เส้นตายไร้เงา

ตอนที่ 11 — เสียงปรบมือยังคงก้องกังวาน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

20 ตอน · 1,233 คำ

เสียงปรบมือยังคงก้องอยู่ในหูของอริน แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาเกือบสองสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่การแถลงข่าวครั้งประวัติศาสตร์นั้น เธอยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่รัฐบาลจัดหาให้ มองดูเงาสะท้อนของตัวเองในชุดเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ กับกางเกงวอร์ม ไม่ใช่ชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่เธอสวมในวันนั้น ใบหน้าของเธอยังคงมีรอยคล้ำใต้ตาจางๆ จากการอดหลับอดนอนติดต่อกันหลายคืน ‌แต่แววตาที่เคยฉายความเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง บัดนี้กลับมีประกายบางอย่างที่ซับซ้อนกว่านั้น – ความหวาดระแวง และความรู้สึกที่ยังคุกรุ่นอยู่

โลกพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากการเปิดโปงองค์กรเงามืด ข่าวคราวการจับกุมผู้บริหารระดับสูงหลายราย นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองผิดมนุษย์ ตลอดจนนักการเมืองและนายทหารที่ร่วมมือกัน ​สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ ภาพข่าวของผู้คนออกมาเดินขบวนเรียกร้องความยุติธรรม การประท้วงต่อต้านรัฐบาลในบางประเทศที่ถูกเปิดโปงว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ปรากฏให้เห็นตามหน้าจอโทรทัศน์ทุกช่อง อรินกลายเป็นวีรสตรีของโลกดิจิทัล เป็นสัญลักษณ์ของผู้กล้าที่ยืนหยัดต่อกรกับความมืดมิด

แต่สำหรับอรินแล้ว ชัยชนะนี้กลับให้รสชาติขมปร่า เธอพยายามจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ‍พยายามที่จะจมตัวเองอยู่กับงานวิเคราะห์ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงหรือแผนการร้ายใดๆ ทว่าทุกครั้งที่เธอนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ ทุกตัวอักษร ทุกบรรทัดโค้ดที่เธอเห็น ล้วนชวนให้นึกถึงข้อมูลมหาศาลที่เธอเคยขุดคุ้ยออกมา ข้อมูลที่เผยให้เห็นความมืดมิดของจิตใจมนุษย์ และทุกครั้งที่เธอคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้ว เสียงเล็กๆ ‌ในหัวของเธอกลับกระซิบเตือนว่า ‘มันยังไม่จบ’

เธอรับรู้ถึงการคุ้มกันตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่พิเศษของหน่วยงานความมั่นคงถูกส่งมาดูแลเธออย่างใกล้ชิด ประตูทุกบานในคอนโดมิเนียมแห่งนี้มีระบบล็อกที่แน่นหนา กล้องวงจรปิดติดอยู่ทุกซอกทุกมุม แม้กระทั่งอาหารที่ส่งมาให้ก็ถูกตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนถึงมือเธอ ‍พวกเขาบอกว่านี่คือมาตรการป้องกันสูงสุดเพื่อความปลอดภัยของเธอ แต่สำหรับอรินแล้ว มันคือการถูกกักขังในกรงทอง ที่มองไม่เห็นกรง แต่สัมผัสได้ถึงอิสรภาพที่ถูกพรากไป

“คุณอรินคะ อาหารเย็นพร้อมแล้วค่ะ” เสียงของเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งดังขึ้นจากห้องครัว เธอชื่อรินทร์ ​เป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานและดูแลอรินเป็นการส่วนตัว ตลอดสิบกว่าวันที่ผ่านมา รินทร์เป็นคนเดียวที่อรินได้พูดคุยด้วยอย่างใกล้ชิด

อรินเดินออกมาจากห้องนอน กลิ่นหอมของอาหารลอยเตะจมูก เธอพยายามฝืนยิ้มให้รินทร์ “ขอบคุณค่ะรินทร์”

ขณะที่เธอกำลังตักอาหารเข้าปาก สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นข่าวพาดหัวในโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งไว้ มันเป็นข่าวการพิจารณาคดีของนักวิทยาศาสตร์คนสำคัญที่ถูกจับกุม ​“ดร. วีระศักดิ์ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา!” เสียงผู้ประกาศข่าวหญิงรายงานอย่างกระตือรือร้น

อรินชะงัก ช้อนในมือตกลงกระทบจานเบาๆ ดร. วีระศักดิ์เป็นหนึ่งในหัวหน้าโครงการทดลองมนุษย์ที่โหดเหี้ยมที่สุด เขาถูกจับกุมได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการฟีนิกซ์ในคืนนั้นพร้อมหลักฐานที่มัดตัวอย่างแน่นหนา ​การปฏิเสธของเขาเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ

“เขาจะปฏิเสธได้ยังไง ในเมื่อหลักฐานมันชัดเจนขนาดนั้น” อรินพึมพำกับตัวเอง

รินทร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตอบ “นั่นสิคะ ดูเหมือนทนายของเขากำลังพยายามทุกวิถีทางเพื่อหาช่องโหว่ทางกฎหมาย”

อรินพยักหน้า เธอไม่เชื่อว่ามันจะเป็นแค่การหาช่องโหว่ทางกฎหมายง่ายๆ เธอจำได้ว่าข้อมูลที่เธอส่งออกมานั้นแข็งแกร่งเพียงใด หลักฐานเหล่านั้นถูกเข้ารหัสและกระจายไปทั่วโลก ไม่สามารถบิดเบือนหรือทำลายได้ง่ายๆ

คืนนั้น อรินนอนไม่หลับ เธอพลิกตัวไปมาบนเตียง ภาพของดร. วีระศักดิ์ในข่าววนเวียนอยู่ในหัว เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างผิดปกติ ความรู้สึกนี้มันหนักอึ้งและน่ารบกวนมากเกินกว่าจะปล่อยผ่านไปได้ เธอตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง เดินไปยังโต๊ะทำงานที่ตอนนี้ถูกใช้เป็นเพียงที่วางโน้ตบุ๊กส่วนตัวของเธอที่ถูกตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว

เธอนั่งลง เปิดเครื่องอย่างเงียบๆ และเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีของดร. วีระศักดิ์อีกครั้ง เธอไม่ได้ค้นหาแค่ข่าวสารทั่วไป แต่เธอเจาะลึกเข้าไปในรายงานการวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคนิคที่หน่วยงานสืบสวนเผยแพร่ต่อสาธารณะ เธอต้องการตรวจสอบว่ามีรายละเอียดใดบ้างที่ตกหล่น หรือถูกตีความผิดไป

เธอใช้เวลาหลายชั่วโมง จ้องมองตัวเลข กราฟ และบรรทัดโค้ดจำนวนมาก นิ้วเรียวพิมพ์แป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบสอดส่ายไปมาบนหน้าจอราวกับเหยี่ยวที่กำลังล่าเหยื่อ

แล้วเธอก็เจอเข้ากับความผิดปกติบางอย่าง มันไม่ใช่ความผิดพลาดของข้อมูล หรือการบิดเบือนใดๆ แต่มันเป็นช่องว่าง – ช่องว่างที่ละเอียดอ่อนมากจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น มันเป็นความไม่สมบูรณ์ของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างองค์กรที่ควบคุมดร. วีระศักดิ์ ไม่ใช่แค่องค์กรเงามืดที่ถูกเปิดโปง แต่เป็น ‘ใครบางคน’ ที่อยู่เหนือกว่านั้น

ข้อมูลที่เธอเปิดโปงไปได้นั้นเป็นเหมือนภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำ สิ่งที่เธอกำลังเห็นตอนนี้คือเงาสลัวๆ ใต้น้ำแข็งนั้น และเงานั้นก็กำลังขยับ

อรินเริ่มเชื่อมโยงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เข้าด้วยกัน ทั้งรายงานข่าวเก่าๆ ที่เคยถูกมองข้าม บันทึกการเคลื่อนไหวทางการเงินที่ซับซ้อน และแม้กระทั่งทฤษฎีสมคบคิดที่ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว เธอพบว่ามีกลุ่มบุคคลลึกลับกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรเงามืดโดยตรง แต่กลับมีอิทธิพลในการสั่งการและควบคุมองค์กรนั้นมาโดยตลอด กลุ่มนี้ไม่ได้ถูกเปิดโปงในการแถลงข่าว พวกเขาไม่ได้ถูกระบุชื่อ พวกเขาทำงานอยู่ ‘เบื้องหลังเบื้องหลัง’ อย่างแท้จริง

‘กลุ่มไร้เงา’ เธอตั้งชื่อให้พวกเขาในใจ

ทุกครั้งที่อรินเจาะลึกเข้าไปในข้อมูล เธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในเขาวงกตที่มืดมิดและอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ เธอพบว่า ‘กลุ่มไร้เงา’ นี้มีเครือข่ายที่กว้างขวางและลึกล้ำกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้มาก พวกเขาสอดแทรกตัวอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคม ตั้งแต่เศรษฐกิจ การเมือง ไปจนถึงเทคโนโลยีระดับสูง และสิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ พวกเขาไม่ได้มีแค่ ‘Project Ares’ เท่านั้น แต่ยังมีโครงการลับอีกหลายโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่เงียบๆ

แล้วเธอก็สะดุดกับชื่อหนึ่ง ชื่อที่ปรากฏขึ้นเพียงครั้งเดียวในบันทึกข้อมูลเก่าๆ ที่ถูกเข้ารหัสอย่างซับซ้อนที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมา ชื่อนั้นคือ ‘ไคเมรา’

เธอพยายามค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ ‘ไคเมรา’ แต่กลับไม่พบอะไรเลย ไม่มีบันทึกใดๆ ที่เชื่อมโยงกับชื่อนี้ในฐานข้อมูลสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นบุคคล บริษัท หรือองค์กรใดๆ ราวกับว่าชื่อนี้ถูกลบออกไปจากประวัติศาสตร์ทั้งหมด แต่ความรู้สึกของอรินบอกว่าชื่อนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง มันเป็นกุญแจสำคัญที่เธอตามหา

อรินใช้เวลากับหน้าจอคอมพิวเตอร์จนเกือบรุ่งสาง ความเหนื่อยล้าเริ่มเล่นงานเธอ แต่สมองของเธอกลับตื่นตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งแข่งกับเวลาอีกครั้ง แต่คราวนี้คู่แข่งของเธอไร้ตัวตน ไร้เงา และอันตรายกว่าเดิมหลายเท่า

เธอปิดโน้ตบุ๊ก เดินไปชงกาแฟดื่ม พลางจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นแสงแรกของวันกำลังสาดส่องเข้ามาในมหานครที่ยังคงหลับใหล เธอรู้สึกถึงความโดดเดี่ยวที่กัดกินจิตใจ เธอไม่มีใครให้ปรึกษาเรื่องนี้ได้ แม้แต่ภัคพลที่เคยร่วมมือกัน ก็ยังคงเก็บตัวเงียบและไม่สามารถติดต่อได้

เช้าวันรุ่งขึ้น อรินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าผิดปกติ เธอตัดสินใจที่จะไม่เล่าเรื่องนี้ให้รินทร์หรือเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ฟัง เพราะเธอรู้ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจ หรืออาจจะมองว่าเธอเพ้อเจ้อไปเอง เธอต้องทำเรื่องนี้ด้วยตัวเองอีกครั้ง

เธอเริ่มวางแผนอย่างรอบคอบ เธอต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ‘ไคเมรา’ และ ‘กลุ่มไร้เงา’ เธอรู้ว่าข้อมูลพวกนี้ไม่ได้อยู่บนอินเทอร์เน็ตสาธารณะ เธอต้องเจาะเข้าไปในระบบที่ปลอดภัยที่สุด ระบบที่เคยเป็นแหล่งซ่อนข้อมูลขององค์กรเงามืด แต่ตอนนี้ถูกควบคุมโดยหน่วยงานรัฐบาล

เธอใช้เวลาทั้งวันในการเตรียมตัว สร้างเครื่องมือเจาะระบบแบบใหม่ที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม ทำงานอยู่ใต้ร่มเงาของกิจกรรมประจำวันที่ไม่มีพิษภัยของเธอเอง เธอแสร้งทำเป็นค้นคว้าข้อมูลวิชาการทั่วไป ตอบคำถามของรินทร์ด้วยรอยยิ้ม และพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด

คืนนั้น เมื่อทุกคนเข้านอนหมดแล้ว อรินก็เริ่มปฏิบัติการ เธอสวมหูฟังเพื่อกันเสียงรบกวน เปิดโน้ตบุ๊กคู่ใจ และเริ่มเจาะเข้าระบบ เธอรู้ว่านี่คือการกระทำที่อันตรายที่สุดที่เธอเคยทำมา เพราะหากถูกจับได้ เธออาจถูกมองว่าเป็นผู้ก่อการร้าย หรือถูกควบคุมตัวในฐานะภัยคุกคามต่อความมั่นคง

เธอใช้เทคนิคที่ซับซ้อนที่สุดในการหลบเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัย เธอเจาะเข้าไปในฐานข้อมูลลับของรัฐบาลที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ยึดมาได้จากองค์กรเงามืด เธอใช้รหัสผ่านที่เธอสร้างขึ้นจากรูปแบบของข้อมูลที่เคยได้รับ และใช้เทคนิคการถอดรหัสที่ภัคพลเคยสอนไว้

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ทุกวินาทีเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความระทึกใจ เธอมุดลึกลงไปในข้อมูลที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเธอพบกับไฟล์ที่ถูกซ่อนไว้ลึกที่สุด – ไฟล์ที่ถูกตั้งชื่อว่า “Project Chimera”

เธอเปิดไฟล์นั้นอย่างระมัดระวัง หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกจากอก หน้าจอแสดงผลข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งแผนผังองค์กรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ชื่อบุคคลที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน และที่น่าตกใจที่สุดคือ ‘เส้นตาย’ ที่ปรากฏขึ้นในข้อมูลนั้น มันไม่ใช่เส้นตายสำหรับตัวเธอ แต่เป็นเส้นตายสำหรับ ‘โลกทั้งใบ’

ข้อมูลในไฟล์บ่งชี้ว่า ‘Project Chimera’ คือแผนการที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัวกว่า ‘Project Ares’ หลายเท่า มันคือแผนการควบคุมสังคมและประชากรโลกในระดับที่ไม่มีใครเคยจินตนาการถึง และที่สำคัญที่สุด มันกำลังจะถึงจุดสิ้นสุดของแผนในอีก…

หน้าจอแสดงตัวเลขที่กำลังนับถอยหลังอย่างช้าๆ:

007:23:59:58

เจ็ดวัน ยี่สิบสามชั่วโมง ห้าสิบเก้านาที ห้าสิบแปดวินาที

นั่นคือเวลาที่เหลืออยู่ ก่อนที่แผนการ ‘ไคเมรา’ จะเริ่มทำงานอย่างสมบูรณ์ และในขณะที่อรินจ้องมองตัวเลขนั้นด้วยความหวาดผวาอย่างสุดขีด สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นภาพกราฟิกขนาดเล็กที่อยู่มุมล่างขวาของหน้าจอ ภาพนั้นเป็นรูปสัญลักษณ์ที่คุ้นตา… สัญลักษณ์ที่เธอเคยเห็นเพียงครั้งเดียวในความฝันร้าย

มันคือสัญลักษณ์ของงูสามหัว ที่จ้องมองมายังเธออย่างเยือกเย็น ราวกับว่ามันรู้ว่าเธออยู่ที่นั่น และกำลังรอคอยเธอมาโดยตลอด

และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอของเธอก็ดับวูบลง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังลั่นไปทั่วคอนโดมิเนียม!

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เส้นตายไร้เงา

เส้นตายไร้เงา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!