไว้ก็ยังดี"
"เครื่องรางของขลังน่ะเหรอต้น?" นิลหัวเราะเยาะ "ของแบบนั้นมีไว้ให้พวกคนขี้กลัวใช้ เรามีกล้อง มีวิทยาศาสตร์ และมีเหตุผลเป็นเกราะกำบังก็พอแล้ว สิ่งเดียวที่เราต้องพกไปคือความกล้าหาญและความเป็นมืออาชีพ"
เธอเดินไปหยิบกล่องเก็บอุปกรณ์ที่วางเรียงรายอยู่มุมห้อง "เอาล่ะ! เตรียมของกันให้พร้อม คืนนี้เราจะออกเดินทางกัน"
ขณะที่นิลกำลังจัดเตรียมอุปกรณ์อย่างกระตือรือร้น ต้นก็เริ่มบรรจุแบตเตอรี่สำรอง สายเคเบิล และเซ็นเซอร์ต่างๆ ลงในกระเป๋าเป้ใบใหญ่ด้วยมือที่สั่นเทา ส่วนฟ้ายังคงยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน เธอปิดสมุดบันทึกเก่าลงช้าๆ และยกมือขึ้นลูบหน้าปกที่ซีดจางไปตามกาลเวลา
"นิล..." ฟ้าเรียกชื่อหัวหน้าทีมด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เธอแน่ใจนะว่าเราพร้อมสำหรับสิ่งที่เรากำลังจะเจอ? สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่บ้านผีสิงธรรมดา มันคือหลุมฝังศพของความเจ็บปวดและความบ้าคลั่ง ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลย"
นิลหันกลับมามองฟ้า ดวงตาของเธอมุ่งมั่นกว่าเดิม "ไม่ว่าอะไรจะรอเราอยู่ที่นั่น เราก็จะเผชิญหน้ากับมัน ฟ้า นี่คือสิ่งที่เราทำ นี่คือเหตุผลที่เราตั้งทีมนี้ขึ้นมา และนี่คือโอกาสที่เราจะได้สร้างชื่อให้ตัวเอง"
เธอเดินไปตบบ่าฟ้าเบาๆ "เชื่อใจฉันสิ เราจะกลับออกมาพร้อมกับเรื่องราวสุดระทึกที่คนทั้งโลกจะต้องตะลึง"
แต่ในใจของฟ้า ความรู้สึกไม่สบายใจกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เธอไม่อาจสลัดภาพอาคารร้างที่ดูเหมือนจะจ้องมองเธอผ่านจอคอมพิวเตอร์ออกไปได้ เธอรู้สึกราวกับว่ากำลังมีบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น กำลังรอคอยพวกเขาอยู่เบื้องหลังกำแพงที่ทรุดโทรมเหล่านั้น ความเงียบที่ปกคลุมโรงพยาบาลวิปลาส ไม่ใช่ความเงียบสงบ แต่เป็นความเงียบที่รอวันระเบิดออกด้วยเสียงกรีดร้องและโหยหวนของวิญญาณที่ถูกจองจำ
ต้นเก็บอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายลงในกระเป๋าเป้ ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนแทบไร้สี เขามองไปที่หน้าต่างของสตูดิโอ ภาพท้องฟ้าภายนอกกำลังเริ่มมืดครึ้ม แสงสียามเย็นที่เคยสดใสกลับกลายเป็นสีเทาอมม่วงราวกับลางบอกเหตุ
"ผมไม่รู้สิครับพี่นิล" ต้นพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "ผมรู้สึกเหมือนมีใครกำลังมองเราอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่พี่นิลพูดถึงที่นั่น ผมรู้สึกว่าความเย็นมันเกาะกุมเรามาตลอด"
นิลยิ้ม "นั่นมันก็แค่จินตนาการของนายต้น นายแค่ตื่นเต้นไปหน่อยเท่านั้นแหละ" เธอเดินไปเปิดประตูสตูดิโอออก "เอาล่ะ เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการผจญภัยที่ไม่มีวันลืมเลือน!"
ทีม Unbound Paranormal Hunters ก้าวออกจากสตูดิโอไปสู่ความมืดมิดของยามค่ำคืน แต่ละคนแบกเป้หนักอึ้งที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทคและความคาดหวังที่แตกต่างกัน นิลเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตัวเอง ฟ้าเต็มไปด้วยความกังวลในสิ่งที่ประวัติศาสตร์อาจจะบอกใบ้ถึง และต้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจเก็บงำได้
รถตู้คันเก่าแต่ได้รับการดัดแปลงสำหรับภารกิจโดยเฉพาะกำลังรอพวกเขาอยู่ นิลขับรถออกไปบนถนนที่มืดมิด ทิ้งแสงไฟของเมืองไว้เบื้องหลัง เธอรู้สึกถึงอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านในร่างกาย เหมือนกับนักสำรวจที่กำลังจะออกไปค้นพบดินแดนใหม่ที่ยังไม่ถูกแตะต้อง
แต่ดินแดนที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไป ไม่ใช่ดินแดนแห่งความงดงาม แต่เป็นดินแดนแห่งความสยดสยอง ดินแดนที่ซ่อนเร้นความลับอันดำมืดและรอคอยการกลับมาของ "ผู้เยี่ยมเยือน" อีกครั้ง
ระหว่างทาง ต้นนั่งตัวสั่นอยู่เบาะหลัง เขาพยายามไม่มองออกไปนอกหน้าต่าง เพราะรู้สึกว่ามีบางสิ่งจ้องมองเข้ามาจากความมืดมิดที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฟ้าหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าที่เพิ่งจะปิดไปกลับมาเปิดอ่านอีกครั้ง ราวกับพยายามค้นหาคำตอบสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตพวกเขาได้
“บางที... เราอาจจะยังพอมีเวลาถอยกลับ...” ฟ้าพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอจมหายไปในความเงียบภายในรถตู้
นิลหันไปมองกระจกหลัง เธอเห็นสีหน้าของต้นที่ซีดเผือดและฟ้าที่จมดิ่งอยู่กับความกังวล แต่เธอก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย
"ไม่มีคำว่าถอยแล้วฟ้า" เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เรามาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ"
เสียงเครื่องยนต์ของรถตู้ยังคงดังกระหึ่ม ขับเคลื่อนไปข้างหน้าเรื่อยๆ สู่จุดหมายปลายทางที่เต็มไปด้วยความลี้ลับและความอันตราย โรงพยาบาลวิปลาสกำลังรอคอยการมาเยือนของพวกเขา พร้อมกับเสียงกระซิบจากอดีตที่รอคอยการปลดปล่อย

เสียงจากวิปลาส
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก